ยูโอบี สนับสนุนให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
16 Aug 2024

โดย เชา วง ยวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืน ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย


 

คาดการณ์ว่าคลื่นความร้อนที่สูงเป็นประวัติการณ์ในช่วงฤดูร้อนและน้ำท่วมฉับพลันในช่วงฤดูมรสุมจะกลายเป็น “ความปกติใหม่” ที่ประเทศไทยต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศสุดขั้วเหล่านี้ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ผลักดันให้ผู้บริหารประเทศ หน่วยงานที่กำกับดูแลต่างๆ ตลอดจนภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไปต้องเริ่มดำเนินมาตรการปรับตัวและบรรเทาผลกระทบเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

 

ความท้าทายสำหรับประเทศไทย

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ โดยสัดส่วนประชากรที่มีอายุมากกว่า 65 ปีเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.1 ในปี 2543 เป็นร้อยละ 12.9 ในปี 2565 ซึ่งทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับสภาวะที่ไม่เหมือนประเทศอื่นๆ กล่าวคือ ประเทศไทยซึ่งเป็นตลาดเกิดใหม่แต่กลับกำลังเผชิญกับโครงสร้างประชากรสูงวัยที่พบได้ทั่วไปในประเทศที่มีเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว

องค์การอนามัยโลกระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีผลกระทบต่อประชากรสูงวัยมากกว่าประชากรในกลุ่มอายุอื่นๆ และผู้สูงอายุที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอเป็นกลุ่มที่จะประสบกับความยากลำบากมากที่สุดเมื่อเผชิญกับความผันผวนของอุณหภูมิ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดน้ำและโรคลมแดด นอกจากนี้ ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมยังมีความเสี่ยงต่อโรคที่เกิดจากน้ำอีกด้วย

สถานการณ์เหล่านี้จะเพิ่มแรงกดดันต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขที่มีอยู่ให้มากขึ้น โดยสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเนื่องจากการหดตัวของประชากรวัยทำงาน

 

นอกจากนี้ แม้ว่าระดับรายได้โดยรวมของประเทศไทยจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ประชากรมากกว่าร้อยละ 6 ยังคงอยู่ใต้เส้นความยากจนของประเทศ โดยมีรายได้ต่ำกว่า 2,803 บาทต่อเดือน ประชากรกลุ่มนี้ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสในการเลื่อนชั้นรายได้จำกัด

คาดว่ากลุ่มที่จะได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุดคือคนจนในชนบท ซึ่งภัยพิบัติเหล่านี้จะทวีความรุนแรงและเกิดบ่อยครั้งขึ้นในอนาคต คลื่นความร้อนที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 60 คน โดยจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดมาจากพื้นที่ชนบทในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศน่าจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยด้วย อุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2554 ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและทำให้เกิดความสูญเสียคิดเป็นร้อยละ 10 ของจีดีพี โดยส่วนใหญ่เกิดจากการหยุดการผลิตในโรงงานที่ประสบภัยน้ำท่วม

ภาคการเกษตรซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 9 ของจีดีพีของประเทศและจ้างงานราวร้อยละ 30 ของประชากร อาจได้รับความเสียหายจากไฟป่า คุณภาพอากาศที่แย่ลง และปริมาณน้ำฝนที่มากเกินไป ทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณผลผลิตของพืชผลทางการเกษตร เช่น ข้าวและน้ำตาล กลุ่มที่น่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือเกษตรกรรายย่อยที่มีสิทธิประโยชน์ประกันสังคมจำกัด

 

ในปัจจุบัน เมืองใหญ่ๆ ต่างกำลังเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น อินโดนีเซียที่ได้ตัดสินใจย้ายเมืองหลวงจากจาการ์ตาไปยังนูซันตารา เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนปัญหาดินทรุดตัวจากระดับน้ำบาดาลที่ลดต่ำลงและการยุบตัวของชั้นดิน กรุงเทพมหานครก็อาจเผชิญกับสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน เนื่องจากรัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณาย้ายเมืองหลวงไปยังพื้นที่อื่นที่ตั้งอยู่สูงขึ้น

ความท้าทายด้านประชากรที่มีลักษณะไม่เหมือนใครของประเทศไทย รวมถึงผลกระทบที่ไม่สัมพันธ์จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดความจำเป็นที่จะต้องวางกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านที่มีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้ทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจในประเทศยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

 

สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม

ยูโอบีมุ่งมั่นสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปี 2565 ยูโอบีได้ประกาศคำมั่นเพื่อเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิจากการให้สินเชื่อของธนาคาร โดยยึดมั่นในการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจสีเขียวและการปรับปรุงการเข้าถึงพลังงานในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้

 

ในประเทศไทย ยูโอบีได้ดำเนินการส่งเสริมการนำโซลูชันที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนต่ำมาใช้ในทุกๆ ภาคส่วนของห่วงโซ่มูลค่า โดยให้สินเชื่อกับระบบนิเวศอุตสาหกรรมทั้งระบบ เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์สภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ธนาคารจึงกำหนดให้ภาคพลังงานและการขนส่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมหลักในการให้สินเชื่อเพื่อความยั่งยืน โดยเมื่อรวมกันแล้ว ทั้งสองกลุ่มอุตสาหกรรมปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็นร้อยละ 70 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศ

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานได้ประกาศเป้าหมายที่ท้าทายในการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้า โดยมีสัดส่วนจากพลังงานทดแทนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2608

เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและการนำพลังงานทดแทนมาใช้ ธนาคารยูโอบีจึงได้เปิดตัวโครงการยู-โซลาร์ (U-Solar) เพื่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนแสงอาทิตย์เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยร่วมมือกับผู้พัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ผู้ให้บริการด้านวิศวกรรม จัดหา และก่อสร้าง และผู้จัดหาอุปกรณ์ชั้นนำเพื่อนำเสนอโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ให้ถึงมือผู้บริโภค

 

นอกจากนี้ ผู้ใช้งานในที่พักอาศัย ร้านค้าพาณิชย์ และอุตสาหกรรม สามารถขอรับโซลูชันสินเชื่อเพื่อติดตั้งและบำรุงรักษาแผงโซลาร์ได้เช่นกัน ดังนั้น โครงการนี้ช่วยให้ทุกคนยังคงเข้าถึงพลังงานได้อย่างยั่งยืนได้มากขึ้น

ในทำนองเดียวกัน เพื่อให้สอดคล้องกับคำมั่นของรัฐบาลในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 ของปริมาณการผลิตยานยนต์ทั้งหมดของประเทศในปี 2573 ธนาคารจึงได้เปิดตัวโครงการยู-ไดรฟ์ (U-Drive) เพื่อให้บริการสินเชื่อแก่ตัวแทนจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้า ผู้รับจ้างผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ ผู้ประกอบการและผู้ติดตั้งสถานีชาร์จ และผู้บริโภค

โครงการนี้มีส่วนช่วยส่งเสริมการพลิกโฉมภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และช่วยสร้างงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมคาร์บอนต่ำ

 

ร่วมสร้างอนาคต

ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำเป็นเรื่องที่ชัดเจน และเราทุกคนต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการนี้ ระบบพลังงานจำเป็นต้องลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ภาคธุรกิจต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเราแต่ละคนต้องตัดสินใจในการใช้ชีวิต ทำงาน และใช้เวลาว่างโดยคำนึงถึงฟุ๊ตพรินท์ทางสิ่งแวดล้อมของเรา ประเทศไทยต้องจัดการกับพันธะทางสังคมและเศรษฐกิจที่มีต่อประชาชน โดยให้เศรษฐกิจยังคงเติบโตและมั่นใจว่าไม่มีใครถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย มุ่งมั่นมีส่วนร่วมเพื่อให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตที่ซึ่งเราพึงคำนึงเสมอว่าปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศจะเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจและรูปแบบการดำเนินชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างราบรื่น

ธนาคารยูโอบีพร้อมให้การสนับสนุนทางการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่านที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด หรือการเร่งการนำเทคโนโลยีสีเขียวมาใช้

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการริเริ่มเพื่อความยั่งยืนและโครงการสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนของกลุ่มธนาคารยูโอบีได้ที่เว็บไซต์ความยั่งยืนของธนาคารยูโอบี ประเทศไทย https://www.uob.co.th/sustainability-en/index.page

 

[อ่าน 1,142]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เจฟ ซาเตอร์ สร้างโมเมนต์สะกดใจ บนเวทีสุดยิ่งใหญ่ Amazing Thailand Countdown 2026 ณ ICONSIAM
AIS เผยดาต้าเคานต์ดาวน์พุ่ง 515% สยามสแควร์ครองใจ Gen C ดัน 5G โต 226%
ทรูเผยเคานต์ดาวน์คึกคัก ดาต้าไอคอนสยามพุ่ง 300% รับกระแส “มาร์ค ต้วน” ดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ไอคอนสยาม เปิดเวทีสู่สายตาโลก “Amazing Thailand Countdown 2026” สร้างมหาปรากฏการณ์ Global Countdown Destination
ไอคอนสยาม ชวนสายคอนเทนต์ร่วมบันทึกภาพประวัติศาสตร์ แชร์โมเมนต์ Amazing Thailand Countdown 2026 ชิง 50,000 บาท
STELLA เนรมิต “Stella Ozone Khao Yai” สู่จุดเริ่มต้นของเทศกาลดนตรีและไลฟ์สไตล์
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved