‘สิงห์ เอสเตท’ เผย ไตรมาส 3 ปี 2564 แตะ 2,127 ล้านบาท เติบโต 20% จากปีก่อน
15 Nov 2021

 

บริษัท สิงห์ เอสเตท รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 2,127 ล้านบาท ปรับตัว เพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มั่นใจธุรกิจฟื้นตัว สะท้อนผ่านรายได้รวมที่เติบโตต่อเนื่องติดกันเป็นไตรมาสที่ 3 ทั้งนี้รายได้รวมดังกล่าวแบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจที่พักอาศัย 436 ล้านบาท, ธุรกิจอาคารสำนักงาน 238 ล้านบาท, ธุรกิจโรงแรม 1,422 ล้านบาท, และธุรกิจอื่นๆ 31 ล้านบาท

 

บริษัทฯ ยังเดินหน้าควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังสามารถลดค่าใช้จ่ายในการขายได้ถึง 44% บวกกับการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม และการร่วมค้าเพิ่มขึ้น จากการส่งมอบห้องชุดโครงการ ดิ เอส สุขุมวิท 36  ส่งผลให้ สิงห์ เอสเตท รายงานกำไร EBITDA ในไตรมาส 3 ปี 2563 จำนวน 351 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

แม้ว่าผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2564 จะมีการตัดผลประกอบการของบริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) (“NVD”) ออกจากงบการเงินรวมของสิงห์ เอสเตท ตั้งแต่ต้นปี 2564 หลังจากธุรกรรมการขายเงินลงทุนใน NVD แล้วเสร็จ ทว่า รายได้รวมกลับปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 20% ซึ่งได้แรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของธุรกิจโรงแรม โดยในไตรมาสดังกล่าว รายได้จากธุรกิจโรงแรมจำนวน 1,410 ล้านบาท เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญกว่า 1000% จากช่วงไตรมาส 3 ของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยวในสหราชอาณาจักรตอกย้ำความสำเร็จในการตัดสินใจปรับพอร์ทโฟลิโอ และขยายการลงทุนในแหล่งรายได้ใหม่ที่บริษัทฯ เล็งเห็นศักยภาพในการฟื้นตัวได้เร็วกว่า ผ่านการเพิ่มสัดส่วนเงินลงทุนเป็น 100% ของกลุ่มโรงแรมในสหราชอาณาจักร ส่งผลให้สิงห์ เอสเตท สามารถรับรู้รายได้จากกลุ่มโรงแรมในพอร์ทนี้ได้ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา

 

 

โดยไตรมาส 3 ปี 2564 นี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีมากของกลุ่มโรงแรมในสหราชอาณาจักร เนื่องจากการฟื้นตัวเต็มที่ของการท่องเที่ยวในประเทศที่ได้อานิสงค์จากการปลดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 และการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว สะท้อนให้เห็นจากรายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPAR) ของไตรมาส 3 ปี 2564 กลับไปแตะที่ระดับ 95% ของช่วงก่อนโควิดได้ และมีส่วนผลักดันให้ผลประกอบการของกลุ่มโรงแรมในสหราชอาณาจักรพลิกกลับเป็นกำไรสุทธิในไตรมาสที่ 3 ได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการธุรกิจโรงแรมกลับมาดีขึ้น แม้ว่าการดำเนินการโรงแรมในประเทศไทย สาธารณรัฐมอริเชียส และสาธารณรัฐฟิจิ ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติก็ตาม

 

นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ‘S’ เปิดเผยว่า“ผลประกอบการที่น่าพอใจของพอร์ทโรงแรมในสหราชอาณาจักรนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ยืนยันความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน เรายังเชื่อว่าผลประกอบการของธุรกิจโรงแรมจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาสสุดท้ายของปี ต่อไปจนถึงต้นปีหน้า หนุนโดยโรงแรมในโครงการ CROSSROADS สาธารณรัฐมัลดีฟส์ ซึ่งจะเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจ เรามีความมั่นใจว่าในช่วงปลายปี RevPAR ของโรงแรมในพอร์ทนี้จะสามารถปรับเพิ่มขึ้นไปดีกว่าช่วงก่อนโควิดได้ นอกจากนี้เราเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในประเทศไทย และสาธารณรัฐมอริเชียสเช่นเดียวกัน

 

 

สำหรับพอร์ตโรงแรมในโครงการ ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ (CROSSROADS) เป็นโครงการแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนครบวงจรแห่งแรกและแห่งเดียวในมัลดีฟส์ ซึ่งมีความหลากหลายในการต้อนรับลูกค้าหลายกลุ่ม เสริมด้วยจุดแข็งด้านที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับสนามบินนานาชาติหลักใช้เวลาเดินทางเพียง 15 นาทีทางเรือสปีดโบ้ท โดยในไตรมาส 4 เราคาดหวังการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่ม High Spending เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และประเทศอื่นๆ ในยุโรป ทำให้เราคาดการณ์ REVPAR เฉลี่ยต่อคืนในไตรมาส 4 ปี 2564 ว่าจะสามารถปรับเพิ่มขึ้นเท่ากับหรือดีกว่าระดับ Pre-COVID19 ได้ นอกจากนี้เราคาดหวังว่าการดำเนินงานโรงแรมประเทศอื่นๆ ที่ได้รับความชัดเจนด้านนโยบายการเปิดประเทศจากรัฐบาลแล้ว จะสามารถฟื้นตัวได้อย่างดีเช่นเดียวกับพอร์ต CROSSROADS โดยเราเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากโรงแรม Outrigger Mauritius Beach Resort ซึ่งได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 พร้อมกับการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้วยอัตราการเข้าพักในเดือนตุลาคมซึ่งเป็นเดือนแรกที่กลับมาเปิดให้บริการถึง 40% พร้อมโมเมนตัมที่แข็งแกร่งต่อเนื่องตลอดฤดูกาลท่องเที่ยว

 

ธุรกิจอาคารสำนักงานของ สิงห์ เอสเตท ยังสามารถรักษาอัตราปล่อยเช่าเฉลี่ยโดยรวมได้ที่ระดับ 87% ในงวด 9 เดือน ปี 2564 ผ่านการต่อสัญญากับผู้เช่าเดิมได้อย่างต่อเนื่องและปล่อยเช่าพื้นที่เพิ่มเติม สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของทีมงานในการเลือกกลุ่มอุตสาหกรรมได้ถูกเป้าหมาย กลุ่มลูกค้าของเรามีธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังต้องการพื้นที่สำนักงานเพิ่มเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ โดยเฉพาะอาคารสำนักงาน สิงห์ คอมเพล็กซ์ที่มีอัตราการปล่อยเช่าสูงถึง 95%

 

 

สำหรับธุรกิจที่พักอาศัยจากความสำเร็จในการขาย “โครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส” ทั้งหมดจำนวน 25 ยูนิต ตอกย้ำและแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของลูกค้าในแบรนด์ของสิงห์ เอสเตท ที่ใส่ใจและมุ่งเน้นการสร้างคุณภาพชีวิต ที่ดีให้กับลูกบ้าน ผ่าน 3 แนวคิด Smart Living, Healthy Living และ Sustainable Living เพื่อพัฒนาและส่งมอบคุณภาพโครงการใน ระดับ Best in Class ให้กับลูกบ้านทุกคน โดยเรายังคงมุ่งพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบเพื่อก้าวสู่แท่นผู้นำในตลาดบ้านลักชัวรี เพื่อเป็นการสานต่อความสำเร็จจากผลตอบรับที่ดีของกลุ่มลูกค้าต่อแบรนด์บ้านเดี่ยวของสิงห์ เอสเตท โดยเราคาดว่าจะสามารถเปิดตัวโครงการแรกที่พัฒนาการ 32 ได้ภายในไตรมาส 2 ปี 2565 – นางฐิติมากล่าว

[อ่าน 2,284]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"6C Framework" แนวทางบริหารธุรกิจครอบครัวให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
เมย์แบงก์ ชี้ผลเลือกตั้ง หนุนตลาดหุ้นไทยไปไกลถึง 1500 จุด แนะหุ้นเด่นรับธีมบริโภค–ลงทุน–การค้า
ชมรม CSR สมาคมธนาคารไทย ร่วมกับ ธนาคารสมาชิก เสริมสร้างทักษะการเงินให้เยาวชน
BRITANIA ร่วมกับ ALPHA ผุดโปรเจกต์ “Brilliant Business Park” มูลค่ากว่า 1,800 ล้านบาท
"วัน แบงค็อก รีเทล" จับมือ "บัตรเครดิต ttb" ส่งแคมเปญ Zodiac of Luck ฉลองตรุษจีน
ทรูรวมพลังพันธมิตรทั่วประเทศ ทรานส์ฟอร์มคู่ค้าสู่ยุค AI ภายใต้แนวคิด "ก้าวใหญ่ไปด้วยกัน"
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved