รายงานแนวโน้มพฤติกรรมการช้อปปิ้งของคนไทยปี 2567
22 Jun 2024

รายงานแนวโน้มพฤติกรรมการช้อปปิ้งของคนไทยปี 2567: ค่าสาธารณูปโภคและค่าอาหารที่พุ่งสูงขึ้นชี้เป็นข้อกังวลอันดับต้นๆ ของคนไทย การลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและการใช้ส่วนลดคือกลยุทธ์สำคัญของธุรกิจ

 

NIQ บริษัทวิจัยผู้บริโภคชั้นนำของโลกด้านข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค เปิดเผยถึงข้อมูลจากรายงาน Thai Shopper Trends 2567 ซึ่งชี้ให้เห็นว่าท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ท้าทาย ผู้ชื้อชาวไทยมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับค่าสาธารณูปโภคและค่าอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น แรงกดดันทางเศรษฐกิจกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยหลายคนวางแผนที่จะลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและปรับเปลี่ยนนิสัยการซื้อของตนเพื่อรับมือกับความตึงเครียดทางการเงิน

โดยแนวโน้มพฤติกรรมของผู้ซื้อชาวไทยนี้จะถูกเปิดเผยในงานเว็บสัมมนา “Consumer Revolution: Understanding Shoppers Today and Tomorrow” ในวันที่ 25 มิถุนายน เวลา 13.00

 

 

ผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อพฤติกรรมผู้บริโภค

สถานะทางการเงินของผู้ซื้อชาวไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงปีที่ผ่านมา ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2567 จำนวน 48% ของนักช้อปรายงานว่าสถานะทางการเงินของตนนั้นแย่ลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี พ.ศ. 2566 ซึ่งตัวเลขอยู่ที่ 39% สถานะทางการเงินที่ลดลงนี้ส่วนใหญ่เกิดจากค่าต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ส่งผลให้งบประมาณครัวเรือนทั่วประเทศตึงตัว

 

ความกังวลของผู้บริโภค

ต้นทุนที่สูงขึ้นเป็นกังวลอันดับต้นๆ ของผู้บริโภค โดยต้นทุนของอาหารได้พุ่งสูงขึ้นจาก 27% ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2566 เป็น 30% ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2567 นอกจากนี้ ผู้ซื้อยังต้องรับมือกับความกังวลเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและผลกระทบของภาวะโลกร้อนด้วย เพื่อจัดการกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนเหล่านี้ ผู้ซื้อหลายคนจึงวางแผนซื้อสินค้าในช่วงลดราคาและช่วงที่มีการจัดโปรโมชันพิเศษเพื่อช่วยลดการใช้จ่าย

 

การตอบสนองของผู้บริโภค

เพื่อตอบสนองต่อต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น กลุ่มผู้ซื้อจึงใช้กลยุทธ์ต่างๆ ดังนี้:

●      การลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและลดการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย: ผู้ซื้อหลายคนให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายสินค้าที่จำเป็นมากขึ้น โดยตัดการซื้อของที่ไม่จำเป็นออกไปเพื่อจัดการกับงบประมาณให้ดีขึ้น ผู้ซื้อชาวไทยให้ความสำคัญกับสิ่งที่พวกเขาต้องการมากกว่าสิ่งที่อยากได้

●      การลดปริมาณการซื้อ: ผู้ซื้อจะลดปริมาณสินค้าที่ซื้อ โดยเน้นที่การซื้อเฉพาะสิ่งที่จำเป็นหรือสต็อกสินค้าที่จำเป็น

●      การซื้อของในช่วงลดราคา: ผู้ซื้อนิยมซื้อสินค้าในช่วงลดราคา เช่น ช่วงวันหยุดหรือช่วงโปรโมชั่นลดราคาสองหลัก เนื่องจากต้องการแสวงหาการลดราคาและข้อเสนอพิเศษเพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถใช้จ่ายในงบประมาณเพิ่มมากขึ้น

 


 

แนวโน้มของผู้บริโภค

ความกังวลด้านการเงินส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อของของผู้ซื้อชาวไทยเป็นอย่างมาก:

เน้นที่คุณภาพของสินค้า: จำนวนผู้ซื้อเพิ่มมากขึ้นถึง 90% ในปี พ.ศ. 2567 เพิ่มขึ้นจาก 82% ในปี พ.ศ. 2565 โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าราคา

ความพึงพอใจที่จะใช้จ่ายเงินมากขึ้นเพื่อความสะดวกสบาย: ความพึงพอใจที่จะจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อประหยัดเวลา เพิ่มขึ้นเป็น 78% ในปี พ.ศ. 2567 จาก 70% ในปี พ.ศ. 2565 ซึ่งอาจเกิดจากปริมาณงานที่มากขึ้นและระยะเวลาเดินทางที่นานขึ้น เป็นนัยยะว่าผู้ซื้อชาวไทยให้ความสำคัญต่อเวลาของพวกเขามากขึ้นด้วย

การใช้ส่วนลด: ผู้ซื้อชาวไทยหันมาแสวงหาส่วนลดพิเศษกันมากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการใช้จ่ายเชิงกลยุทธ์ท่ามกลางแรงกดดันทางการเงิน

ความเปิดกว้างต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ: ผู้ซื้อประมาณ 89% ยินดีที่จะลองผลิตภัณฑ์และแบรนด์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นจาก 79% ในปี พ.ศ. 2562 ซึ่งบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่การสำรวจทางเลือกที่คุ้มต้นทุน

สินค้าที่มีอิทธิพลของร้านค้า: เมื่อเป็นเรื่องของตัวเลือกของร้านค้าสำหรับผู้ชื้อชาวไทย มีสินค้า 3 หมวดหมู่หลักที่ร้านค้าต้องคำนึงถึงและมีขาย เพื่อตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันของนักซื้อชาวไทย ได้แก่:

●      แชมพูและครีมนวดผม

●      ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่ม

●      อาหาร เช่น ข้าว แป้ง พาสต้า น้ำมันปรุงอาหาร และเครื่องปรุงรสอาหาร

 

ผลกระทบต่อธุรกิจ

ธุรกิจ โดยเฉพาะในภาค FMCG จะต้องปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปเหล่านี้ ความภักดีต่อแบรนด์นั้นมีแนวโน้มลดลงอย่างมาก โดยมีเพียง 19% ของผู้ซื้อในปี พ.ศ. 2566 ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะซื้อสินค้าเดิมๆ เมื่อเทียบกับตัวเลขที่สูงกว่าในปีที่ผ่านมาเนื่องจากความตึงเครียดทางการเงินไม่ใช่ปัญหาที่ต้องกังวลในเวลานั้น เพื่อสนับสนุนผู้ซื้อ ธุรกิจควรพิจารณาเสนอส่วนลดและตัวเลือกในการซื้อจำนวนมากมากขึ้น และต้องเน้นย้ำถึงคุณค่าและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เพื่อรักษาและดึงดูดลูกค้า ธุรกิจควรใช้กลยุทธ์การขายออนไลน์มากขึ้นเพื่อลดต้นทุนหน้าร้านและเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้นให้กับผู้ซื้อที่มองหาข้อเสนอพิเศษทางช่องทางออนไลน์

 

สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคในประเทศไทย ธุรกิจต่างๆ ต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้และปรับกลยุทธ์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การคำนึงถึงความสามารถในการซื้อ คุณภาพ และการลดราคาเชิงกลยุทธ์จะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถสนับสนุนผู้ซื้อได้ดีขึ้นในช่วงเวลาที่ท้าทายเหล่านี้และสามารถรับประกันถึงการมีส่วนร่วมของผู้ซื้ออย่างต่อเนื่อง

 


สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวรายงาน Thai Shopper Trends 2567 ได้ที่ NIQ Shopper Trends 2024 - NIQ (nielseniq.com)

 

[อ่าน 884]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โตชิบา' เติมสีใหม่พัดลม F-ALC50TH เอาใจสายแต่งบ้าน พร้อมลมแรงไกล 12 เมตร
กิฟฟารีน แนะนำไอเท็มเด็ด ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “Giffarine MelaPro” (กิฟฟารีน เมลาโปร)
‘พาเลซ’ เปิดประตูต้อนรับทุกคนในงาน PALACE WORLD พบกับ ‘บิวกิ้น’ ชวนร่วมพิสูจน์รสชาติที่ใช่ ในลุคใหม่สุดพรีเมียม 27 เม.ย. นี้
OPPO Find X9 Ultra สมาร์ตโฟนแฟลกชิปรุ่นใหม่ล่าสุด จับมือ AIS จองรับดีลพิเศษก่อนใคร ส่วนลดสูงสุด 32,900 บาท
บีเคไอ โฮลดิ้งส์ (BKIH) จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 3
บัตรกรุงศรี เดบิต และ บัตร Krungsri Boarding Card ร่วมฉลอง FIFA World Cup 2026™ มอบของกำนัลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าผู้ถือบัตร
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved