“ทีเส็บ” ดัน “พัทยา-หัวหิน-กรุงเทพฯ” สามเมืองสวรรค์แห่งการจัดงานเชิงธุรกิจและการพักผ่อน
25 Aug 2017

          สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เดินหน้าตอกย้ำจุดขายประเทศไทยต่อตลาดนักเดินทางกลุ่มไมซ์ (MICE) ต่างประเทศ ชูกลยุทธ์สื่อสารการตลาดสนองตอบนโยบายเศรษฐกิจตามโมเดล ไทยแลนด์ 4.0 และ โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี (The Eastern Economic Corridor) โดยเล็งการเติบโตของธุรกิจไมซ์ในพื้นที่ พัทยา หัวหิน และกรุงเทพฯ รองรับโอกาสจากการลงทุน และระบบคมนาคมความเร็วสูง เพื่อหนุนรายได้อุตสาหกรรมไมซ์ควบคู่การพัฒนาประเทศ


          ศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ ทีเส็บ เปิดเผยว่า ตามที่ภาครัฐ ได้ประกาศนโยบายและทิศทางในการพัฒนาเศรษฐกิจสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 โดยมีการออกมาตรการเพื่อการปฏิรูปภาคเศรษฐกิจ อาทิ การส่งเสริมสภาพแวดล้อมด้านการลงทุน การพัฒนานวัตกรรมและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต  รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยทีเส็บ เล็งเห็นถึงศักยภาพการเติบโตของภาคธุรกิจและกิจกรรมที่เกี่ยวกับไมซ์ ที่จะสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นสถานที่สำหรับการประชุมสัมมนา และจะส่งผลดีต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมไมซ์ภายในประเทศ


          “ทีเส็บ พัฒนากลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาประเทศในภาพรวม โดยมุ่งหวังให้กิจกรรมด้านไมซ์เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันความเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ทีเส็บ เดินหน้าสร้างเครือข่ายร่วมกับภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้กลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาดเพื่อดึงดูดให้องค์กรต่างๆ มาจัดกิจกรรมไมซ์ในประเทศไทย ซึ่งแคมเปญล่าสุด ทีเส็บนำเสนอจุดเด่นของประเทศไทย ใน 3 ด้าน ได้แก่ โอกาสทางธุรกิจที่เปิดกว้าง ความหลากหลายของสถานที่และจุดหมายในการจัดกิจกรรมไมซ์ รวมถึงความมีเอกลักษณ์และความเป็นมืออาชีพของบุคลากรของไทย ที่สามารถรองรับการจัดงานกิจกรรมไมซ์ระดับโลก โดยองค์ประกอบเหล่านี้  เสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็นสวรรค์แห่งแห่งการจัดงานเชิงธุรกิจและการพักผ่อนอย่างแท้จริง


          นอกจากนี้ ทีเส็บ ยังดำเนินกิจกรรมเพื่อตอกย้ำการรับรู้เกี่ยวกับประเทศไทยและอุตสาหกรรมไมซ์อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดจัดกิจกรรมส่งเสริมและเผยแพร่ภาพลักษณ์ของประเทศไทย International Media Familiarisation Trip (IMFT2017)  ระหว่างวันที่ 15-19 สิงหาคมนี้ โดยเชิญผู้สื่อข่าวต่างประเทศ 35 สำนักข่าวจาก 16 ประเทศ มาเยี่ยมชมและสัมผัสศักยภาพของจุดหมายปลายทางด้านไมซ์ชั้นนำของไทย ได้แก่ พัทยา หัวหิน และกรุงเทพฯ ภายใต้ธีม CONNECT Thailand: Kingdom of Bleisure, นำเสนอประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางของการจัดงานไมซ์ที่ยังเพียบพร้อมด้วยกิจกรรมพักผ่อนที่สร้างความประทับใจได้อย่างตอบโจทย์นักเดินทางกลุ่มไมซ์


          สำหรับการโปรโมทศักยภาพด้านไมซ์ของทั้งสามเมือง ทีเส็บ นำเสนอจุดแข็งในด้านต่างๆ อาทิ พัทยา เมืองแห่งธุรกิจและการพักผ่อน ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตจากปัจจัยสำคัญ ได้แก่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี พื้นที่ยุทธศาสตร์การลงทุนในภูมิภาคอาเซียน โดยมีการคาดการณ์เม็ดเงินลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวสูงถึง 1.505 ล้านล้านบาท ในช่วงระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาโครงการระดับใหญ่หลายโครงการ อาทิ การยกระดับสนามบินอู่ตะเภาและท่าเรือแหลมฉบัง โครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูง โครงการพัฒนาโครงข่ายด้านคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน รวมไปถึงการจูงใจนักลงทุนด้วยมาตรการทางภาษี เพื่อส่งเสริมให้ อีอีซี เป็นฐานของ 10 อุตสาหกรรมแห่งอนาคตตามเป้าหมายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งโครงการทั้งหมดนี้จะส่งผลดีต่อพัทยาในการเป็นจุดหมายของนักธุรกิจและนักเดินทางกลุ่มไมซ์


          ผนวกกับความพร้อมในด้านสิ่งอำนวยความสะดวกที่พัทยามีรองรับอยู่แล้ว เช่น ศูนย์แสดงนิทรรศการ สถานที่จัดงานประชุมสัมมนาที่มีให้เลือกหลากหลาย โรงแรมห้องพักหลายระดับ แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลอันเป็นที่นิยม  และแหล่งกิจกรรมผ่อนคลายสำหรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ โดยโครงการที่เกิดขึ้นใหม่ในพัทยา อาทิ ศูนย์การจัดประชุมและนิทรรศการนานาชาติแห่งใหม่ที่สวนนงนุช พร้อมหอประชุมขนาดใหญ่ รองรับผู้เข้าร่วมสัมมนาได้เป็นจำนวนมาก คานโชว์ (KANN Show) ซึ่งเป็นการแสดงไลฟ์โชว์โดยประยุกต์เรื่องราวจากวรรคดีไทย และ เฮลท์แลนด์ สปา พัทยา (Health Land Spa Pattaya) ซึ่งเป็นหนึ่งในด้านการนวดและสปาในระดับภูมิภาค


          สำหรับ หัวหิน เป็นจุดหมายที่สามารถเชื่อมโยงกับเมืองพัทยาด้วยบริการเรือเฟอรรี่ข้ามอ่าวไทยด้วยเวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมง โดยเป็นเมืองชายทะเลที่มีมนต์เสน่ห์และเป็นที่ตั้งของพระราชวังของพระราชวงศ์ของไทย  ปัจจุบัน มีโรงแรมระดับห้าดาวหลากหลายแบรนด์ และยังเป็นจุดหมายยอดนิยมของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ตอบโจทย์ในการจัดกิจกรรมด้านไมซ์ ซึ่งเน้นความหรูหรา พิเศษและแตกต่าง ทั้งนี้ หัวหินมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านไมซ์ที่ครบครัน อาทิ สนามกอล์ฟ สถานที่ให้บริการสปาระดับหรู ห้องพัก และสถานที่จัดงานระดับใหญ่ โดยนักเดินทางที่มาจัดกิจกรรมไมซ์ในหัวหิน สามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศเมืองชายทะเล ความหลากหลายของร้านอาหารทะเล และ สีสันของตลาดโต้รุ่ง ทั้งนี้ ปัจจัยบวกด้านโครงการพัฒนาด้านการคมนาคม ตามแผนเชื่อมโยงกรุงเทพฯ-หัวหินด้วยรถไฟความเร็วสูง จะส่งผลต่อการขยายตัวของกิจกรรมด้านไมซ์ในหัวหินในอนาคต ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 94,670 ล้านบาท และอยู่ในระหว่างการเปิดรับฟังเสียงภาคเอกชน


          ส่วนกรุงเทพมหานคร หนึ่งในเมืองหลวงของเอเชีย สามารถตอบสนองทุกความต้องการของนักเดินทางกลุ่มไมซ์  โดยกรุงเทพฯ ถือเป็นฮับแห่งอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทย มีศูนย์การประชุมและนิทรรศการระดับโลก โรงแรม หลากหลายระดับ แหล่งช้อปปิ้งชั้นนำ ร้านอาหาร สิ่งอำนวยความสะดวก แหล่งท่องเที่ยวและบันเทิง  สำหรับการเดินหน้าพัฒนากรุงเทพฯ มีโครงการขยายและพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเดินทางสัญจร และการพัฒนาพลังสยาม หรือ Siam Synergy ด้วยการแท็กทีมของ 3 กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าที่ปักหมุดทำเลสยาม-ปทุมวัน คือ ศูนย์การค้าเอ็มบีเค, กลุ่มสยามพิวรรธน์และกลุ่มธุรกิจสยามสแควร์ของสำนักทรัพย์สินจุฬาฯ เพื่อตอกย้ำตัวตนของย่านสยามในฐานะศูนย์กลางธุรกิจ การค้า การช็อปปิ้ง และศิลปวัฒนธรรม-ความบันเทิงที่หลากหลายและครบทุกมิติ


          “สำหรับการนำเสนอจุดเด่นด้านไมซ์จากสามจุดหมายปลายทางต่อกลุ่มสื่อมวลชนต่างประเทศในปีนี้  ทางทีเส็บต้องการสร้างประสบการณ์ตรงและมุมมองต่อประเทศไทยทั้งความมีระดับของสถานที่พัก สถานที่จัดกิจกรรม จุดเด่นทางวัฒนธรรม อาหารไทย และกิจกรรมเพื่อสังคม ที่ทำให้นักเดินทางกลุ่มไมซ์เลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายการจัดงานไมซ์ ที่มีความหมายและน่าจดจำได้เป็นอย่างดี” ศุภวรรณ กล่าว


          กิจกรรม IMFT ของทีเส็บในปีนี้ จัดขึ้นโดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตรหลักที่มีความสำคัญ อาทิ สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก บริษัท ท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยเป็นความร่วมมือที่มุ่งส่งเสริมการขยายตัวของธุรกิจและอุตสาหกรรมไมซ์ในพื้นที่เป้าหมาย


          ดร. ชลจิต วรวังโส วีรกุล ผู้อำนวยการสำนักการต่างประเทศ สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC กล่าวว่า กิจกรรมนี้เป็นการสร้างความร่วมมือระหว่าง EEC และ ทีเส็บ โดย EEC ได้มาร่วมให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชนต่างประเทศในอุตสาหกรรมไมซ์ เกี่ยวกับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งเป็น Flagship Project ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 และกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทั้งนี้ ทาง EEC ได้ให้ข้อมูลโดยสรุปแบ่งเป็น 3 ประเด็นหลักด้วยกัน คือ (1) นำเสนอแผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (2) การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใน EEC เป็นการลงทุนที่พร้อมรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมรวมถึงการสร้างเมืองเชิงนิเวศ (Eco-cities) ที่น่าอยู่ พัฒนาเมืองให้มีความเชื่อมโยงให้เกิดเป็น “Smart City” ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมไมซ์ในอนาคต และ (3) การพบปะกับสื่อมวลชนในครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างเครือข่ายระหว่าง EEC กับ ทีเส็บ ในอุตสาหกรรมไมซ์ เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยสู่นานาชาติได้มากขึ้นในอนาคต


          ด้าน ศิโรตม์  ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เป็นผู้นำของผู้ประกอบการธุรกิจสนามบินของประเทศไทย สายธุรกิจหลักคือการจัดการดำเนินงานและการพัฒนาสนามบิน ปัจจุบันมีสนามบินนานาชาติ 6 แห่งภายใต้ความรับผิดชอบ: ดอนเมือง, ภูเก็ต, เชียงใหม่, หาดใหญ่, แม่ฟ้าหลวงเชียงราย และสุวรรณภูมิ ซึ่งทั้งหมดนี้รองรับ ทั้งเที่ยวบินในประเทศและต่างประเทศ ทอท. ได้คำนึงถึงการมุ่งสร้างองค์กรสู่ความเป็นเลิศ โดยมุ่งมั่นยกระดับการพัฒนาคุณภาพบริการ การพัฒนาสมรรถนะบุคลากร การปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้มีความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวไป อย่างไม่หยุดนิ่ง รวมทั้งได้ให้ความสำคัญในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล อันจะเป็นแนวทางที่นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างความมั่นใจและความพึงพอใจให้กับผู้ใช้บริการท่าอากาศยานภายใต้คำขวัญ “ปลอดภัยคือมาตรฐาน บริการคือหัวใจ”


          อุษณีย์ แสงสิงแก้ว รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่หน่วยธุรกิจบริการการบิน และ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันการบินไทย มีเครื่องบินในฝูงบินจำนวนทั้งหมด 96 ลำ ให้บริการสู่ 76 จุดหมาย หรือ 77 สนามบิน ใน 32 ประเทศทั่วโลก โดยมีเที่ยวบินแบบไป-กลับ จำนวน 1,086 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ทั้งเที่ยวบินภายในประเทศ และเที่ยวบินต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงเส้นทางบินสู่ทวีปยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย นอกจากนี้ การบินไทยเตรียมขยายเส้นทางบินสู่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ในเดือนพฤศจิกายนนี้ด้วย ทั้งนี้ตลอดการดำเนินงาน 57 ปี การบินไทยได้รับรางวัลยอดเยี่ยมด้านสินค้าและการบริการจากหน่วยงานนานาชาติเป็นจำนวนมาก และติดอันดับเป็นหนึ่งในสายการบินที่ได้รับความนิยมสูงสุด จากการสำรวจของนิตยสารการท่องเที่ยวชั้นนำ และจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้โดยสาร


          อุตสาหกรรมไมซ์นับเป็นธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน  โดยในปี พ.ศ. 2558 อุตสาหกรรมไมซ์สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศสูงถึง 220,000 ล้านบาท และสร้างงานอีกจำนวน 164,427 ตำแหน่ง นอกจากนี้ยังสร้างรายได้จากทางภาษีคิดเป็นเงินกว่า 10,400 ล้านบาทด้วย


          นอกจากนี้ เมื่อปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทย ได้รับข่าวดีจากการจัดอันดับโดยสมาคมที่ดำเนินงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมไมซ์ในระดับนานาชาติ อาทิ สมาคมการประชุมนานาชาติของโลก หรือ ICCA จัดอันดับไทยให้เป็นเมืองที่มีจำนวนการจัดประชุมสูงถึง 174 งาน โดยเติบโตสู่อันดับที่ 24 จากอันดับที่ 27 เมื่อปี 2558 โดย กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ก็มีลำดับที่สูงขึ้นเช่นเดียวกัน ด้านการแสดงสินค้านานาชาติ สมาคมด้านการแสดงสินค้าระดับโลก หรือ UFI ให้ ไทยติดอันดับ 1 ของอาเซียนในด้านพื้นที่ขายสุทธิของการจัดงานแสดงสินค้าตลอด 5 ปี (พ.ศ.2554-2558)


          สำหรับ ในปีงบประมาณ 2560 ทีเส็บคาดการณ์ว่า จะมีนักเดินทางกลุ่มไมซ์เดินทางเข้าในประเทศไทยรวม 27.1 ล้านคน สร้างรายได้ 155,000 ล้านบาท แบ่งเป็นนักเดินทางกลุ่มไมซ์ต่างประเทศ 1,109,000 คน สามารถสร้างรายได้ประมาณ 101,000 ล้านบาท และ นักเดินทางกลุ่มโดเมสติกไมซ์ 26 ล้านคน สร้างรายได้ 54,000 ล้านบาท และยังสามารถบรรลุเป้าหมายในการขับเคลื่อนไมซ์ให้เป็นกลไกในการสร้างความเจริญ กระจายรายได้ผ่านอุตสาหกรรมไมซ์สู่ภูมิภาค สร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจของประเทศ


          ทั้งนี้ในปี 2560 ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่สำคัญระดับนานาชาติในปีนี้อีกหลายงาน อาทิ งาน 2017 PCMA Global Professional Conference – Asia Pacific วันที่ 28 – 31 สิงหาคม ที่กรุงเทพฯ งาน UIA’s Associations Roundtable Asia-Pacific 2017 วันที่ 21 – 22 กันยายน ที่ จ.เชียงใหม่ งาน IT&CM Asia & CTW Asia Pacific 2017 วันที่ 26-28 กันยายน ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นงานไมซ์เทรดโชว์สำคัญของภูมิภาคเอเชียที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 16 งาน SIGGRAPH Asia 2017 วันที่ 27-30 พฤศจิกายน ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นงานประชุมสัมมนาและนิทรรศการด้านคอมพิวเตอร์กราฟิกและแอนิเมชันของกลุ่มประเทศทั่วโลก และในปี 2562 ประเทศไทยยังคว้าสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพการจัดงาน SITE Global Conference 2019 งานประชุมระดับโลกของหน่วยงานด้านธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
LINE จับมือ “บุญเติม” สร้างปรากฏการณ์ซื้อสติ๊กเกอร์ไลน์ด้วยเงินสด ครั้งแรกของโลก
ส่องแฟชั่นการแต่งกาย เตรียมนับถอยหลังสู่งาน เดอะ ดิสธิงกวิช เจนเทิลแมน ไรด์ 2017
เปิดตัว “STADIUM ONE” ไลฟ์สไตล์ สปอร์ต คอมมูนิตี้ แลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ
"ทรูมันนี่" ผนึก "ไทยพาณิชย์" ส่งบริการเติมเงินพร้อมเพย์ ขยายช่องทางการชำระเงินสู่ประชาชน
“Samsung The Frame” ทีวีหนึ่งเดียวที่มอบประสบการณ์ดุจงานศิลป์
ยู-กตัญญู สว่างศรี คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา กับบทบาทใหม่แห่งวงการสแตนด์อัพคอมเมดี้
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 08-8246-2542
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved