กองทรัสต์ SPRIME ชูปันผลเพิ่มเป็น 0.160 บาท มั่นใจฟื้นหลังโควิด เดินหน้าหาทรัพย์สินใหม่ขยายกองฯ สร้างผลตอบแทนโตต่อเนื่อง
16 Nov 2021

 

บริษัท เอส รีท แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้จัดการทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอส ไพรม์ โกรท (SPRIME) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 115.21 ล้านบาท และกำไรจากการลงทุนสุทธิ 78.16 ล้านบาท มั่นใจผลประกอบการผ่านพ้นจุดต่ำสุดมาแล้ว พร้อมประกาศจ่ายปันผลสูงถึง 0.160 บาท เติบโตขึ้นกว่า 23% จากไตรมาสก่อน และเทียบเท่าระดับก่อนเกิดวิกฤติโควิด

 

นายเกตุกร เขมธร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส รีท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอส ไพรม์ โกรท (SPRIME) เปิดเผยว่า เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของตลาดอาคารสำนักงานให้เช่า ไม่ว่าจะเป็นการทยอยกลับเข้ามาทำงานของพนักงานผู้เช่า การต่อสัญญากับผู้เช่าเดิม การปล่อยเช่าพื้นที่กับผู้เช่ารายใหม่ และยังมีผู้สนใจทยอยขอเข้าดูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมของไตรมาส 3 กองทรัสต์มีรายได้รวมทั้งสิ้น 115.21 ล้านบาท และมีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 78.16 ล้านบาท  เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ข้างต้น คณะกรรมการกองทรัสต์ จึงมีมติจ่ายประโยชน์ตอบแทน (Dividend) ที่อัตรา 0.160 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นระดับเดียวกันกับก่อนเกิดวิกฤติโควิด หรือเพิ่มขึ้น 23% จากไตรมาสก่อนที่จ่ายอยู่  0.130 บาทต่อหน่วย

หลังจากการผ่อนคลายมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด 19 ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจของกิจการต่างๆกลับมาใกล้ปกติมากขึ้น โดยกว่าครึ่งของพนักงานผู้เช่าในอาคารสำนักงานซันทาวเวอร์ ได้กลับมาทำงานในอาคารตามปกติภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดที่เข้มงวดตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานภายในสำนักงานซึ่งผู้ประกอบการเชื่อมั่นว่ายังไม่สามารถทดแทนได้อย่างสมบูรณ์ด้วยการทำงานแบบ Work from home หรือ Work everywhere

 

ในส่วนของการต่อสัญญาเช่าที่จะครบกำหนดลงภายในปีก็เป็นไปตามคาดการณ์ไว้ โดย ณ สิ้นเดือนตุลาคม กว่า 92% ของสัญญาได้ถูกดำเนินการต่อสัญญาแล้วเสร็จ ในขณะที่ 6% อยู่ระหว่างเจรจาและจะแล้วเสร็จราวเดือนธันวาคม นอกจากนี้กองทรัสต์ยังสามารถปล่อยเช่าพื้นที่ให้กับผู้เช่ารายใหม่ได้เพิ่มเติม โดยเป็นการปล่อยเช่าพื้นที่สำนักงานปกติ ตลอดจน Service office ซึ่งเป็นพื้นที่เช่าพร้อมด้วยสาธารณูปโภค เครื่องใช้ในสำนักงาน เฟอร์นิเจอร์ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทำให้ผู้เช่าสามารถเข้าใช้งานได้ทันที ทั้งนี้ Service office ดังกล่าวเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากความพยายามของกองทรัสต์ที่จะผลักดันอัตราการปล่อยเช่าพื้นที่ให้สูงขึ้น โดยตั้งแต่ปีที่แล้วกองทรัสต์เดินหน้าปรับปรุงพื้นที่บางส่วนที่ว่างลงจากการที่ผู้เช่าลดพื้นที่เช่าลง จากผลกระทบของวิกฤติโควิด-19 ตามแนวคิด Service office และเริ่มเปิดให้บริการในช่วงต้นปีที่ผ่านมาด้วยความคืบหน้าในการต่อสัญญากับผู้เช่าเดิมและปล่อยเช่าพื้นที่ให้กับผู้เช่ารายใหม่ที่เป็นที่น่าพอใจ ผนวกกับการที่กองทรัสต์อยู่ระหว่างเจรจากับผู้สนใจเช่าพื้นที่อีกหลายราย กองทรัสต์จึงเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำที่สุดไปแล้ว และอัตราการปล่อยเช่าจะทยอยปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ

“จากจุดเด่นของอาคารสำนักงานซันทาวเวอร์สซึ่งเป็นทรัพย์สินหลัก ตั้งอยู่ในทำเลห้าแยกลาดพร้าว ศูนย์กลางเศรษฐกิจตอนเหนือของกรุงเทพฯ ใกล้กับจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน และจุดขึ้นลงทางด่วน โดยอาคารได้มีการปรับปรุงระบบอาคารให้มีความทันสมัย ทั้งในเรื่องสุขอนามัยและความปลอดภัย เทียบเท่าอาคารสำนักงานใน CBD โดยค่าเช่ายังถูกกว่าอาคารประเภทเดียวกันใน CBD ถึง 30-40% อีกทั้งโมเดล Service office ที่สามารถตอบสนองความต้องการพื้นที่เช่าในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้อาคารซันทาวเวอร์สจึงเป็นตัวเลือกของผู้เช่าที่ต้องการจะขยายพื้นที่อาคารสำนักงานในอนาคต” นายเกตุกร กล่าว

 

 

กองทรัสต์ มองว่าหลังสถานการณ์โควิด อาคารสำนักงานในพื้นที่ที่มีศักยภาพดียังมีโอกาสที่จะเติบโตได้  ดังนั้นจึงเป็นเวลาที่เหมาะสม ที่กองทรัสต์จะเริ่มมองหาทรัพย์สินใหม่ เข้ามาในกองทรัสต์ฯ เพื่อให้พอร์ทโฟลิโอมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายในแง่ของทำเล ประเภทอาคาร หรือกลุ่มผู้เช่า ซึ่งสุดท้ายจะทำให้กองทรัสต์ฯ สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนต่อไป ทั้งนี้กองทรัสต์อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้โครงการอาคารสำนักงานหลายแห่งของกลุ่มสิงห์ เอสเตท ที่มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 เช่นอาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ที่มีอัตราการปล่อยเช่าสูงถึง 95%

 

สำหรับฐานะการเงินของกองทรัสต์ในปัจจุบันยังคงสามารถรักษาระดับรายได้และสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี ที่ประชุมคณะกรรมการกองทรัสต์ ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 จึงมีมติอนุมัติจ่ายประโยชน์ตอบแทนจากผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม - 30 กันยายน 2564 แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในอัตรารวม 0.160 บาทต่อหน่วย กำหนดปิดสมุดทะเบียนเพื่อกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยทรัสต์ที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ตอบแทนในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 (Book Closing Date) และเตรียมจ่ายประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในวันที่ 8 ธันวาคมนี้

 

[อ่าน 1,947]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"6C Framework" แนวทางบริหารธุรกิจครอบครัวให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
เมย์แบงก์ ชี้ผลเลือกตั้ง หนุนตลาดหุ้นไทยไปไกลถึง 1500 จุด แนะหุ้นเด่นรับธีมบริโภค–ลงทุน–การค้า
ชมรม CSR สมาคมธนาคารไทย ร่วมกับ ธนาคารสมาชิก เสริมสร้างทักษะการเงินให้เยาวชน
BRITANIA ร่วมกับ ALPHA ผุดโปรเจกต์ “Brilliant Business Park” มูลค่ากว่า 1,800 ล้านบาท
"วัน แบงค็อก รีเทล" จับมือ "บัตรเครดิต ttb" ส่งแคมเปญ Zodiac of Luck ฉลองตรุษจีน
ทรูรวมพลังพันธมิตรทั่วประเทศ ทรานส์ฟอร์มคู่ค้าสู่ยุค AI ภายใต้แนวคิด "ก้าวใหญ่ไปด้วยกัน"
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved