"มูลนิธิเอสซีจี" สานต่อ “ต้นกล้าชุมชน” มุ่งสร้างนักพัฒนารุ่นใหม่หัวใจรักบ้านเกิด
05 Sep 2017

          "เพราะไม่มีใครรู้จักชุมชน ดีไปกว่าคนในชุมชนเอง" มูลนิธิเอสซีจีจึงส่งเสริมคนรุ่นใหม่ให้กลับมาพัฒนาบ้านเกิด ผ่านโครงการ “ต้นกล้าชุมชน” ซึ่งมุ่งสร้างนักพัฒนารุ่นใหม่ให้เป็นกำลังสำคัญในการดูแลและพัฒนาท้องถิ่นของตนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยมีมูลนิธิฯ ให้การสนับสนุนและมีพี่เลี้ยงนักพัฒนาชี้แนะโดยล่าสุดจัดกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพต้นกล้าชุมชนให้ความรู้เรื่อง “การสร้างแบรนด์อย่างพอเพียง” และศึกษาดูงานชุมชนที่ประสบความสำเร็จณ จังหวัดตรัง

 


          สุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี เล่าถึงโครงการนี้ว่า มูลนิธิเอสซีจีดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 พบว่าหลายชุมชนประสบปัญหาขาดคนมาสืบทอดงานชุมชนทั้งเรื่ององค์ความรู้ ภูมิปัญญา วิถีชีวิตและวิถีชุมชน เนื่องจากเยาวชนส่วนใหญ่ละทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดไปทำงานในเมือง มูลนิธิฯ จึงริเริ่มโครงการ “ต้นกล้าชุมชน” ในปี พ.ศ. 2557 โดยหวังสร้างนักพัฒนารุ่นใหม่นำคนหนุ่มสาวกลับคืนสู่ท้องถิ่น โดยมูลนิธิฯ ได้ให้การสนับสนุน เบี้ยยังชีพ ค่าดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ให้แก่ต้นกล้าเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยมีพี่เลี้ยงนักพัฒนารุ่นพี่ผู้มากประสบการณ์ในพื้นที่เป็นผู้ชี้แนะแนวทางการทำงานชุมชนทั้งภาคสนามและภาคทฤษฎี


          “ปัจจุบันเรามีต้นกล้าชุมชนทั้งหมดจำนวน 3 รุ่น รวม 28 คน กระจายตัวอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งทำงานครอบคลุมทั้งด้านการศึกษา ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ สาธารณสุข ตลอดจนเกษตรกรรม ต้องขอบคุณเหล่าพี่เลี้ยงนักพัฒนาทุกท่านที่มาร่วมกันบ่มเพาะต้นกล้าทั้งวิธีคิด วิธีการทำงาน นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังจัดอบรมพัฒนาศักยภาพของต้นกล้าควบคู่กันไปด้วย เพื่อเสริมสร้างกระบวนการทำงานให้ครอบคลุมหลายมิติมากขึ้น” สุวิมล กล่าวเสริม

 


          สำหรับกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพต้นกล้าชุมชน รุ่นที่ 1-3 และพี่เลี้ยงฯ รวม 39 คนณ จังหวัดตรัง ได้รับเกียรติจาก ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ประธานบริหาร บริษัท แบรนด์บีอิ้ง จำกัด บรรยายให้ความรู้เรื่อง “การสร้างแบรนด์อย่างพอเพียง” เพื่อให้ต้นกล้าและพี่เลี้ยงฯ นำไปปรับใช้ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนของตนให้แตกต่างน่าสนใจ มีเรื่องราวและมีจุดแข็ง เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังได้ศึกษาดูงานจากชุมชนที่ประสบความสำเร็จ ได้แก่ ชุมชนบ้านน้ำราบ อ.กันตัง จ.ตรัง และ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นสี อ.นาโยง จ.ตรัง รวมทั้งมีกิจกรรมสัมพันธ์เพื่อสร้างบรรยากาศและความเป็น “ครอบครัวต้นกล้าชุมชน” ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน จนเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายการทำงานทางสังคมที่เข้มแข็งต่อไปในอนาคต

 


          ต้นกล้าเก่ง โชคนิธิ คงชุ่ม เจ้าของโครงการพัฒนาเครือข่ายเยาวชนเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ จ.นครนายก เล่าถึงประสบการณ์การเป็นต้นกล้าชุมชนรุ่นที่ 2 ว่าโครงการของตนเป็นงานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มุ่งสร้างนักอนุรักษ์รุ่นเยาว์ซึ่งเป็นเยาวชนในพื้นที่ เน้นที่เด็กม.ปลาย ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโต โดยบ่มเพาะให้เด็กๆ รักธรรมชาติและหวงแหนสิ่งแวดล้อม ผ่านการจัดค่ายเยาวชนให้ความรู้ เป็นห้องเรียนธรรมชาติสัญจร มีกิจกรรมถ่ายภาพ การทำผ้ามัดย้อม การทำสมุดผ้า หรือการทำเวิร์กช็อปต่างๆ เพราะเป็นงานที่ทำให้เด็กได้รวมกลุ่ม สร้างความต่อเนื่องในการทำงาน เกิดเป็นพลังเยาวชนในพื้นที่บ้านเกิด “ตอนกิจกรรมปฏิบัติการ 4ม. ขอคืนพื้นที่เขาใหญ่ ไม่ทิ้งขยะ ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ขับรถเร็ว ไม่ส่งเสียงดัง ในช่วงวันหยุดยาวที่คนนิยมขึ้นไปเที่ยว พลังเยาวชนที่เราสร้างขึ้น ก็ออกมาช่วยกันรณรงค์ถือป้ายประชาสัมพันธ์ตามจุดต่างๆ” ต้นกล้าเก่งยกตัวอย่าง
“ผมและเพื่อนๆ พี่น้องสายคนทำงานเพื่อสังคมขอบคุณโครงการนี้ที่เห็นคุณค่าของคนทำงานภาคประชาสังคม ที่ให้โอกาสคนทำงาน เพราะมันเป็นการสร้างโอกาสให้อีกหลายชีวิต และสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับชุมชนสังคมอย่างยั่งยืน” ต้นกล้าเก่ง ทิ้งท้าย

 


          ด้านต้นกล้าหญิง พฤติพร จินาต้นกล้าชุมชนรุ่นที่ 2 เจ้าของโครงการสืบสานพันธุกรรมท้องถิ่น เพื่อความมั่นคงทางอาหาร จ.ลำพูน กล่าวเสริมว่า “หญิงชอบโจทย์ของโครงการต้นกล้าชุมชน เพราะไม่มีโครงการไหนที่จะให้ความสำคัญกับการที่ให้คนรุ่นใหม่ได้กลับบ้าน กลับไปเติบโต กลับไปทำงานพัฒนาในชุมชนของตัวเองซึ่งตรงใจ ตรงกับช่วงวัยที่เราอยากกลับไปอยู่บ้าน”


          ต้นกล้าหญิง เล่าถึงโครงการของเธอว่า มีกลุ่มเป้าหมาย คือ “ครูภูมิปัญญา” ซึ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่มีความเชี่ยวชาญในการทำอาหาร กลุ่มเด็กๆ ในพื้นที่ในโรงเรียน และกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง โดยปัจจุบันกลุ่มเด็กแทบไม่รู้จักอาหารพื้นบ้าน เช่น แกงผักต่างๆ ในท้องถิ่น ส่วนครูภูมิปัญญาก็ไม่มีเรี่ยวแรงไปหาวัตถุดิบในป่า เธอจึงทำหน้าที่เป็นคนกลางเชื่อมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ ผลักดันเรื่องการอนุรักษ์แหล่งอาหารปลอดภัยในชุมชน ให้คนในชุมชนรู้ว่าบ้านเขาก็มีของดีจากป่าและให้หาของดีจากป่าเป็น รู้ว่าชนิดไหนนำมาประกอบอาหารได้และมีประโยชน์ทางโภชนาการเมื่อทุกคนโดยเฉพาะเด็กๆ รู้จักและเห็นคุณค่าของอาหารเหล่านี้และช่วยกันอนุรักษ์ ก็จะมีอาหารตลอดไม่ขาดแคลนวัตถุดิบชั้นยอด 


          “ต้องขอบคุณมูลนิธิเอสซีจีที่ให้โอกาสหญิงได้กลับไปทำงานในชุมชน ขอบคุณที่เชื่อมั่นในคุณค่าของคน และยังมีกระบวนการที่ทำให้เราเชื่อมั่นในตัวเองและเคารพตัวเองอีกด้วย” ต้นกล้าหญิง ทิ้งท้าย

 


          ด้าน บุบผาทิพย์ แช่มนิล หญิงแกร่งผู้ก่อตั้งกลุ่มรักษ์เขาชะเมา กล่าวเสริมในฐานะพี่เลี้ยงต้นกล้าชุมชนว่า “กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต้นกล้าชุมชนในครั้งนี้ ดร.ศิริกุล สอนเรื่องแบรนด์ ทำให้เห็นความสำคัญของการสร้างแบรนด์ โดยต้องตกตะกอนความคิด ว่ามันสะท้อนถึงอัตลักษณ์ชุมชน และเข้าถึงรากเหง้าของตนเองอย่างไร สินค้าของเราแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร ส่วนการดูงานที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นสีและชุมชนบ้านน้ำราบหัวใจของมันคือเรื่องกระบวนการเรียนรู้ ให้ต้นกล้าได้กลับไปคิดและกำหนดทิศทางการพัฒนาชุมชนของตัวเองต่อไปในอนาคต โดยมีพวกเราพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิด ตลอดเวลาที่ได้เป็นพี่เลี้ยงมา 3 ปี พี่รู้สึกเป็นพี่ครอบครัวต้นกล้าชุมชนอย่างแท้จริง ต้องขอขอบคุณความตั้งใจของมูลนิธิเอสซีจีที่ริเริ่มโครงการนี้ และอยากให้องค์กรอื่นๆ นำไปเป็นต้นแบบในการให้ความสำคัญในการสร้างนักพัฒนารุ่นใหม่ต่อไป”

 


          มูลนิธิเอสซีจี “เชื่อมั่นในคุณค่าของคน” และภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างนักพัฒนารุ่นใหม่ เพราะไม่ใช่เพียงต้นกล้าเหล่านี้จะมีอาชีพเป็นของตัวเอง แต่ยังสามารถสร้างอาชีพ กระจายรายได้ให้คนอื่นในชุมชน ได้ทำงานในบ้านเกิด เข้าถึงปัญหาและร่วมมือกับคนในชุมชน ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนสืบสานศิลปวัฒนธรรรมให้คงอยู่ หวังว่าโครงการต้นกล้าชุมชนจะจุดประกายให้เมล็ดพันธุ์นักพัฒนารุ่นใหม่ได้เติบโต หยั่งรากและตั้งมั่นในการรับใช้บ้านเกิดของตนเองต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เพย์เลส ชูส์ซอส' ส่งผ้าใบแนวสปอร์ต 'แอร์วอล์ค กัสโต้' รุกตลาดโค้งสุดท้ายส่งท้ายปี
เอฟดับบลิวดี กรุ๊ป แต่งตั้ง "ปรมาศิริ มโนลม้าย" เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอฟดับบลิวดี ประเทศไทย
"โออิชิ กรีนที" ชวนฟินหนาวหนึบกับ "เป๊ก-ผลิตโชค" ผจญภัยทะเลน้ำแข็งที่ฮอกไกโด
ทุกคนอยากให้โลกนี้เป็นสีชมพู เพราะสีชมพูกำลังอินเทรนด์
"ณุศาศิริ" อัดโปรแน่นส่งท้ายปีกว่า 6 โครงการ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
COM7 รุกตลาดแฟรนไชส์ ดันแบรนด์ BananaStore.com ชิงพื้นที่ต่างจังหวัดเพิ่ม
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 08-8246-2542
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved