ซัคเซสมอร์ ฮีโร่แบรนด์ สร้างพลังบวก เติมพลังชีวิต
20 Oct 2022

บมจ. ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ (SCM) ธุรกิจ Network Marketing แบรนด์ไทย ซึ่งทำตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ด้วยจุดแข็งที่สำคัญจากการเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ทำให้องค์กรแห่งนี้ สามารถทะยานเหนือความกังขาเรื่องความไม่มั่นคง ความไม่ยั่งยืนของธุรกิจนี้ไปได้อย่างไม่ต้องสงสัย

สำหรับทิศทางและยุทธศาสตร์ปี 2565 และปี 2566 นพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ ได้คลี่แผนยุทธศาสตร์การจัดทัพเพื่อการเติบโตของ SCM อย่างพรั่งพรู

 

ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก และทิศทางนับแต่ช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะเป็นอย่างไร

ยอดขายครึ่งแรกของปีนี้ เราเติบโต 5% ต่ำกว่าเป้าหมายที่เราตั้งไว้ 20% แต่อย่างไรก็ตาม ถือว่าบริษัทฯ ยังมีสัญญาณบวกจากฐานสมาชิกที่เติบโตอีก 30% จากฐานเดิมที่มีอยู่ 1 แสนคน เป็น 1.3 แสนคน ทั้งนี้ ในระบบปกติของ Network Marketing ฐานสมาชิกจะต้องเติบโตมากกว่าฐานยอดขาย

สำหรับทิศทางปี 2566 นั้น เราได้เติมอาวุธตั้งแต่ไตรมาส 4/ 2565 และตลอดปี 2566 ด้วยการเพิ่มฐานสมาชิก และการเพิ่ม ‘พลังแบรนด์’ ทั้งแบรนด์สินค้า และแบรนด์องค์กรให้โดดเด่น พร้อมทั้งมีแผนที่จะใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์อันดับต้นๆ ของประเทศเป็นครั้งแรก จากเดิมที่ไม่เคยใช้มาก่อน อีกทั้งจะสื่อสารแบรนด์ผ่านสื่อหลายช่องทางอย่างจริงจัง รวมทั้งสื่อ Out of Home (OOH)

 

นอกจากนี้ ก็มีแผนที่จะยกระดับการรับรู้ของแบรนด์ SCM ใน 3 ระดับ คือ

  • 1) การวางตำแหน่งทางการตลาด (Positioning) ของแบรนด์องค์กรเป็น Hero Brand ในฐานะที่เป็นฮีโร่และเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจที่จะช่วยเปลี่ยนชีวิตผู้คน สร้างพลังใจให้ฮึดสู้ชีวิต
  • 2) การวาง Positioning แบรนด์ของสินค้าเป็น Creator ขับเคลื่อนผ่านนวัตกรรมและจุดขายที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว (Unique Selling Point)
  • 3) การขับเคลื่อนด้วยระบบที่เอื้อต่อการขยายขนาดธุรกิจ (Scale-up) ผ่านระบบออนไลน์ - ออฟไลน์ที่เรียกว่า ‘Sage’ (นักปราชญ์) โดยในระบบออฟไลน์เราจะใส่องค์ความรู้ในระบบเพื่อให้ผู้ที่มาใหม่ได้เรียนรู้อย่างถูกต้องเหมาะสม โดยไม่ต้องลองผิดลองถูกเอง ระบบนี้มีทั้งรายสัปดาห์ รายเดือนและรายไตรมาส ขณะที่ระบบออนไลน์ก็มีทั้ง e-Learning ผ่าน Zoom, ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค อาทิ Facebook Live, LINE, เว็บไซต์  นอกจากนี้ ยังมีผู้นำที่กระจายกันอยู่ทั่วประเทศทำหน้าที่ติดตามผลของการเรียนเพื่อทรานสฟอร์มตนเองด้วย ผ่านระบบที่เรียกว่า ‘The Power of One’  ซึ่งเป็นระบบที่ผ่านการสร้างสรรค์ร่วมกัน (Co-Creation) ระหว่างบริษัท - พาร์เนอร์นักธุรกิจที่มีความเข้าใจ

 

ปัจจุบันฐานสมาชิกในระบบ ‘Sage’ และ ‘The Power of ONE’ มีจำนวนเท่าไร ผลตอบรับเป็นอย่างไร

ฐานสมาชิกที่เป็นผู้นำธุรกิจขับเคลื่อนผ่านระบบดังกล่าวมีประมาณ 200 คน และมีฐานสมาชิกจากกลุ่มผู้นำดังกล่าวเบื้องต้นกว่า 2 หมื่นคนและเป็นระบบ Life Long Learning ส่วนผลตอบรับที่มีต่อระบบ ‘Sage’ และ ‘The Power of ONE’ นั้นมีฐานผู้ใช้งาน (User) ราว 10%ที่มีความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างดี ขณะที่ส่วนที่เหลือยังมี ‘ความเข้าใจ’ และ ‘ความตั้งใจ’ ที่แตกต่างกัน ดังนั้น เราก็จะขับเคลื่อนผ่านคน 10% นี้ เพื่อใช้เป็นแบบอย่างในการนำเสนอและปรับเปลี่ยนทัศนคติเพื่อให้สอดประสานกันมากขึ้นต่อไป

 

ในช่วงปีนี้และปีหน้า บริษัทฯ ต้องจัดทัพใหม่ อันเนื่องมาจาก Disruption หรือไม่

Disruption ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ทำให้เราได้เห็นชัดเจนมากขึ้นว่า คนยุคนี้ใจร้อน  และหันมาซื้อสินค้าผ่านออนไลน์และทีวีมากขึ้น ขณะที่บริษัทต่างๆ ก็หันมาเน้นกลยุทธ์ราคาและโปรโมชั่น ซึ่งเราลงไปสู้ศึกเช่นนี้ไม่ได้ เนื่องจากเราอยู่ในธุรกิจ Network  Marketing ดังนั้น การจัดทัพของเราจึงต้องเลือกเซ็กเม้นท์ที่ชัดเจน พร้อมตอบโจทย์ด้วย ‘คุณค่าสินค้า Xการแก้ปัญหาของลูกค้า X ความคุ้มค่าของเม็ดเงินที่จ่าย’  

ทั้งนี้ ความคุ้มค่าเงินนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อลูกค้ามีความเข้าใจถึงคุณประโยชน์จากสินค้าที่ได้รับ และการแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์ อย่างเช่น อาหารเสริมที่บริษัทฯ จะเน้นทั้งด้านคุณประโยชน์ที่สามารถแก้ปัญหาสุขภาพได้อย่างตรงจุด ซึ่งแผนการออกสินค้าในอนาคตก็จะเน้นบำรุง ป้องกัน เยียวยาสุขภาพของอวัยวะภายใน รวมทั้งหัวใจ ด้วยการทำให้อวัยวะและเซลล์แข็งแรงขึ้น และกลุ่มเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของร่างกาย ซึ่งการขายสินค้าเช่นนี้บุคลากรจะต้องได้รับการฝึกอบรมอย่างดี

ขณะเดียวกัน บริษัทก็มุ่งพัฒนาระบบนิเวศ (Ecosystem) ระบบชุดความคิด (Mindset) พร้อมทั้งยกระดับตลาดเป็น ‘ตลาดชนเผ่า’ (Tribes Market) ที่มิได้มุ่งขายแต่สินค้าเท่านั้น หากแต่มุ่งส่ง ‘พลัง’ อันเป็น ‘คุณค่า’ ที่ส่งผ่านถึงกันและกันระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์ในทุก Touchpoint ขณะเดียวกัน เราก็มุ่งพัฒนา ‘หัวหน้าชนเผ่า’ และพัฒนาให้บุคลากรเป็น ‘นักเผยแพร่’ (Evangelist) ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ การเติมพลัง และการเป็น ‘ฮีโร่ในชีวิตจริง’

นอกจากนี้ การจัดทัพในส่วนของกลยุทธ์ เราจะมุ่งพัฒนาให้เกิดการเปลี่ยนแปลง Mindset (ชุดความคิด) โดยเฉพาะกับกลุ่มพาร์ทเนอร์นักธุรกิจระดับผู้นำ ด้วยการตั้งคำถามกับ ‘Why-What-How’ กับปัจจัยที่จะมีผลกระทบกับการวาง Positioning ของบริษัท จากนั้นก็จะพัฒนากลุ่มคนเหล่านี้ให้มีความแข็งแกร่งจากภายในตนเอง เพื่อเป็นนักเผยแพร่และเป็นหัวหน้าชนเผ่า เพื่อสร้างผู้คนให้เป็นความหวังของประเทศชาติและเป็นความหวังในระดับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งเป็นอีกตลาดที่สำคัญของบริษัทฯ ซึ่งผมและ คุณหมอ สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ ประธานกรรมการบริหาร ต่างก็เชื่อว่า แนวทางนี้มีความเป็นไปได้ เนื่องจากเราทั้งสองต่างก็หล่อหลอมประสบการณ์ตรงของการเป็นนักสู้ชีวิตมาเป็น Brand DNA ของ SCM

 

SCM ขยายฐานธุรกิจทำลิสซิ่งด้วยหรือ ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร

SCM ได้ขยายฐานธุรกิจสู่ธุรกิจลิสซิ่งรถยนต์มือสองในนามของ บริษัท จัดให้ ลิสซิ่ง จำกัด (CHL) โดย SCM ถือหุ้น 100% และถือเป็นหนึ่งในระบบนิเวศของบริษัทแม่ เพื่อให้บริการเช่าซื้อกับคนทั่วไป และบริหารงานโดยมืออาชีพ จากเดิมที่เป็นบริการที่ให้กับคนในองค์กรเท่านั้น ทั้งนี้ CHL จะเริ่มดำเนินการได้ในต้นเดือนตุลาคมนี้ พร้อมทั้งตั้งเป้าปล่อยกู้ปีนี้ ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 3 เดือนประมาณ 50 ล้านบาท และปีหน้าก็ตั้งเป้าเติบโตเป็น 500 ล้านบาท โดยมีเป้าสูงสุดที่จะปล่อยกู้ประมาณ 1,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ สำหรับ ’จัดให้ ลิสซิ่ง’ เราได้ Positioning เช่นเดียวกับ SCM ด้วยการมองลูกค้าที่ใช้บริการให้มีความพร้อมตลอดช่วงชีวิตไม่ใช่เฉพาะช่วงที่มาให้บริการกับบริษัทฯ เท่านั้น ด้วยการส่งต่อ Mindset การให้ความรู้ทางด้านการเงิน หรือถ้าต้องการหารายได้เพิ่ม หรือเห็นโอกาสก็สามารถเข้ามาในระบบนิเวศของ SCM ได้ตรงนี้เป็นภาคสมัครใจ

 

 

สำหรับแผนในอนาคตเราก็มองการขยายฐานธุรกิจอื่นๆ ด้วย แต่ทั้งนี้ ก็ต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบภายใต้การจัดการความเสี่ยงที่ดี ตามมาตรฐานด้วย โดยส่วนที่อยู่ในแผนงานปี 2566 คือ การผลิตแบบ OEM ซึ่งจะต้องมุ่งทำ R&D เพื่อสร้างนวัตกรรมให้กับสินค้า

 

           

[อ่าน 3,570]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"ซีพีเอฟ" นำ TECHViSTA โชว์วิศวกรรมและเทคโนโลยี ยกระดับเกษตรอุตสาหกรรม ในงาน ProPak Asia 2026
Toshiba TV เปิดประสบการณ์ความบันเทิงเหนือระดับ กับ Toshiba 136LX1S MicroLED TV จอใหญ่ 136 นิ้ว
SYNNEX เปิดเกมรุกพลังงานสะอาด ดึง LONGi นำร่องเทคโนโลยี Back Contact สู่ตลาดไทย
"มหิดล–จุฬาฯ –เชียงใหม่" พลิกโฉมอุดมศึกษา ชูโครงการ “MC² GenEd” สร้างระบบเรียนรู้ข้ามมหาวิทยาลัย
‘NITMX’ จับมือพันธมิตร เปิดตัวโครงการ NITMX Fintech Bootcamp 2026 สร้างคนรุ่นใหม่ สู่อนาคตการเงินดิจิทัลไทย
CHAGEE จับมือ Soi Dog เปิดโครงการ “Sip for Paws” เปลี่ยนทุกจิบเป็นพลังให้เพื่อนสี่ขา
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved