เบทาโกร เปิดกลยุทธ์ POWERING CHANGE ปรับแผนขับเคลื่อนองค์กรครั้งใหญ่ เสริมศักยภาพการแข่งขัน ยกระดับเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร
10 May 2022

 

  • สถานการณ์ความเคลื่อนไหวในระดับโลกที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ยังคงเป็นความท้าทายที่ส่งผลให้ธุรกิจ ต้องมีการปรับตัว เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
  • POWERING CHANGE การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันใน 5 ด้านหลักครอบคลุม SupplyChain Resilience,Digital Transformation, People Transformation, New Business และ Sustainability
  • เบทาโกรเติบโตต่อเนื่อง ผลการดำเนินงานในปี 2564 มีรายได้ 85.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% จากยอดขาย ที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจเกษตร ธุรกิจอาหารและโปรตีน ธุรกิจสัตว์เลี้ยง และธุรกิจในประเทศลาวและกัมพูชา

     

เบทาโกร เปิดเกมรุกธุรกิจ เผยแผนกลยุทธ์ POWERING CHANGE ปรับองค์กรสู่การทรานสฟอร์มครั้งใหญ่ใน 5 ไดเมนชั่น พร้อมรับมือความท้าทายและสร้างความมั่นคงทางอาหาร และเศรษฐกิจให้เกิดขึ้น โดยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอาหารคุณภาพสูงที่มีความหลากหลาย ภายใต้ ความปลอดภัยทางชีวภาพในการผลิต รวมถึงผลิตภัณฑ์ทางเลือกใหม่ออกสู่ตลาด คู่ขนานกับการขยายช่องทาง การจัดจำหน่ายบนอีคอมเมิร์ซ และร่วมลงทุนกับพันธมิตรในธุรกิจสตาร์ตอัป เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและยกระดับอุตสาหกรรมให้มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

 

นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า

ภายใต้สถานการณ์ความเคลื่อนไหวในระดับโลก ที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลกในหลายอุตสาหกรรม ทั้งการแพร่ระบาดของ COVID-19 เข้าสู่สถานประกอบการ การกลายพันธุ์ของไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งระบาดและติดเชื้อได้ง่าย สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ยังคงยืดเยื้อ สองปัจจัยหลักนี้นอกจากจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค รวมถึงการเฝ้าาระวังโรคระบาดในสัตว์ที่อาจเกิดขึ้น ความคาดหวัง ของผู้บริโภคที่มีต่อธุรกิจในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาที่ยั่งยืน และการกำหนดดัชนีชี้วัดเชิงคุณภาพความสำเร็จของธุรกิจแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญกับบริบททางสังคมควบคู่กับการเติบโตในเชิงตัวเลข ปัจจัยเหล่านี้ ยังคงเป็นความท้าทายที่ส่งผลกระทบ ต่อภาคเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสังคมอย่างต่อเนื่อง

 

เพื่อให้สอดคล้องกับความท้าทาย พฤติกรรม และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ภาคธุรกิจในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร จึงต้องมองหาโอกาสบนความท้าทายของการเปลี่ยนแปลง เพื่อต่อยอดธุรกิจใหม่ ๆ เบทาโกรในฐานะธุรกิจในอุตสาหกรรมที่คำนึงถึงการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จึงยังคงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาระบบความปลอดภัยทางชีวภาพในการผลิต เพื่อส่งมอบอาหารที่มีคุณภาพและความปลอดภัยสู่ผู้บริโภค ทั้งในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์เนื้อหมูให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น ปลอดสารเคมีและสารปฏิชีวนะที่จะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค รวมถึง การจัดการระบบห่วงโซ่อุปทานผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมกับเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้เข้าถึงและสอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป


นายวสิษฐ กล่าวต่อว่า ในปีนี้บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ด้าน เพื่อสนับสนุนให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยได้วางกลยุทธ์เพื่อการขับเคลื่อนธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “POWERING CHANGE ด้วยการผนึกกำลังทั้งองค์กรในการสร้างการเปลี่ยนแปลงภายใน ให้พร้อมรับมือกับความท้าทายและสร้างความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจให้เกิดขึ้น โดยมีกรอบการขับเคลื่อนใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่

  • Supply Chain Resilience: การให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการอุปทานตลอดทั้งห่วงโซ่ เพื่อลดผลกระทบ ต่อธุรกิจ และสร้างโอกาสจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ รวมถึงการดูแลในเรื่องความปลอดภัยทางชีวภาพและ ปศุสัตว์
  • Digital Transformation: การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ขับเคลื่อนด้วยฐานข้อมูลที่รวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยมุ่งยกระดับสู่เป้าหมาย Smart Transformation อย่างเต็มรูปแบบ ผ่าน 6 module ประกอบด้วย Big Data, Smart CRM, Smart Farm, Smart Factory, Smart Operation และ Smart Quality เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่กับลูกค้า คู่ค้า และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน
  • People Transformation: การปรับโครงสร้างองค์กรให้เป็น High Performing Organization เพื่อพัฒนาทักษะในด้านดิจิทัลและดึงศักยภาพของพนักงานออกมาให้เด่นชัดขึ้น
  • New Business: การแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อพัฒนา หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบสินค้า เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้สอดคล้องตามความต้องการของตลาด
  • Sustainability: การร่วมสร้างคุณค่ากับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน ด้วยการดำเนินธุรกิจตามหลักการ ESG ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล คู่ขนานกับการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติโดยเฉพาะใน 4 เป้าหมายหลัก ซึ่งประกอบด้วย การขจัดความอดอยากและสร้างความมั่นคงทางอาหาร การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ ที่ดีของทุกคน สนับสนุนความรับผิดชอบในการผลิตและการบริโภค และความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทโดยตรง

 

บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยนำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้เป็นกรอบการดำเนินงาน ด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การส่งเสริมพลังงานสะอาด ได้แก่ การใช้พลังงานทดแทนจากเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับอาคารและโรงงาน การจัดการของเสียด้วยการใช้พลังงานจาก ชีวมวลจากการผลิตปศุสัตว์ และการลดขยะจากบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วทิ้งในสำนักงานและกระบวนการผลิต ส่งเสริมให้มี การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นต์ขององค์กรและผลิตภัณฑ์ ขณะที่การทำงานด้านสังคม บริษัทได้ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่แบบองค์รวม ซึ่งเป็นแนวคิดในการร่วมพัฒนาชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

 

ด้วยความมุ่งมั่นและการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ แม้ช่วงปี 2564 จะมีปัจจัยแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกประเทศที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจมากมาย แต่ผลประกอบการสิ้นสุด ณ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมียอดรายได้จำนวน 85.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีรายได้ 80.1 พันล้านบาท โดยเป็นการเติบโตทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศควบคู่กัน แบ่งเป็นสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจเกษตร 29% กลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน 63.4% กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ 5.7% กลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง 1.8% และกลุ่มธุรกิจอื่นๆ 0.1% โดยการเติบโตของรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากทุกธุรกิจ ทั้งธุรกิจเกษตร ธุรกิจอาหารและโปรตีน ธุรกิจสัตว์เลี้ยง รวมถึงธุรกิจในต่างประเทศที่มีการขยายกำลังการผลิตทั้งในประเทศลาวและกัมพูชา

“เบทาโกรเชื่อว่า ทุกคนต้องมีทางเลือกที่ดีกว่า และสามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยที่มากขึ้น ในราคาที่เป็นธรรม เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญของชีวิต และเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน แนวคิดนี้ คือแรงบันดาลใจการขับเคลื่อนธุรกิจของเรา ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารและบริการเพื่อสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพที่ดีตราบเท่าที่พวกเขามีชีวิตอยู่ แต่ยิ่งไปกว่านั้น คือการเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งต้องทำอย่างมุ่งมั่นและต่อเนื่องต่อไป” นายวสิษฐ กล่าวทิ้งท้าย

[อ่าน 2,350]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไทยเจ้าภาพ UFI Asia Pacific Conference 2026 ทีเส็บชูแบรนด์ “The Best Exhibition Nation of ASEAN” ตอกย้ำกรุงเทพฯ ฮับงานแสดงสินค้าอาเซียน
เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท โกยกำไรปกติทะลุ 600 ล้านบาท จ่อปันผลสูงสุดเป็นประวัติการณ์
"ไมเนอร์ โฮเทลส์" เปิดตัว อวานี พลัส ล้านช้าง เวียงจันทน์ เสริมแกร่งแบรนด์อวานีในประเทศลาว
เซ็นทรัลพัฒนา ปั้น “WORLD TASTE OF TEA 2026” สู่ Global Lifestyle Festival จับเมกะเทรนด์ชาเพื่อสุขภาพ
BAM เปิดเกมรุกปี 2569 “3 ฟันเฟือง” รับเศรษฐกิจผันผวน—เร่งเงินสด ลดเวลาถือครองทรัพย์ ปั้นคนให้ทันเกม
Honda e:N2 SUV ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ ดีไซน์สปอร์ต Fastback เปิดจองสิทธิ์ 5 – 22 มี.ค. 69
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved