เอสซีจีแถลงผลไตรมาสแรก 2561 กำไร 1.2 หมื่นล้าน ชูดิจิทัลขับเคลื่อนนวัตกรรม
26 Apr 2018

 

          ผลประกอบการเอสซีจีไตรมาสที่ 1 ปี 2561 ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนเผยมุ่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อพัฒนานวัตกรรม พร้อมนำเสนอโซลูชั่นสินค้าและบริการครบวงจร ตอบโจทย์ลูกค้าทั่วอาเซียน หวังเติบโตยิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน


          รุ่งโรจน์  รังสิโยภาสกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า งบการเงินรวมก่อนสอบทานของเอสซีจีในไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2561มีรายได้จากการขาย 118,250ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 2จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มีกำไร 12,406ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 29จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ลดลงของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมของธุรกิจเคมิคอลซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยเงินบาทแข็งค่าและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นประกอบกับปีที่ผ่านมามีกำไรจากการขายเงินลงทุน


          สำหรับผลการดำเนินงานของเอสซีจี นอกเหนือจากประเทศไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2561


          เอสซีจีมีรายได้จากการขายในภูมิภาคอาเซียน เท่ากับ 27,014 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 23 จากยอดขายรวม โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 4จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้จากการขายในภูมิภาคอื่นๆ 20,075ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17จากยอดขายรวม 

 

          สินทรัพย์รวมของเอสซีจี ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561 มีมูลค่า 584,251ล้านบาท โดยร้อยละ 24เป็นสินทรัพย์ในอาเซียน


          ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ในปี 2561แยกตามรายธุรกิจดังนี้


          ธุรกิจเคมิคอลในไตรมาสที่ 1 ปี 2561 มีรายได้จากการขาย52,867ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากไตรมาสก่อน แต่ลดลงร้อยละ3เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสำหรับงวด 8,135ล้านบาท ลดลงร้อยละ 14จากไตรมาสก่อนและลดลงร้อยละ38 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปัจจัยเงินบาทแข็งค่าและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมลดลง


          ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ในไตรมาสที่ 1 ปี 2561 มีรายได้จากการขาย46,461ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 4เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสำหรับงวด 2,484ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 138จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากสภาพตลาดที่ดีขึ้นตามฤดูกาล และการขยายตัวของการดำเนินงานในภูมิภาคอาเซียน


          ธุรกิจแพคเกจจิ้งในไตรมาสที่ 1 ปี 2561 มีรายได้จากการขาย21,981ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ3จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ11 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสำหรับงวด 1,512ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ24จากไตรมาสก่อน เนื่องจากตลาดเติบโตต่อเนื่องและผลจากการซื้อกิจการ ขณะที่ลดลงร้อยละ10เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปีที่ผ่านมามีกำไรจากการขายสินทรัพย์


          รุ่งโรจน์กล่าวว่า “แม้จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ ทั้งสภาพการแข่งขันที่รุนแรงทั้งในไทยและในภูมิภาค ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และค่าเงินบาทแข็งค่าที่เข้ามากระทบ อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2561 ของเอสซีจียังคงใกล้เคียงกับไตรมาสที่ผ่านมาจากความมุ่งมั่นสร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่าสู่ลูกค้า (Passion for better) โดยเร่งผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อพัฒนานวัตกรรม พร้อมนำเสนอโซลูชั่นครบวงจร เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการเชิงลึกของลูกค้าทั่วอาเซียน"


          สำหรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของเอสซีจีในช่วงที่ผ่านมา เช่น การเปิดตัว “แอปพลิเคชัน HOME BUDDY” ที่เป็นช่องทางออนไลน์สำหรับปรึกษาปัญหา ค้นหาช่างหรือวัสดุเพื่อสร้างหรือซ่อมบ้าน ซึ่งเชื่อมต่อกับ SCG Online Store และ Digital Payment Solution เช่น SCG Wallet เพื่อเพิ่มความสะดวกในการซื้อและชำระค่าสินค้าหรือ “การนำเทคโนโลยีดาวเทียมมาใช้ สำหรับการออกแบบติดตั้งหลังคาให้ลูกค้า” และการเปิดตัว “หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ” โดย SCG Eldercare Solution ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าชมพร้อมนวัตกรรมอื่นๆ เกี่ยวกับบ้านได้ใน “งานสถาปนิก’61” วันที่ 1-6 พ.ค. นี้ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี 


          ส่วนโซลูชั่นใหม่ๆ ที่เอสซีจีส่งมอบให้ลูกค้า เช่น “โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ” (Floating Solar Solution) รายแรกของไทย หรือ “Total Packaging Solutions Provider” ที่ให้บริการครบวงจรตั้งแต่การออกแบบ การผลิต และการจัดเก็บบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้วมา Recycle รวมทั้ง“SCG Express”ที่เตรียมขยายจุดบริการรับส่งพัสดุให้ลูกค้ารายย่อยแบบ One-Stop Service ในสถานีบริการน้ำมันกว่า 100 แห่ง โดยตั้งเป้าขยายจุดบริการครอบคลุมทั่วประเทศภายในกลางปีนี้


          นอกจากนี้ เอสซีจี ยังมุ่งพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (High Value Added Products & Services - HVA) โดยเน้นร่วมมือกับลูกค้าหรือสถาบันชั้นนำต่างๆ มากขึ้น ซึ่งไตรมาสนี้ เอสซีจีมียอดขาย HVA 45,844 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นร้อยละ 39 ของยอดขายรวม โดยใช้งบประมาณการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมกว่า 1,206ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1ของยอดขายรวม


          "ส่วนการขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคอาเซียนนั้นล่าสุดได้เข้าถือหุ้นเพิ่มเติมเป็นร้อยละ 50.9 ในบริษัทBinh Minh Plastics Joint Stock Companyซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายท่อและข้อต่อ PVC ชั้นนำทางตอนใต้ของเวียดนามและจัดตั้งTrading Company โดยเข้าถือหุ้นร้อยละ 50 ในบริษัท PT Nusantara Polymer Solutionsในอินโดนีเซีย เพื่อจัดจำหน่ายเม็ดพลาสติกที่มีมูลค่าเพิ่มสูงซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายฐานสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงให้เจริญเติบโตได้ในอาเซียนรวมทั้งจัดตั้ง SCG Roofing Centerที่นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาวซึ่งเป็นศูนย์บริการหลังคา ฝ้า ผนังครบวงจรแห่งแรกในต่างประเทศ เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของตลาดและเปิดโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มประเทศ AECอีกด้วย” รุ่งโรจน์ กล่าวในตอนท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"เคทีซี" เอาใจสมาชิก "อยู่ที่ไหนก็ล้างรถได้" พร้อมรับส่วนลด 30%
Marriott Thailand Business Council และมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย ร่วมนำรอยยิ้มคืนให้เด็ก
เอปสัน-เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ร่วมเนรมิตประสบการณ์ใหม่
"ฮอนด้า" ฉายภาพเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ "Honda SENSING"
“CENTRAL BABY FAIR” สินค้าเจ้าตัวเล็ก ลดสูงสุด 50%!!
"สนช." ชวนประกวดสื่อประชาสัมพันธ์ “ชาวต่างชาติกับการอนุรักษ์วิถีชุมชน”
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 08-8246-2542
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved