finbiz by ttb แนะวิธีลดการปล่อยคาร์บอนในธุรกิจ มุ่งสู่การทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หนุนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน
06 Sep 2024

 

ปัจจุบันแต่ละองค์กรกำลังให้ความสำคัญและตื่นตัวกับแนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ตามกรอบ ESG โดยสิ่งหนึ่งที่สำคัญในมิติของสิ่งแวดล้อม คือการจัดการก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์กรต้องให้ความสำคัญ เป็นอันดับแรก ด้วยการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก เพื่อคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร  finbiz by ttb ขอนำเสนอแนวทางที่อาจทำให้ SME สามารถเริ่มต้นและจัดลำดับการจัดการได้ไม่ยาก โดยแบ่งเป็น 3 Scope ดังนี้

 

เริ่มจาก Scope 1 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง จากกิจกรรมของธุรกิจเอง และมักมีผลกระทบต่อธุรกิจมากที่สุด โดยสามารถแยกการวัดใน Scope นี้ออกเป็น

  • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ที่อยู่กับที่ เช่น การผลิตไฟฟ้า ความร้อนและไอน้ำที่ใช้เองภายในองค์กร การเผาไหม้ของอุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่องค์กรเป็นเจ้าของ เช่น การเผาไหม้ของ Generator การเผาไหม้ LPG เพื่อปรุงอาหาร การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงประเภทต่างๆ โดยเก็บข้อมูลปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้ในแต่ละเครื่องจักรและอุปกรณ์ ใช้หน่วยเป็นลิตรหรือกิโลกรัม

 

  • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ที่มีการเคลื่อนที่ เช่น การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงจากยานพาหนะที่องค์กรเป็นเจ้าของ เช่น รถยนต์ รถบรรทุก รถโฟล์คลิฟท์ รถตัดหญ้า หรือยานพาหนะที่องค์กรมีอำนาจในการควบคุมปริมาณการใช้เชื้อเพลิง เช่น รถเช่า เรือ เครื่องบิน รถไฟ เฮลิคอปเตอร์ นำมารวมทั้งหมด การเก็บข้อมูลส่วนนี้ค่อนข้างง่าย เพราะปัจจุบันองค์กรส่วนใหญ่มักจะมีระบบจัดเก็บอยู่แล้วว่าแต่ละเดือนใช้เชื้อเพลิงไปกี่ลิตร

 

  • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรงจากกระบวนการผลิต ไม่ได้เกิดจากการเผาไหม้โดยตรงจากเชื้อเพลิง แต่เกิดจากการทำปฏิกิริยาเคมีในกระบวนการผลิต เช่น กระบวนการ Calcinations ของการผลิตปูนซีเมนต์

 

  • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการรั่วไหล และอื่นๆ เช่น การบำบัดน้ำเสีย หรือการรั่วไหลของสารทำความเย็น โดยสามารถดูได้จากการซ่อมบำรุง

 

  • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรงจากของชีวมวล (ดินและป่าไม้) เช่น การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินจากพื้นที่ป่าเป็นพื้นที่เกษตรกรรม หรือการใช้เชื้อเพลิงชีวมวล เช่นเอทานอล หรือไบโอดีเซล

 

โดย Scope 1 ธุรกิจสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เอง เช่น การเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรที่ลดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ  อาทิ การเปลี่ยนระบบ Heat recovery system, Cooling system การปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตไปสู่ระบบ Automation การเปลี่ยนหลอดไฟ LED เพื่อประหยัดพลังงาน การเปลี่ยนยานพาหนะในองค์กรที่ใช้น้ำมันเป็นรถ EV เพื่อลดมลภาวะและประหยัดพลังงาน เป็นต้น

 

Scope 2 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม จากการใช้พลังงานที่องค์กรซื้อหรือนำเข้ามา โดยที่องค์กรไม่ได้ผลิตเอง มีทั้งหมด 5 รายการ ได้แก่ ไฟฟ้า ไอน้ำ ความร้อน ความเย็น อากาศอัด สำหรับวิธีการเก็บข้อมูลสามารถดูได้จากใบเสร็จ เช่น บิลจากการไฟฟ้า ซึ่งใน Scope 2 มีทางเลือกหลากหลายที่ธุรกิจสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ ดังนี้

  1. การใช้พลังงานหมุนเวียน ด้วยการติดตั้งระบบพลังงานหมุนเวียน เช่น แผงโซลาร์เซลล์หรือกังหันลม เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง หรือซื้อพลังงานหมุนเวียน
  2. การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เช่น เปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าแบบประหยัดพลังงาน หรือปรับปรุงระบบจัดการพลังงาน
  3. การเพิ่มความรับรู้และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การประหยัดพลังงานภายในองค์กร เช่น การฝึกอบรมและการสื่อสารเกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน หรือทำโปรแกรมลดการใช้พลังงานให้พนักงานมีส่วนร่วม
  4. คอยตรวจสอบติดตามและวิเคราะห์การใช้พลังงาน พร้อมทั้งรายงานผลและตั้งเป้าหมาย
  5. ร่วมมือกับผู้ให้บริการพลังงาน เพื่อพัฒนาทางเลือกพลังงานที่สะอาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

Scope 3 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ โดยองค์กรภายนอกที่เกิดขึ้นในซัพพลายเชน ทั้งทางต้นน้ำและปลายน้ำที่เกี่ยวข้องกับองค์กรหรือผลิตภัณฑ์ การวัดและการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 3 เป็นเรื่องที่ซับซ้อนกว่าการวัดใน Scope อื่นๆ เพราะครอบคลุมการปล่อยก๊าซที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมที่ไม่อยู่ในความควบคุมโดยตรงขององค์กร โดยจำแนกออกเป็น

  • ต้นน้ำ (Upstream) ประกอบด้วย การผลิตสินค้าหรือบริการที่องค์กรซื้อมาใช้ การผลิตและการขนส่งสินค้าทุน กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงและพลังงาน การขนส่งและการจัดจำหน่ายสินค้าหรือวัตถุดิบต้นน้ำมาถึงองค์กร การจัดการของเสียที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมขององค์กร  การเดินทางเพื่อธุรกิจ การเดินทางไป-กลับของพนักงาน และสินทรัพย์ที่องค์กรเช่า

  • ปลายน้ำ (Downstream) ประกอบด้วย  การขนส่งและการจัดจำหน่ายสินค้าออกจากองค์กร การแปรรูปสินค้าที่องค์กรจำหน่าย การใช้ผลิตภัณฑ์โดยลูกค้า  การจัดการของเสียของสินค้าหลังการใช้งานหรือหมดอายุ การปล่อยเช่าสินทรัพย์ที่องค์กรเป็นเจ้าของ  กิจกรรมของแฟรนไชส์ที่องค์กรเป็นเจ้าของ และการลงทุนในกิจการหรือโครงการต่างๆ ซึ่งการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใน Scope 3 มีวิธีการหลักๆ ดังนี้
  1. การวางแผนและการประเมินผล ทำการวางแผนระยะยาว เพื่อลดการปล่อยก๊าซในซัพพลายเชน และการติดตามประเมินผล
  2. การให้ข้อมูลและการรายงาน การเก็บรวบรวมข้อมูลและการรายงานการปล่อยก๊าซใน Scope 3 อย่างโปร่งใสต่อผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงการเผยแพร่ความสำเร็จและความท้าทายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก​
  3. การมีส่วนร่วมของซัพพลายเชน ซึ่งต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ ลูกค้า คู่ค้า หรือผู้เช่าสินทรัพย์ เพื่อช่วยกันสนับสนุนให้หันมาปรับปรุงกระบวนการผลิต เลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมไปถึงการขอข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการจัดทำโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร่วมกัน

ซึ่งปัจจุบันทางองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก บังคับให้มีการรายงาน Scope 3 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป

ในการรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร สามารถนำไปขึ้นทะเบียนที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก โดยจะได้รับCertificate เพื่อรับรองว่าองค์กรปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่าไหร่ในแต่ละ Scope เป็นการแสดงถึงการตระหนักรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และเพื่อหาแนวทางในการลดก๊าซเรือนกระจก รวมไปถึงสามารถนำไปขึ้นทะเบียนเพื่อซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตในตลาดคาร์บอน หรือทำการชดเชยคาร์บอนกับองค์กรอื่นๆ ได้

กิจกรรมในการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ทุกองค์กรจำเป็นต้องให้ความสำคัญเนื่องจากเป็นวาระของโลก และเป็นการสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งซัพพลายเชน สร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม รวมถึงเป็นโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสินเชื่ออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น สินเชื่อเพื่อติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ได้อีกด้วย

 

[อ่าน 1,565]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เจฟ ซาเตอร์ สร้างโมเมนต์สะกดใจ บนเวทีสุดยิ่งใหญ่ Amazing Thailand Countdown 2026 ณ ICONSIAM
AIS เผยดาต้าเคานต์ดาวน์พุ่ง 515% สยามสแควร์ครองใจ Gen C ดัน 5G โต 226%
ทรูเผยเคานต์ดาวน์คึกคัก ดาต้าไอคอนสยามพุ่ง 300% รับกระแส “มาร์ค ต้วน” ดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ไอคอนสยาม เปิดเวทีสู่สายตาโลก “Amazing Thailand Countdown 2026” สร้างมหาปรากฏการณ์ Global Countdown Destination
ไอคอนสยาม ชวนสายคอนเทนต์ร่วมบันทึกภาพประวัติศาสตร์ แชร์โมเมนต์ Amazing Thailand Countdown 2026 ชิง 50,000 บาท
STELLA เนรมิต “Stella Ozone Khao Yai” สู่จุดเริ่มต้นของเทศกาลดนตรีและไลฟ์สไตล์
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved