ถอดรหัสความสำเร็จ กับ 1 ทศวรรษของเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2567
24 Dec 2024

 

ปิดฉากลงอย่างสวยงามกับเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2567 หรือ Chiang Mai Design Week 2024 โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 สำหรับปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “SCALING LOCAL: Creativity, Technology, And Sustainability - For Reviving Recovery” ที่ขยายบทบาทของท้องถิ่น ยกระดับศักยภาพพลังสร้างสรรค์ของนักออกแบบ ซึ่งที่ผ่านมาตลอด 10 ปี เทศกาลฯ มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤติโรคระบาด กระตุ้นการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ชุมชน และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชนท้องถิ่น โดยปีนี้ยังคงได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม เทศกาลฯ ดึงดูดผู้เข้าร่วมในประเทศและต่างประเทศกว่า 178,212 คน จึงนับเป็นการส่งเสริมเมืองเชียงใหม่ด้วยพลังสร้างสรรค์ท้องถิ่นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเมืองได้จริงทั้งในระดับท้องถิ่นและภูมิภาค

 

ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า

“เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ไม่ใช่แค่งานแสดงความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบ แต่คือพลังขับเคลื่อนสำคัญที่เปลี่ยนแปลงเมืองและเศรษฐกิจของภูมิภาค อีกทั้งยังเป็นแพลตฟอร์มที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชนท้องถิ่น ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เทศกาลฯ ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีในการเชื่อมโยงผู้คน และเพิ่มมูลค่าให้กับทุนวัฒนธรรมในชุมชน จนเกิดผลกระทบเชิงบวกในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังได้ปลุกกระแสความตื่นตัวในภูมิภาค ทำให้ผู้คนตระหนักถึงคุณค่าของงานสร้างสรรค์ในฐานะเครื่องมือสำคัญสำหรับพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนอีกด้วย และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เราเชื่อมั่นว่าเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่จะก้าวต่อไปสู่การเป็นหนึ่งในเทศกาลสร้างสรรค์ที่โดดเด่นที่สุดในระดับโลก”

 

เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2567 ส่งผลกระทบเชิงบวกในหลายมิติ

ในแต่ละปี เทศกาลฯ จะสร้างความท้าทายใหม่ ๆ ผ่านธีมของการจัดงาน ซึ่งสะท้อนจากเทรนด์และบริบทของสังคมโลกในแต่ละช่วง และในปีนี้แนวคิด “SCALING LOCAL: Creativity, Technology, And Sustainability - For Reviving Recovery” ได้ช่วยต่อยอดฐานทุนที่มีอยู่ในชุมชนทั้งทุนทางภูมิปัญญา และทุนทางทรัพยากรที่มีศักยภาพ ให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ ผ่าน ‘3 เสาหลัก’ อย่าง Creativity, Technology, และ Sustainability โดยปีนี้เทศกาลฯ ได้ตอบสนองต่อประเด็นท้องถิ่น ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และสังคม ซึ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกในหลายมิติ

 

 

1. ส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมต่อโอกาสของกลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์ (Business Issue)

เทศกาลฯ กลายเป็นเวทีสำคัญสำหรับการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) และการพัฒนานวัตกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตัวอย่างสำคัญ ได้แก่ LABBfest. เทศกาลดนตรีที่เปิดพื้นที่ให้นักดนตรีในภาคเหนือและต่างประเทศโชว์เคสผลงานดนตรีต่อผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดนตรี เช่น โปรโมเตอร์และเจ้าของค่ายเพลงในระดับนานาชาติ เพื่อสร้างโอกาสเชิงพานิชย์และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในอนาคต Super Slow นิทรรศการงานคราฟต์ที่เฉลิมฉลองศิลปะแห่งความสงบในรูปแบบ Slow Economy สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้เข้าชมได้ตระหนักถึงเศรษฐกิจอีกรูปแบบหนึ่งที่มีศักยภาพขับเคลื่อนเมืองเชียงใหม่ ขณะเดียวกัน นิทรรศการ Floral Wonders: The Journey of a Blooming Economy แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของธุรกิจดอกไม้และพฤกษศาสตร์ที่เติบโตของภาคเหนือและสร้างรายได้ได้อย่างมหาศาล นอกจากนี้ โปรแกรม Thailand's Taste of Tomorrow The REGIONALS ยังส่งเสริมวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น ด้วยการผสมผสานภูมิปัญญาเข้ากับนวัตกรรมอาหาร เพื่อยกระดับเศรษฐกิจอาหารในภูมิภาค เทศกาลยังสนับสนุนการจับคู่ธุรกิจใน POP MARKET ตลาดงานคราฟต์ซึ่งสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

 

 

2. ยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry Issue)

เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ยังช่วยผลักดันเชียงใหม่ให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับโลก เช่น นิทรรศการ TASTE TRAIL LANNA ที่ส่งเสริมอาหารล้านนาให้เป็นสินค้าและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร (Gastronomy Tourism) พร้อมทั้งโครงการ SCALING UPCYCLING ที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะโดยนำเสนอไอเดียอัปไซเคิล เช่น การผลิตเฟอร์นิเจอร์จากกากกาแฟ และอีกหนึ่งความโดดเด่นคือ Start from Rice ซึ่งเป็นโปรแกรมส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักสร้างสรรค์ในพำนัก (Homecoming Creators and Oversea Creators Collaboration in Residency Program) ที่เชื่อมโยงนักสร้างสรรค์ท้องถิ่นและนานาชาติในการแลกเปลี่ยนความรู้และพัฒนางานศิลปะที่ตอบโจทย์ตลาดโลก

 

 

3. เสริมสร้างการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน (Social Issue) 

เทศกาลฯ ยังได้เน้นบทบาทการออกแบบในการสร้างความตระหนักรู้ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น Ready Set Old: แก่ ดี มีสุข นิทรรศการที่สำรวจศักยภาพของเชียงใหม่ในการเป็นเมืองที่รองรับไลฟ์สไตล์ผู้สูงวัย สอดคล้องกับแนวคิดบลูโซนระดับโลก โปรเจ็กต์ ลานพลังสร้างสรรค์ (Urban Symphony) โปรเจ็กต์ที่แปลงพลังงานจากกิจกรรมชีวิตประจำวันให้เป็นพลังงานสะอาด พร้อมส่งเสริมสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “Water Is Life’s Mirror - ชีวิตสะท้อนผ่านน้ำ” ที่พูดถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างชุมชนกับธรรมชาติ และอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจคือ เขาวงกตวัดเจ็ดลิน ซึ่งเป็นการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ในชุมชน โดยความร่วมมือจากวัดเจ็ดลิน เพื่อเสริมสร้างมิติใหม่ของความคิดสร้างสรรค์ในพื้นที่ท้องถิ่น

 

 

4. ฟื้นฟูเมืองและเสริมสร้างชีวิตชีวา 

เทศกาลฯ ได้ยกระดับทรัพยากรท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก โดยเน้นการปรับปรุงพื้นที่รกร้างให้กลายเป็นสถานที่จัดกิจกรรมและนิทรรศการต่าง ๆ การริเริ่มดังกล่าวได้จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้แก่เจ้าของพื้นที่ เช่น การชุบชีวิต ตึกมัทนา อาคารพาณิชย์ยุคโมเดิร์นย่านช้างม่อย ให้กลับมามีชีวิตด้วยนิทรรศการและกิจกรรมสร้างสรรค์กว่า 32 โปรแกรม ซึ่งสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นได้ด้วย 

 

ก้าวย่างปีที่ 11 กับการเตรียมพร้อมทะยานขึ้นเป็นเทศกาลระดับโลก

เป้าหมายต่อไปของเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ คือการยกระดับเทศกาลให้เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยก้าวย่างปีต่อ ๆ ไปของเทศกาลฯ จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนากิจกรรมตามเทรนด์และบริบทของเมือง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่ผู้ชมและนักท่องเที่ยวที่มีส่วนร่วมกับงานอย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น นักออกแบบ ศิลปิน ผู้ประกอบการ และภาคีเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนรักษามาตรฐานระดับสูงของเทศกาล เพื่อดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนต่อไปและขยายความสำคัญของเทศกาลในระดับโลก

 

 

อิ่มหทัย กันจินะ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เชียงใหม่ กล่าวว่า

“เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่กำลังก้าวไปสู่มาตรฐานใหม่ที่ผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับการจัดเทศกาลสร้างสรรค์ในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ ทั้งนี้ เทศกาลฯ ยังเสริมความแข็งแกร่งในฐานะสมาชิกของเครือข่าย World Design Weeks สะท้อนถึงศักยภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เป้าหมายสำคัญคือการสร้างการเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งกับผู้คนทั่วโลก โดยต้องสร้างมาตรฐานกิจกรรมที่ตอบโจทย์ในระดับสากล เสริมความแข็งแกร่งของเครือข่าย ทำให้ผู้เข้าร่วม “อิน” กับแนวคิดและคุณค่าของงานสร้างสรรค์ เพื่อผลักดันเชียงใหม่ให้กลายเป็นเมืองต้นแบบที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและได้รับการยอมรับในเวทีระดับโลก เช่นเดียวกับ Milan Design Week ในอนาคต”

 

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ 

Website: www.chiangmaidesignweek.com

Facebook: Chiang Mai Design Week 

Instagram: Chiang Mai Design Week

 


#chiangmaidesignWeek #CMDW2024 #เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ #scalinglocal

[อ่าน 2,540]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บี.กริม สร้างสังคมแห่งความเข้าใจ ผ่านเวที Youth for Change: The Mindful Future Contest
ทรู ชวนสายเทคสัมผัสนวัตกรรมสุดล้ำ ในงาน CP Innovation Exposition 2026
เปิด 5 เหตุผล ที่ทำให้ แคมเปญ “สติ๊กเกอร์” ของ Tops กวาดทั้งยอดขายและ Engagement
"ซีพี" ร่วมกับ "เอ็มจี" สนับสนุนการเดินทางในบทบาทใหม่ “เนเน่ รอยัล” ด้วยการดูแลภายใต้ MG SMILE
ซีพี แอ็กซ์ตร้า จัดงานใหญ่ส่งท้ายปี “แม็คโคร โชห่วย โชว์โปร ออนทัวร์ 2026” ที่แม็คโคร ศรีนครินทร์
“Happitat” ปลุกจอยักษ์ 50 เมตรด้วย IP “Metta’s” สร้างแม่เหล็กความบันเทิงใหม่ย่านบางนา
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved