ซีพี X เทเลนอร์ ประกาศสร้าง Equal Partnership ผนึกแรง สร้างมูลค่าเพิ่มสู่ Tech Company
23 Nov 2021

 

การแถลงความร่วมมือระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) ในนามของ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กับ กลุ่มเทเลนอร์ ในนามของ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค เพื่อสร้าง 'ความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกัน' (Equal Partnership) สำหรับการทำธุรกิจเทคโนโลยี และโทรคมนาคม ที่นับวันสามารถเพิ่มมูลค่าเพิ่มได้น้อยมาก ขณะเดียวกัน ทั้งสองบริษัทเองต่างก็มีข้อจำกัดของตนเอง นี่จึงเป็นที่มาของดีลครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนี้ และคำว่า 'ความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกัน' น่าจะเป็น Business Jargon ที่ติดอันดับการสืบค้นของ Google อย่างไม่ต้องสงสัย และคงต้องดูกันต่อไปถึงคำว่า 'เท่าเทียมกัน' นั้นคือ 'ตรงไหน - อย่างไร'

 

 

เหตุผลของการควบกิจการของทั้งสองบริษัทได้ถูกอธิบายเบื้องหลังประเด็นความร่วมมือกันครั้งนี้ว่าเป็น Merger of Equals โดยระบุว่า นี่คือความร่วมมืออย่างเท่าเทียม (Equal of Partnership) ) ซึ่งจะส่งผลให้ เครือซีพีและกลุ่มเทเลนอร์ ถือหุ้นเท่าเทียมกันในบริษัทใหม่ที่จะร่วมกันสร้างขึ้น

 

 

ทั้งนี้ ซิคเว่ เบรกเก้ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มเทเลนอร์ ได้กล่าวถึงบริษัทใหม่ที่ตั้งเป้าจะให้เป็นองค์กรที่มีความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีและโทรคมนาคม โดยจะมีรายได้ 2.17 แสนล้านบาท กำไรก่อนหักค่าใช้จ่าย 8.3 หมื่นล้านบาท ส่วนแบ่งทางการตลาด 40% โดยที่เราจะโฟกัสกับสัดส่วนรายได้มากกว่า จำนวนซิม

 

อย่างไรก็ตาม ซิกเว่ก็ยังออกตัวเพิ่มเติมว่า "แม้จะมีความร่วมมือครั้งนี้แต่ เอไอเอส ก็ยังคงเป็นผู้เล่นรายใหญ่ และเราต้องเรียนรู้จากเอไอเอสอยู่"

 

 

ขณะที่ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวถึงการควบกิจการครั้งนี้ว่า "ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาพรวมของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม(Telecom Landscape) ได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากเทคโนโลยีใหม่และตลาดที่เปิดกว้างต่อการแข่งขัน โดยผู้ประกอบการจากอุตสาหกรรมดิจิทัลขนาดใหญ่ในระดับภูมิภาคเข้ามาเสนอรูปแบบบริการดิจิทัลมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคม ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว นอกเหนือจากการพัฒนาการให้บริการเครือข่าย (Connectivity) ให้เป็นอัจฉริยะแล้ว ยังต้องเสริมศักยภาพและความรวดเร็วในการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) จากโครงข่ายการสื่อสารและส่งมอบเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ให้กับลูกค้า ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้การปรับโครงสร้าง (Transformation)  ของบริษัทไทยสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยี ให้สามารถแข่งขันกับผู้เล่นชั้นนำระดับโลกได้นั้น ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง”

 

 

ศุภชัยกล่าวต่อไปว่า  “การปรับโครงสร้างสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยี สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ที่จะก้าวเป็นฮับของเทคโนโลยีในระดับภูมิภาค โดยโทรคมนาคม (Telecom) จะยังคงเป็นธุรกิจหนึ่งของโครงสร้าง และจะต้องพัฒนาธุรกิจเพิ่มเติมในส่วนที่มุ่งเน้นด้านเทคโนโลยี รวมไปถึงปัญญาประดิษฐ์ ระบบคลาวด์เทคโนโลยี ไอโอที อุปกรณ์อัจฉริยะ เมืองอัจฉริยะ ดิจิทัลมีเดียโซลูชั่น และปรับโครงสร้างเพื่อให้สนับสนุนการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยี (Tech Startup) โดยการจัดตั้ง Venture Capital ที่มีมูลค่าประมาณ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ (6,000 ล้านบาท) ที่มุ่งเน้นลงทุนในสตาร์ทอัพไทย และสตาร์ทอัพต่างประเทศที่ตั้งในประเทศไทย ตลอดจนระบบนิเวศทางด้านเทคโนโลยี (Technology Ecosystem) ใหม่ๆ นอกจากนี้ เรายังมีแผนที่จะศึกษาด้านเทคโนโลยีอวกาศ (Space Technology) เพื่อนำมาปรับใช้กับธุรกิจ ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดกว้างกรอบความคิดในการทำนวัตกรรมใหม่เพิ่มเติมด้วยเช่นกัน”

 

 

สำหรับขั้นตอนนับจากนี้ ทรูและดีแทคจะดำเนินการตามเงื่อนไขต่างๆ ทั้งการตรวจสอบกิจการของอีกฝ่ายหนึ่งแล้วเสร็จเป็นที่พอใจ (Due Diligence) การขออนุมัติที่เกี่ยวข้องจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้นของทั้งสองบริษัท ตลอดจนการดำเนินขั้นตอนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ให้แล้วเสร็จ ทั้งนี้ ในระหว่างการศึกษาและพิจารณาการปรับโครงสร้างครั้งนี้ ธุรกิจของทรู และดีแทคจะยังคงดำเนินไปตามปกติของแต่ละบริษัท ในขณะที่เครือซีพี ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของทรู และกลุ่มเทเลนอร์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของดีแทค ตั้งเป้าที่จะหาข้อสรุปในรายละเอียดของความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกัน (Equal Partnership)

 

ศุภชัยกล่าวว่า "ความร่วมมือกันครั้งนี้ไม่ใช่แค่เป็น Synergy (การสร้างพลังผนึก) ของสองบริษัท หากแต่เป็น PPP (การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ : Public Private Partnership) เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนต่อไปมากกว่า"

 

[อ่าน 569]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไทยประกันชีวิตยืนยันฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง พร้อมเคียงข้างลูกค้าในทุกสถานการณ์
บางจากฯ รุก “บางจาก Food Truck” คัดความอร่อยจากเชฟระดับมิชลิน และสินค้าไลฟ์สไตล์รับวิถีชีวิตใหม่
SCB CIO ชี้ช่องปรับกลยุทธ์การลงทุนมุ่งรับมือโอไมครอน
ETDA เปิดแคมเปญ MEiD มีไอดี “บริการไทย…ไร้รอยต่อ” ระดมทุกภาคส่วนดันไทยใช้งานดิจิทัลไอดี
ธอส. ปล่อยสินเชื่อเกินเป้า ปล่อยได้แล้ว 215,701 ล้านบาท คาดสิ้นปีปล่อยได้ถึง 240,000 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 68 ปี
CARS24 สตาร์ทอัพ ‘ยูนิคอร์น’ ออโต้เทค เปิดตัวครั้งแรกในงาน MOTOR EXPO 2021
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 098-916-6395
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved