“พบแพทย์ออนไลน์” เป็นไปได้ที่สมิติเวช
13 Mar 2019

สมิติเวชสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ขับเคลื่อนธุรกิจโรงพยาบาลสู่ยุค 5G ผนึกพันธมิตรชั้นนำเปิดให้บริการ Samitivej Virtual Hospital โรงพยาบาลเสมือนจริงบนโลกออนไลน์ ใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีให้ผู้รับบริการสามารถพบแพทย์ได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านสมาร์ทโฟน ภายใต้คอนเซ็ปต์ #คลิกเดียวถึง

นายแพทย์ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช กล่าวว่า ความท้าทายของธุรกิจด้านสุขภาพ (Healthcare) ขณะนี้คือการก้าวข้าม Digital Disruption หรือการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจการให้บริการทางการแพทย์ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงจากนี้ไป โดยผู้ให้บริการจะต้องคิดค้น พัฒนารูปแบบการให้บริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการให้ได้ทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

“สมิติเวชร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจเปิดตัวบริการ Samitivej Virtual Hospital โรงพยาบาลเสมือนจริงบนโลกออนไลน์ 24 ชั่วโมง พบแพทย์ได้เลย โดยไม่ต้องมาโรงพยาบาล สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลาแม้ไปต่างประเทศ เพราะมีการใช้เทคโนโลยีในด้านต่างๆ ของ Telehealth เชื่อมโยงกับบริการทางการแพทย์เดิมที่มีอยู่เพื่อก่อให้เกิดบริการทางการแพทย์รูปแบบใหม่

ตั้งแต่การเข้าถึงการดูแลสุขภาพได้ง่ายขึ้น ลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง สะดวกสบายด้วยการวิดีโอคอลกับแพทย์ของสมิติเวชโดยตรง ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความรวดเร็วและเห็นคุณค่าของเวลา ความสะดวกสบายเหล่านี้กำลังจะเกิดขึ้น ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำทางด้าน Healthcare Innovation ของสมิติเวช”

โดยบริการของ Samitivej Virtual Hospital นั้น เริ่มตั้งแต่

  • Teleconsultation ให้คำปรึกษาทางการแพทย์ผ่านวิดีโอคอล (Video Call) ด้วยทีมแพทย์และพยาบาลของสมิติเวชโดยเฉพาะตลอด 24 ชั่วโมง (โดยระยะแรกจะให้บริการเวลา 8.00-20.00 น. และเริ่มให้บริการ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 )
  • Test @Home ในกรณีที่แพทย์วินิจฉัยว่าต้องทำการตรวจเลือด จะมีบริการเจาะเลือดถึงบ้าน แล้วนำส่งห้องปฏิบัติการทันที
  • Medicine Delivery ในกรณีที่ผู้ใช้บริการต้องได้รับยา

ที่สำคัญคือผู้ใช้บริการสามารถวางใจในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลเพราะสมิติเวชใช้ระบบรักษาข้อมูลตามมาตรฐานสากล HIPAA (Health Insurance Portability and Accountability Act)

สำหรับพันธมิตรทางธุรกิจที่สมิติเวชร่วมมือกันเพื่อให้บริการ Samitivej Virtual Hospital นั้น สาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปรากฏการณ์ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นการสร้างมิติใหม่สำหรับวงการประกันชีวิต ซึ่งเมืองไทยประกันชีวิตสามารถให้ความคุ้มครองแก่สมาชิกผู้ถือกรมธรรม์ประกันกลุ่มของบริษัทฯ ที่ครอบคลุมการพบแพทย์แบบออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชันของเมืองไทยประกันชีวิต ให้สามารถเคลมค่าใช้จ่ายได้ตามปกติ เสมือนการไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล โดยบริษัทฯ ได้เริ่มโครงการนำร่องกับพนักงานของบริษัทฯ เป็นลำดับแรก และปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อรองรับกับลูกค้าประกันกลุ่มของบริษัทฯ ต่อไป ซึ่งนับเป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล”

วีรชัย พัชโรภาสวงศ์ หัวหน้าฝ่ายงานขาย กลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราเล็งเห็นเทรนด์ของการดูแลสุขภาพที่เติบโตขึ้น เราได้นำ Online Payment Platform มาสนับสนุนการให้บริการ Virtual Hospital เพื่อรองรับการชำระเงินได้หลากหลายรูปแบบ ง่าย และปลอดภัย รวมทั้งสร้างช่องทางการเข้าถึงบริการดังกล่าวได้อย่างสะดวกสบาย ได้แก่ เว็บไซต์ www.ais.co.th, Twitter, Facebook Fan Page, AIS LINE Official และแอปพลิเคชั่น my AIS จึงถือว่าเป็นการ Synergy กันอย่างสมบูรณ์ ทำให้คนไทยสามารถเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ได้ทุกที่ทุกเวลา”

นรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร Commercial Director, LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “LINE ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อระหว่างแพทย์และผู้ใช้บริการ แต่ในรูปแบบที่ล้ำสมัยขึ้น อำนวยความสะดวกให้ทั้งสองด้าน อย่างแรกคือการนำเอา Virtual Hospital มาเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม LINE ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว อย่างที่สองคือโซลูชั่นด้าน O2O (Online to Offline) ของ LINE อย่าง LINE MAN ก็ได้เข้ามามีส่วนร่วม อำนวยความสะดวกให้คนไข้ เป็นตัวกลางในการจัดส่งยาให้ถึงมือผู้ใช้บริการอย่างรวดเร็วและปลอดภัย”

ด้าน อรพงศ์ เทียนเงิน ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราได้สานต่อความร่วมมือในการพัฒนาประสบการณ์การดูแลลูกค้ารูปแบบใหม่ ผ่านบริการ “Virtual Hospital” ใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1) บริการ Teleconsultation ด้านสุขภาพเพื่อรองรับลูกค้า SCB Wealth 2) ซื้อประกันการเดินทางพร้อมบริการ Teleconsultation ผ่านทางแอปพลิเคชัน SCB EASY และ 3) บริการ Health & Home ตรวจเช็คสุขภาพนอกสถานที่โดยทีมพยาบาลและเจ้าหน้าที่สหสาขาวิชาชีพจากสมิติเวช สำหรับลูกค้า SCB Wealth โดยเฉพาะ ทั้งนี้ไทยพาณิชย์ยังเป็นช่องทางการชำระเงินหลักของบริการภายใต้โครงการฯ นี้อีกด้วย”

อภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แสนสิริ โตคิว คอร์เปอเรชั่น ร่วมด้วยสมิติเวช พัฒนา “เวลล์เนส เรสซิเดนซ์” (Wellness Residence) โครงการคอนโดมิเนียมรูปแบบใหม่สำหรับคนรักสุขภาพที่ครบวงจรครั้งแรกในไทย โดยนำ Virtual Hospital มาให้บริการที่แรกในรูปแบบของอุปกรณ์พิเศษที่โครงการ โดยสมิติเวชจะช่วยดูแลในเรื่องของการวางโซลูชั่นโปรแกรมการดูแลสุขภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นบริการทางการแพทย์ เชิงป้องกัน ให้คำแนะนำ และตรวจสุขภาพทางไกลทั้งบริการเจาะเลือดถึงโครงการ และบริการ Medicine Delivery ส่งยาให้กับลูกบ้าน

ซึ่งลูกบ้านแสนสิริทุกโครงการยังสามารถใช้บริการ Virtual Hospital ผ่านแอปพลิเคชัน "Sansiri Home Service" ได้ นอกจากนี้ ตลอดจนเป็นครั้งแรกของการฝึกอบรมจากทางสมิติเวชให้กับนิติบุคคลของโครงการที่ดูแลโดย Plus Property ซึ่งสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพเบื้องต้นแก่ลูกบ้าน และพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านสุขภาพที่เกิดขึ้นในโครงการได้อย่างถูกต้องทันท่วงที ซึ่งถือเป็นการสร้างมิติใหม่ในวงการอสังหาริมทรัพย์”

วชิระชัย คูนำวัฒนา Head of Living Solution Business บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด กล่าวว่า “เอสซีจีเปิดมิติใหม่ของการดูแลสุขภาพและผู้ที่ต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่องจากโรงพยาบาลสู่บ้าน ภายใต้ Platform ใหม่ที่เรียกว่า SCG Smart Living Platform ด้วยแนวคิด Smart Home - Smart Health ที่ช่วยเติมเต็มการให้บริการทางการแพทย์ ผ่านระบบ “DoCare Protect” ซึ่งเป็นระบบ Health and Safety Monitoring ที่ช่วยดูแลและเฝ้าระวังการใช้ชีวิตภายในบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วย เพื่อให้บ้านกลายเป็นสถานที่ที่ดูแลคุณและครอบครัว รวมถึงสร้างความมั่นใจและสบายใจให้กับผู้อยู่อาศัยทุกคน

โดยข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพจาก Vital Sign อาทิ อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต อุณหภูมิร่างกาย และข้อมูลกิจกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน อาทิ การนอนหลับ หรือความเสี่ยงจากการล้มในห้องน้ำ ในห้องที่ติดตั้งอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) ไว้ จะถูกส่งสัญญาณเชื่อมต่อไปยัง Care Monitoring Center ของเอสซีจี ซึ่งดำเนินงานโดยพยาบาลวิชาชีพ และส่งต่อข้อมูลที่จำเป็นให้กับสมิติเวชเพื่อใช้ประกอบในการให้การดูแลรักษาโดยแพทย์ผ่านการ Teleconsultation เพื่อให้บริการ Virtual Hospital เป็นไปอย่างสมบูรณ์” 

จากความร่วมมือของพันธมิตรทั้งหมด ทำให้ Samitivej Virtual Hospital เป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของวงการสุขภาพในประเทศไทยที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการทุกกลุ่มทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และต่างประเทศ เข้าถึงบริการได้ทุกที่โดยง่าย โดยการให้คำแนะนำทางการแพทย์นี้เป็นไปในกรอบจำกัดตามข้อมูลที่แพทย์ได้รับจากผู้รับบริการ ไม่สามารถให้บริการในกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินที่ต้องการการรักษาทางการแพทย์เร่งด่วน หากหลังจากได้รับคำปรึกษาแล้วพบว่าผู้ใช้บริการมีความจำเป็นต้องมาโรงพยาบาล จะมีบริการส่งต่อผู้ป่วยมายังโรงพยาบาลในเครือ หรือโรงพยาบาลใกล้เคียง

ผู้ที่สนใจสามารถใช้บริการผ่านทางแอปพลิเคชัน Samitivej Plus ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทั้งระบบ iOS และแอนดรอยด์, www.samitivejhospitals.com, แอปพลิเคชันไลน์ @Samitivej และทุกช่องทางของพันธมิตรเร็วๆ นี้

[อ่าน 269]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
SIRI โค้งแรกปี 62 ผลประกอบการพุ่ง
กรุงเทพประกันชีวิตเปิดตัวแผนประกันสุขภาพเหนือระดับ จ่ายค่ารักษาสูงสุด 100 ล้าน
เอ็มจี ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ผลักดัน “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า”
“ซัมซุง” โชว์สุดยอดนวัตกรรมจอภาพ ในงาน “InfoComm Southeast Asia”
“ไฮยีน” ชวนพิสูจน์พลังสะอาด “มูฟให้สุด หยุดทุกคราบ”
“SINGHA REWARDS” จัด Special Day พาฟิน กิน “บอนชอน”
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 08-8246-2542
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved