
ธนาคารไทยพาณิชย์ ต่อยอดนโยบายการเป็นพันธมิตรธุรกิจผู้ประกอบการไทย นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมธุรกิจลูกค้า เจ้าตลาด Laundry Machine อันดับ 1 แห่งอาเซียน กลุ่มบริษัท เค.เอช.ที.เซ็นทรัล ซัพพลาย จำกัด ผู้นำการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่อง ซัก อบ รีด สำหรับอุตสาหกรรม “ภายใต้แบรนด์ IMAGE” เติบโตสวนกระแสวิกฤติเศรษฐกิจ เผยกลยุทธ์ความสำเร็จในเวทีการแข่งขันข้ามชาติ การฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ และเทคนิคการขยายตลาดใหม่ พร้อมแนะสูตรความสำเร็จของผู้ประกอบการ SME ไทยต้องพร้อมปรับตัว และรู้ทันทุกปัจจัยเสี่ยง

ดร.วิวัฒน์ กิตติพงศ์โกศล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ อุตสาหกรรมประเภทอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า สร้างมูลค่าการส่งออกให้ไทยเป็นอันดับต้น ๆ จึงเป็นธุรกิจที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภท Laundry Machine ซึ่งในไทยยังมีผู้ผลิตน้อยราย เนื่องจากต้องเผชิญกับการแข่งขันสูง และคู่แข่งส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากต่างชาติ ดังนั้น ความสำเร็จของบริษัทคนไทยอย่าง กลุ่มบริษัท เค.เอช.ที.เซ็นทรัล ซัพพลาย จำกัด ผู้นำการผลิตและจำหน่ายเครื่อง ซัก อบ รีด ที่ใช้สำหรับอุตสาหกรรม อย่างเช่น โรงแรม โรงพยาบาล ที่สามารถสร้างยอดผลิตได้เป็นอันดับ 1 ของอาเซียน อันดับ 2 ของทวีปเอเชีย และอันดับที่ 14 ของโลก จึงตอบโจทย์ความสำเร็จของ SME ไทยท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี”
นายวิศาล มหชวโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอคคิวเรท เทคโนโลยีส์ จำกัด ในเครือกลุ่มบริษัท เค.เอช.ที.เซ็นทรัล ซัพพลาย จำกัด (KHT) กล่าวว่า “ กลุ่มKHT เป็นอุตสาหกรรมการซักอบรีดที่ครบวงจร เปิดดำเนินการมากว่า 30 ปี ผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมซักรีด และส่งออกไปยังต่างประเทศ 75% ของสินค้าที่ผลิตทั้งหมด รวมถึงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เคมีต่าง ๆ ที่ใช้ในการซัก อบ รีด และให้บริการซัก อบ รีด แก่ธุรกิจอุตสาหกรรมต่าง ๆ ด้วยปริมาณเฉลี่ยวันละ 30 ตัน

KHT เป็นธุรกิจครอบครัว ซึ่งเริ่มต้นมาจากการขายน้ำยาทำความสะอาด (detergents) ให้กลุ่มโรงพยาบาล ต่อมามองเห็นโอกาสในการทำตลาดเครื่อง ซับ อบ รีด ในประเทศไทย จึงหันมาสั่งนำเข้าสินค้าดังกล่าวจากสหรัฐอเมริกามาขายในประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากธนาคารไทยพาณิชย์มาตั้งแต่ปี 2535 จนมาถึงช่วงพัฒนาธุรกิจอย่างจริงจัง โดยเริ่มทำการประกอบเครื่อง ซัก อบ รีด เอง มีการพัฒนาดีไซน์ เทคโนโลยี และประสิทธิภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานเรื่อยมา จากนั้นจึงรุกสร้างแบรนด์เป็นของตนเอง ภายใต้ชื่อ “Image” โดยช่วงแรกประสบปัญหาอย่างหนัก แบรนด์ยังไม่เป็นที่รู้จัก เนื่องจากแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากต่างชาติครองตลาดอยู่แล้ว บริษัท ฯ จึงต้องเร่งพัฒนาสินค้าให้มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างครบวงจร เพื่อสร้างจุดแข็งให้กับแบรนด์ Image ทำให้ปัจจุบัน KHT มีความหลากหลาย (Product Range) มากที่สุดในโลก และกำหนดระดับราคาสินค้าที่สามารถสู้กับแบรนด์ต่างชาติได้ ทำให้เจาะตลาดในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศไทยเลือกใช้สินค้าของบริษัทเป็นอันดับหนึ่ง ครองส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มโรงแรมได้ถึง 40% และกลุ่มโรงพยาบาลสูงสุดถึง 90% ส่วนในต่างประเทศ บริษัทส่งออกสินค้าไปยัง 50 ประเทศทั่วโลก ทั้งประเทศในทวีปเอเชีย ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง

จุดแข็งที่ทำให้กลุ่ม KHT ก้าวเหนือกว่าผู้ผลิตจากต่างชาติ คือ การสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพสูงกว่าของคู่แข่ง โดยเฉพาะโครงสร้างเครื่องซักที่ถูกออกแบบให้ทำงานได้ต่อเนื่องนานถึง24 ชั่วโมง และมีแรงปั่นมากกว่า 300 G เพิ่มแรงทำความสะอาดคราบสกปรกได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพสูงสุด ตรงใจลูกค้าต่างชาติ เพื่อแข่งขันกับสินค้าคู่แข่งซึ่งแม้จะมีจำนวนแบรนด์ไม่มากในตลาด แต่ต่างก็เป็นแบรนด์ระดับโลกทั้งนั้น นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการบริการ ด้วยการจัดตั้งศูนย์บริการลูกค้าที่ครอบคลุมทุกพื้นที่อุตสาหกรรม ด้วยทีมบุคลากรและช่างเทคนิคที่มีความชำนาญงาน พร้อมให้คำปรึกษา ตรวจสอบสภาพสินค้า ให้ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับแผนธุรกิจในอีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทตั้งเป้าจะก้าวสู่ Top 5 ของโลก ด้วยการรุกตลาดใหม่ในต่างประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อผลักดันธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความสำเร็จของกลุ่มบริษัท เค.เอช.ที.เซ็นทรัล ซัพพลาย จำกัด นั้นเกิดขึ้นจากการเลือกที่จะแตกต่างจาก SME ทั่วไป โดยเลือกเข้าธุรกิจที่เป็นอุตสาหกรรมที่มีตลาดเฉพาะตัว แม้มีคู่แข่งขันรายใหญ่ๆ เป็นหลัก แต่ก็สามารถใช้การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูง เพื่อสามารถแข่งขันได้มีประสิทธิภาพ และหวังว่าจะเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จที่เป็นแบบอย่างให้แก่ผู้ประกอบการ SME ไทย ได้เป็นอย่างดี ด้วยการฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจมาหลายครั้งอย่างเข้มแข็ง ยังเป็นกำลังสำคัญในการเติบโตของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทย ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศต่อไป”

ธนาคารไทยพาณิชย์มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรธุรกิจ เคียงข้างผู้ประกอบการ SME ไทย เช่นเดียวกับที่เป็นพันธมิตรกับกลุ่มบริษัท KHT มากว่า 16 ปี และพร้อมส่งเสริมธุรกิจ SME ให้ประสบความสำเร็จและยืนหยัดในเวทีโลก เพื่อเป็นแบบอย่างหรือต้นแบบให้กับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ สามารถนำไปประยุกต์และปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาธุรกิจและผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
ด้วยความขอบคุณอย่างสูง : วัฒนี สมจิตต์ ผู้จัดการสื่อมวลชนสัมพันธ์
สอบถามเพิ่มเติม : เขมลักษณ์ อินลออ โทร. 02-544-4502 , 4517