เอสซีจี ผลักดันโปรเจกต์ Internal Startup พร้อมขยายสู่ธุรกิจบริการ ตอบโจทย์ลูกค้าด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
07 Sep 2018

          เอสซีจี เปิดแผนขับเคลื่อนองค์กรด้วยดิจิทัล ชู “PASSION FOR BETTER”เดินหน้า Digital Transformation 3 ด้านทั้งพัฒนานวัตกรรมจากภายใน-สร้างความร่วมมือจากภายนอก-ใช้ Data Analytics วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการตอบโจทย์พร้อมผลักดันโครงการ Internal Startup เปิดโอกาสพนักงานที่มีศักยภาพริเริ่มโมเดลธุรกิจใหม่ด้าน AddVentures เดินหน้าลงทุนสตาร์ทอัพทั่วอาเซียนต่อเนื่อง ส่งเสริม Ecosystem เติบโตยั่งยืน


          ยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การบริหารกลาง เอสซีจี กล่าวว่า เอสซีจีได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถทางการแข่งขันเพื่อให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างรวดเร็ว เข้าใจพฤติกรรมเชิงลึก (Insight) ของลูกค้าและผู้บริโภค สามารถตอบสนองพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปได้อย่างทันท่วงที และให้บริการลูกค้าได้แบบ One-stop service มากขึ้น โดยได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้องกับคน กระบวนการทำงาน และผลิตภัณฑ์ บริการหรือโซลูชั่นของเอสซีจี

 


          “ด้วยความมุ่งมั่นของเอสซีจีที่ต้องการพัฒนาสินค้าและบริการให้ลูกค้ามีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น หรือ PASSION FOR BETTER เราจึงพยายามตั้งคำถามที่จะทำให้เข้าใจลูกค้าได้ดีขึ้นอยู่เสมอเพื่อให้สามารถพัฒนานวัตกรรมต่างๆที่ตอบโจทย์ตรงใจและทันต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป” ยุทธนา กล่าว


          ปัจจุบัน เอสซีจี ได้ตั้งหน่วยงาน Digital Transformation ขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบใน 3 ส่วนงานหลัก ได้แก่ 1.ส่วนงานภายในโดยดูแลและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากบุคลากรภายในองค์กรเพื่อสร้างขีดความสามารถให้แก่บุคลากร ผลักดันให้เกิดโมเดลธุรกิจใหม่ในเอสซีจี และเกิดนวัตกรรมใหม่ที่ต่อยอดกับธุรกิจหลักได้2.ส่วนงานภายนอกโดยจัดตั้ง AddVentures เป็นหน่วยงานด้านการลงทุน (Corporate Venture Capital) ของเอสซีจีตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก และ 3.ส่วนงาน Core Transformationโดยนำเรื่องของ AI และ Machine Learning เข้ามาช่วยทำ Data Analytics และDigital Marketing เพื่อเพิ่มศักยภาพและลดความเสี่ยงให้กับเอสซีจีและบริษัทต่างๆ ในเครือ

 


          ยุทธนา กล่าวอีกว่า จากการปรับทิศทางดังกล่าว ทำให้เอสซีจีสามารถบริหารจัดการงานภายในทั้งด้านกระบวนการทำงานของพนักงานและด้านการผลิต ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบโจทย์ Industry 4.0 ขณะเดียวกันก็สามารถแก้ไขปัญหา (Pain Point) ของลูกค้าทั้งกลุ่มภาคธุรกิจและผู้บริโภคได้อย่างตรงจุดมากขึ้น เพราะได้มีการจัดเก็บข้อมูลในลักษณะ Big Data เพื่อนำมาวิเคราะห์พฤติกรรม ให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

          “ขณะนี้ เราเริ่มมีธุรกิจกลุ่มดิจิทัลเข้ามาช่วยในการให้บริการลูกค้ามากขึ้นทั้งในรูปแบบซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน เช่น Home Buddy แอปฯ ให้คำปรึกษา ออกแบบ เลือกซื้อสินค้าสำหรับการสร้างบ้านโดยคาดว่าใน 3-5 ปีข้างหน้า เราจะมีธุรกิจกลุ่ม B2B for C หรือธุรกิจต่อธุรกิจเพื่อผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจในปัจจุบันของเรา เช่น ธุรกิจที่ตอบโจทย์ e-Logistics แพลตฟอร์ม e-Commerce ที่ตอบโจทย์ Omni Channel และจะมีการขยายโมเดลลักษณะนี้ไปในอาเซียนด้วย” ยุทธนา กล่าว

 


          ด้าน ดร.จาชชัว แพส ผู้อำนวยการ Digital Transformation เอสซีจี และกรรมการผู้จัดการ AddVentures โดยเอสซีจี กล่าวว่า สำหรับส่วนงานภายในของหน่วยงาน Digital Transformation นั้น มีกิจกรรมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้มีโครงการบ่มเพาะธุรกิจสำหรับพนักงานภายใน หรือ Internal Startup Programขึ้นเพื่อให้พนักงานที่มีศักยภาพมี Passion ในการทำธุรกิจ และอยากมีส่วนร่วมในการคิดที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อลูกค้า สามารถนำเสนอโมเดลธุรกิจของตัวเองเข้ามาร่วมโครงการ โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับโอกาสในการทำงานอย่างอิสระ รวมถึงได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเอสซีจีโดยตรงสำหรับการดำเนินโครงการ


          ขณะที่ส่วนงานภายนอกนั้น หลังจากก่อตั้ง AddVentures โดยเอสซีจีมาได้ราวปีกว่า ได้พัฒนาความร่วมมือไปในหลากหลายลักษณะ ทั้งการเข้าลงทุนผ่านกองทุนชั้นนำที่ลงทุนในสตาร์ทอัพ (Fund of Fund Investment) และการลงทุนโดยตรงในสตาร์ทอัพ (Direct Investment) โดยมีความร่วมมือที่สำคัญ เช่น ความร่วมมือกับ GIZTIX สตาร์ทอัพด้าน Logistics Market Place, BUILK แพลตฟอร์มการบริหารธุรกิจก่อสร้างซึ่งมีอยู่แล้วใน 5 ประเทศ และ Baania แพลตฟอร์มค้นหาอสังหาริมทรัพย์พร้อมบริการข้อมูลครบวงจร


          “เรายังคงเปิดรับโอกาสในการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เพื่อใช้ความเชี่ยวชาญของเรา ผสานเข้ากับไอเดียของสตาร์ทอัพเหล่านั้น ในการตอบโจทย์ลูกค้าและส่งเสริมEcosystem ให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ดร.จาชชัว กล่าว

 


          ทั้งนี้ ปัจจุบัน AddVentures ได้เข้าลงทุนทั้งแบบ Fund of FundInvestment และ Direct Investment แล้ว 11ราย และสร้างความร่วมมือในเชิงพาณิชย์กับบริษัทภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทด้านเทคโนโลยีทั้งที่เป็น Early stage และ Growth stage startups ทั่วโลก ซึ่งมีโครงการที่มีความคืบหน้าแล้วกว่า 70 โครงการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"เคทีซี" เอาใจสมาชิก "อยู่ที่ไหนก็ล้างรถได้" พร้อมรับส่วนลด 30%
Marriott Thailand Business Council และมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย ร่วมนำรอยยิ้มคืนให้เด็ก
เอปสัน-เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ร่วมเนรมิตประสบการณ์ใหม่
"ฮอนด้า" ฉายภาพเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ "Honda SENSING"
“CENTRAL BABY FAIR” สินค้าเจ้าตัวเล็ก ลดสูงสุด 50%!!
"สนช." ชวนประกวดสื่อประชาสัมพันธ์ “ชาวต่างชาติกับการอนุรักษ์วิถีชุมชน”
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 08-8246-2542
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved