T247 ลูกฮึดครั้งล่าสุดของ ‘อิชิตัน’
04 Jul 2017

 

          คงจะมีไม่กี่ครั้งที่บุคคลระดับผู้บริหารจะกล้าออกมาพูดชัดๆ ว่า ‘เดินเกมพลาด’ เหมือนดังที่ ‘ตัน ภาสกรนที’ ออกมายอมรับว่าตอนนี้ยอดขายของชาเขียวแบรนด์ ‘อิชิตัน’ ลดอย่างน่าใจหาย บวกกับสถานการณ์ของตลาดชาเขียวมูลค่า 15,700 ล้านบาท ที่กำลังออกอาการอิ่มตัว บวมน้ำ ติดลบไปกว่า 12% ชนิดที่ออกกระบวนยุทธ์โปรโมชันแบบไหนผู้บริโภคก็ไม่ ‘ว้าว’ อีกต่อไป


          อีกจุดสำคัญที่ตันยอมรับว่า ‘พลาด’ คือการใช้กลยุทธ์ไซส์ซิ่ง ที่ออกสินค้าไซส์เล็กขนาด 290 มล. ราคา 10 บาท มาเสริมทัพ หวังให้ผู้บริโภคควักกระเป๋าง่ายขึ้น แต่กลับกลายเป็นทำให้มีสินค้าหลายขนาดมากเกินไป จนไปกระทบสินค้าไซส์ใหญ่ขนาด 420 มล. เพราะแทนที่คนจะเลือกซื้อขวดใหญ่ก็หันไปซื้อขวดเล็กแทน ทำให้ยอดขายและกำไรที่ติดลบอยู่แล้วทรุดหนักลงไปอีก


          ซึ่งเมื่อย้อนไปดูตัวเลขผลประกอบการของอิชิตันเมื่อจบปี 2559 พบว่ามีรายได้จากการขายอยู่ที่ 5,338.3 ล้านบาท ลดลง 15.8% เมื่อเทียบกับปี 2558 ซึ่งมีรายได้จากการขาย 6,339.6 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิก็ลดลง 54.7% อยู่ที่ 368.5 ล้านบาท เทียบกับปี 2558 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 812.7 ล้านบาท ส่วนไตรมาสแรกของปี 2560 สถานการณ์ก็ยังคงไม่ดีขึ้น แม้จะเพิ่งผ่านช่วงซัมเมอร์ที่เป็นฤดูขายของชาเขียวมาแล้วก็ตาม โดยมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 1,488 ล้านบาท ลดลง 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการขาย 1,691.9 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 62.5 ล้านบาท ลดลงถึง 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 249.8 ล้านบาท


          ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิชิตันกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การทำธุรกิจก็ต้องมีผิดพลาดบ้าง ไม่ถึงเป้าบ้าง ปีนี้ยอมรับว่ารายได้ไม่ค่อยดีเท่าไร โปรโมชันก็ไม่ได้ผล บวกกับฤดูฝนที่มาเร็วกว่าปีก่อน แต่เราจะไม่ยอมแพ้ เราจะไม่ทิ้งตลาดชาเขียวไป เพราะชาเขียวคือหัวใจหลักของอิชิตัน แต่เราจะต้องมีสินค้าอื่นๆ เข้ามาบาลานซ์พอร์ต เพราะไม่มีบริษัทไหนที่อยู่ได้ด้วยสินค้าเดิมๆ ตลอดไป โดยหลังจากนี้เราจะเน้นไปที่สินค้าเพื่อสุขภาพมากขึ้น รวมไปถึงการขยายไปสู่ตลาดในประเทศ CLMV”

 

          แม้ที่ผ่านมาอิชิตันจะเข้าซื้อสิทธิ์การใช้เครื่องหมายการค้าและสูตรการผลิตเครื่องดื่ม ‘ไบเล่’ เข้ามาเสริมทัพ แต่จากการแข่งขันที่ดุเดือดของตลาดน้ำผลไม้ ทำให้ไบเล่ที่เคยหมายมั่นปั้นมือว่าจะเป็นโปรดักท์ฮีโร่ กลายเป็นโปรดักท์เงียบๆ เหงาๆ ไม่ปังอย่างที่คาดเอาไว้


          แต่ด้วยธรรมชาติของ ‘ตัน’ ที่ไม่เคยยอมแพ้กับสิ่งใดง่ายๆ เป็นผู้ชายที่ไม่เคยตันไอเดีย เขาจึงตัดสินใจเปิดบริษัทย่อย ‘อิชิตัน พาวเวอร์’ เพื่อประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องดื่มทุกชนิดทั้งภายในและต่างประเทศ พร้อมการเปิดตัวเครื่องดื่มชูกำลังแบรนด์ ‘T247’ (ทีสองสี่เจ็ด) 


          อย่างที่ทราบกันดีว่าตลาดเครื่องดื่มชูกำลังแม้จะมีมูลค่ามหาศาลราว 35,000 ล้านบาท แต่ก็มีการแข่งขันที่สูงมาก มีเจ้าตลาดอย่างชัดเจน ได้แก่ M-150 ที่มีส่วนแบ่งการตลาด 57% คาราบาวแดง 21% กระทิงแดง 16% และแบรนด์อื่นๆ 6% จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่แบรนด์น้องใหม่จะเข้าไปแย่งแชร์ในส่วนนี้มา


          “ปีนี้ถือเป็น Big Challenge ของอิชิตัน ซึ่งเราพร้อมแล้วที่จะเข้าไปสู้ในสังเวียนใหม่อย่างตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง ซึ่งเรามั่นใจว่ายังมีพื้นที่ให้แบรนด์ T247 เข้าไปทำตลาดอยู่ เพราะเครื่องดื่มชูกำลังในไทยส่วนใหญ่ยังเป็นขวดแก้วที่มีภาพลักษณ์เป็นเครื่องดื่มของผู้ใช้แรงงาน ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยอยากถือ แต่เราจะเป็นเครื่องดื่มชูกำลังที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกคนที่ต้องทำงานหนัก เป็นเครื่องดื่มชูกำลังรูปแบบใหม่ในขวด PET ที่เป็นทั้งเครื่องดื่มให้พลังงาน และมีการเสริมฟังก์ชันอื่นๆ เข้าไป ผมมองว่าถึงเวลาแล้วที่เครื่องดื่มชูกำลังจะต้องมีนวัตกรรมใหม่ๆ” ตันกล่าวต่อไปว่า


          “ส่วนราคาที่ตั้งไว้ 15 บาท ผมมองว่าเป็นราคาที่เหมาะสมแล้ว แม้สูงกว่าแบรนด์อื่นที่มีอยู่ในตลาด แต่เราก็ให้ปริมาณมากกว่าที่ 280 มล. ถ้าไปดูในต่างประเทศผู้บริโภคนิยมซื้อขนาด 500-600 มล.ด้วยซ้ำไป เราไม่ต้องการเข้าไปแข่งในตลาดขวดแก้ว แต่เราวางกลุ่มเป้าหมายหลักไปที่คนรุ่นใหม่อายุ 20-30 ปีที่มีกำลังซื้อ ซึ่งเขาต้องการสินค้าที่ตอบโจทย์มากกว่าของเดิมที่มีอยู่ คือดับกระหายด้วย ชูกำลังด้วย ดื่มแล้วหล่อด้วย ถือแล้วเท่ไม่อายใคร ขณะเดียวกันกลุ่มเป้าหมายรองอย่างคนใช้แรงงานก็น่าจะชอบ เพราะรสชาติอร่อย ถึงเขาจะมีแบรนด์ประจำใจอยู่แล้ว แต่ผมมองว่าถ้ามีของใหม่มาคนก็อยากจะลอง”

 


          ‘ถ้าทุ่มเท...จะกี่ T ก็ทำได้’ คือสโลแกนหลักที่ T247 เลือกใช้ในการทำตลาด พร้อมการดึงเอาพรีเซนเตอร์ชายที่สามารถส่งสารไปยังกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด ได้แก่ ‘T247 สูตรโสมและน้ำผึ้ง’ ซึ่งใช้ เจ-เจตริน วรรธนะสิน ซึ่งเป็นตัวแทนผู้ชายพันธุ์อึด ฟิตทุกสถานการณ์ และ ‘T247 สูตรคอลลาเจนและซิงค์’ ซึ่งใช้ สน-ยุกต์ ส่งไพศาล พระเอกหนุ่มหน้าใสมาเป็นตัวแทนของผู้ชายที่พร้อมลุยงานหนักแต่ยังดูดีตลอดเวลา ด้วยการใช้งบการตลาดกว่า 200 ล้านบาท ผ่านหนังโฆษณา 2 ชุด และการใช้สื่อประชาสัมพันธ์แบบ 360 องศา ทั้งสื่อออฟไลน์-ออนไลน์ การทำโปรโมชันที่จุดจำหน่าย การแจกสินค้าตัวอย่างเพื่อทดลองชิม และการจัดคาราวานเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย


          ส่วนในด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ช่วงแรกบริษัทจะให้ความสำคัญกับโมเดิร์นเทรดเป็นหลัก โดยได้เริ่มวางจำหน่ายที่ร้านสะดวกซื้อเรียบร้อยแล้ว เชื่อภายในปีหน้าจะมีสินค้าครอบคลุมทั่วประเทศผ่านการจัดจำหน่ายของ DKSH และพาร์ทเนอร์รายอื่น


          “แม้ในปีที่แล้วตลาดเครื่องดื่มชูกำลังจะติดลบ 2.6% แต่เราเชื่อปีนี้จะสามารถกลับมามีการเติบโตได้ เพราะผู้เล่นรายหลักต่างก็ทุ่มทำตลาดอย่างรุนแรง อีกทั้งยังมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเพิ่ม ซึ่งเราตั้งเป้ายอดขายในปีแรกที่ 700 ล้านบาท หรือมีส่วนแบ่งการตลาด 2% ซึ่งหากมีการเติบโตตามที่เราวางแผนไว้ก็คาดว่าจะเพิ่มเป็น 10% หรือมียอดขาย 3,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี” ตันกล่าว


          การเผชิญกับบทเรียนในตลาดชาเขียวครั้งนี้ น่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้อิชิตันหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนา ‘สินค้า’ มากกว่าการโหมทำ ‘โปรโมชัน’ ที่ได้ผลเพียงชั่วครู่ แต่ไม่ช่วยให้ธุรกิจโตอย่างยั่งยืนแต่อย่างใด

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
DESIGN ARMY FROM GRAPHIC DESIGN TO EVERYTHING
‘ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์’ Life is an experiment
สุหฤท สยามวาลา ต่อยอด Passion สู่ ‘UGO Bike’
"อิเกีย" เพราะที่นี่คือ "ครอบครัว"
"วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์" ชีวิตคือความสมดุล
‘ฟูจิตสึ’ เปิดวิสัยทัศน์ รับกระแสดิจิตอลทรานส์ฟอร์เมชั่น
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 08-8246-2542
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved