“SCOPE” ปักธง 4 โครงการสุดหรูใจกลางเมือง มูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท ชูคุณภาพ-ความแตกต่าง
28 Jan 2022

         

         “สโคป” บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของโครงการสุดหรูแบรนด์ SCOPE เดินหน้าสู่ “ไลฟ์สไตล์ แบรนด์” เจาะกลุ่มลูกค้า International Premium ด้วยคุณภาพ-ความแตกต่าง ฉีกแบบแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยแบบเดิม ปักธง 4 โครงการสุดหรู ใจกลางเมือง รวมมูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท เตรียมเผยโฉม 2 โครงการแรก SCOPE Langsuan - SCOPE Promsri แล้วเสร็จไตรมาส 3 ปี 2565 เชื่อสร้างจุดเปลี่ยนวงการอสังหาริมทรัพย์

 

 

นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโคป จำกัด เปิดเผยว่า จากการเปิดตัว บริษัท สโคป จำกัด เมื่อปี 2562 บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ฉีกแบบแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยในรูปแบบเดิม โดยมุ่งเน้นเรื่องการออกแบบและก่อสร้างที่อยู่อาศัยคุณภาพพรีเมียมมาตรฐานระดับโลก โดยมีเป้าหมายต้องการปั้นบริษัทสโคป เป็น Lifestyle Company ที่พัฒนาโครงการที่ ตอกย้ำความเป็น “อินเตอร์เนชั่นแนล พรีเมียม” ของบริษัท เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่เป็น “อินเตอร์เนชั่นแนล พรีเมียม” เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เห็นโลกมามากมีความชอบและรสนิยมที่ไม่ได้จํากัดเฉพาะในกระแสหลักในประเทศ โดยเน้นนำเสนอเรื่องคุณภาพ และความแตกต่าง ให้กับตลาด

“เราต้องการสร้าง SCOPE ให้เป็นไลฟ์สไตล์ แบรนด์ ที่มากกว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์ โดยคํานึงถึงการใช้ชีวิตและบริการที่ตอบความต้องการมากกว่าการสร้าง space ให้คนมาอยู่อาศัย แต่เป็นการสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัย ซึ่งสิ่งนี้จะชัดเจนขึ้นในปี 2565 เมื่อ 2 โครงการแรกของบริษัททั้ง SCOPE Langsuan และ SCOPE Promsri แล้วเสร็จ โดยจะเริ่มมีลูกบ้านย้ายเข้ามาอยู่อาศัยตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ SCOPE Experience อย่างแท้จริง” นายยงยุทธ กล่าว 

 

 

ปัจจุบันบริษัทสโคป มีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาทั้งสิ้น 4 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 15,000 ล้านบาท โดยมีการเปิดขายแล้ว 2 โครงการคือ SCOPE Langsuan มูลค่า 9,000 ล้านบาท ซึ่งจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2565 และ SCOPE Promsri มูลค่า 1,350 ล้านบาท แล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2565 เช่นเดียวกัน และตั้งเป้ายอดรับรู้รายได้จากการโอนทั้งหมดกว่า 5,000 ล้านบาท

หลังจากนี้ มีแผนเปิดตัวอีก 2 โครงการ คือโครงการบนถนนสุขุมวิทติดกับรถสถานีไฟฟ้าทองหล่อ มูลค่า 2,500 ล้านบาท ในปี 2565 จะเป็นโครงการที่มีมูลค่าเฉลี่ยต่อยูนิตกว่า 140 ล้านบาท และมีเพียง 20 ยูนิตเท่านั้น โดยออกแบบภายในรวมถึงให้คําปรึกษาการออกแบบทั้งหมด โดยโทมัส ยูล-ฮันเซน ดีไซเนอร์ผู้ออกแบบอาคารระดับโลกมาแล้วทั่วโลก โดยตั้งเป้ายอดพรีเซลของปี 2565 จากทั้ง 3 โครงการกว่า 4,500 ล้านบาท  ส่วนอีกโครงการจะเปิดตัวในปี 2566 ในทำเลสุขุมวิท 23 มูลค่า 2,200 ล้านบาท

 

 

นายยงยุทธ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับไฮไลท์ของบริษัทในปี 2565 ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ การเปิดตัว The Langsuan Clubhouse ที่โครงการ SCOPE Langsuan ซึ่งจะเป็น Private Residential Clubhouse ที่มีขนาดกว่า 2,500 ตารางเมตร ที่ออกแบบโดย “โทมัส ยูล-ฮันเซน” เฉพาะเฟอร์นิเจอร์มีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นโรงภาพยนตร์ขนาด 25 ที่นั่งที่มาพร้อมระบบเสียงระดับสุดยอดที่สุดและ The Langsuan Lounge ที่ตั้งใจจะให้เป็น Rooftop Terrace เหนือกว่า โรงแรม 6 ดาว ฯลฯ

อีกไฮไลท์สำคัญคือ โครงการ SCOPE Promsri คอนโดมิเนียม 8 ชั้น ที่วางเป้าหมายให้เป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่ดีที่สุดในประเทศไทยทั้งด้านคุณภาพ และการออกแบบ โดยถือเป็นโครงการแรกในเอเชียที่ collaborate กับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลก Ligne Roset ซึ่งออกแบบและผลิตพิเศษในประเทศฝรั่งเศสเพื่อโครงการนี้โดยเฉพาะ

นายยงยุทธ กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า เราโดนเรื่องการก่อสร้างที่ช้าลง แต่เรื่องยอดขายนั้นเราทำได้ดีเลยทีเดียว ผมมองว่าสินค้าที่เน้นเรื่องคุณภาพ และความแตกต่างอย่างโครงการ SCOPE Langsuan และ SCOPE Promsri ของเรา นั้นแทบไม่ได้รับผลกระทบเรื่องยอดขาย เพราะเป็นสินค้าคุณภาพสูง และผู้ซื้อของ SCOPE เป็น Real Demand คือซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงไม่ใช่ซื้อเพื่อเก็งกำไร และเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อจริงๆ

 

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผมคือการดูแลทุกคนให้ดี ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ลูกค้า พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ Supplier ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน เพราะผมเชื่อมั่นมาตลอดการทำธุรกิจที่ผ่านมาว่า ไม่ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร สินค้าที่ขายได้เสมอคือสินค้าที่มีคุณภาพสูงและผลิตด้วยความตั้งใจ ดังนั้นจึงต้อง Balance ทุกอย่างให้ลงตัว เพื่อให้มีแรงขับเคลื่อนที่ดีในการสร้างผลงานที่มีคุณภาพ” นายยงยุทธ กล่าว

สำหรับยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการใหม่ๆ ของบริษัทในอนาคต บริษัทวางแผนพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการในอนาคตจะยังคงเป็นโครงการในระดับ “อินเตอร์เนชั่นแนล พรีเมียม” ในทําเลที่เป็นที่ปรารถนาของลูกค้า นอกจากนี้ บริษัทจะมีการเปิดตัวธุรกิจที่ดูแลบริหาร จัดการด้าน Hospitality ซึ่งเป็นมากกว่าการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น สะท้อนวิสัยทัศน์ของบริษัทซึ่งเป็น Lifestyle Company ที่ไม่ได้พัฒนาเพียงพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย แต่พัฒนาประสบการณ์การใช้ชีวิต (Living Experience) ให้กับผู้อยู่อาศัยในโครงการด้วย

[อ่าน 1,785]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"6C Framework" แนวทางบริหารธุรกิจครอบครัวให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
เมย์แบงก์ ชี้ผลเลือกตั้ง หนุนตลาดหุ้นไทยไปไกลถึง 1500 จุด แนะหุ้นเด่นรับธีมบริโภค–ลงทุน–การค้า
ชมรม CSR สมาคมธนาคารไทย ร่วมกับ ธนาคารสมาชิก เสริมสร้างทักษะการเงินให้เยาวชน
BRITANIA ร่วมกับ ALPHA ผุดโปรเจกต์ “Brilliant Business Park” มูลค่ากว่า 1,800 ล้านบาท
"วัน แบงค็อก รีเทล" จับมือ "บัตรเครดิต ttb" ส่งแคมเปญ Zodiac of Luck ฉลองตรุษจีน
ทรูรวมพลังพันธมิตรทั่วประเทศ ทรานส์ฟอร์มคู่ค้าสู่ยุค AI ภายใต้แนวคิด "ก้าวใหญ่ไปด้วยกัน"
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved