OfficeMate เดินหน้าตอบโจทย์ B2B หวังเป็นอาลีบาบาแห่งอาเซียน
11 May 2019

ยุคนี้แม้แต่คลังสินค้าก็ต้องไฮเทค เพื่อให้ตอบโจทย์การทำงานในยุคใหม่ได้ลงตัว รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแบ่งเบาการทำงานของมนุษย์ได้อีกด้วย 

"OfficeMate" ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์สำนักงาน ไอที เฟอร์นิเจอร์ และสินค้าเพื่อธุรกิจ ได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาทเนรมิตคลังสินค้าไฮเทคอัจฉริยะแห่งใหม่บนพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เพื่อยกระดับการบริการและมอบประสบการณ์ที่ครองใจลูกค้า B2B โดยนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ในการบริหารจัดการคลังสินค้าและบริการจัดส่ง

คลังสินค้าไฮเทคอัจฉริยะแห่งใหม่ของ OfficeMate นี้ สร้างเสร็จสิ้นและเปิดให้บริการแล้วบนพื้นที่กว่า 45 ไร่มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 30 ไร่ หรือกว่า 50,000 ตารางเมตร รองรับสินค้าพร้อมส่งมากกว่าเดิมถึง 5 เท่า บริการจัดส่งด้วยรถขนส่งที่พร้อมให้บริการลูกค้าทุกวันทำการมากกว่า 200 คันต่อวัน โดยที่มีระบบการทำงาน ได้แก่

  • ASRS  (Automated Storage & Retrieval System) เทคโนโลยีการจัดเก็บสินค้าในแนวสูงบนชั้นวางสูง 12 เมตร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่เพื่อรองรับสินค้าพร้อมขายสูงสุด พร้อมค้นหาสินค้าอัตโนมัติและนำสินค้าออกด้วยแขนกลอัจฉริยะตามคำสั่งซื้ออย่างถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว
  • I-PACK (Automatic Forming &Packing System) ระบบขึ้นรูปกล่อง ติดบาร์โค้ด และแพ็กกล่องสินค้า พร้อมสมาร์ทเซ็นเซอร์ที่วัดความสูงสินค้า เพื่อตัดพับ และปิดกล่องให้พอดีกับขนาดสินค้า ซึ่งช่วยลดความเสียหายระหว่างนำส่งสินค้า
  • UNI-SHUTTLE เทคโนโลยีการจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติเพื่อรอนำส่ง โดยทำงานร่วมกับระบบ Route Planning เพื่อคำนวณเส้นทางการจัดส่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้มั่นใจว่าลูกค้ากว่า 99% จะได้รับสินค้าที่ถูกต้อง ครบถ้วน อย่างรวดเร็ว ตามมาตรฐานการบริการ

ซึ่งคลังสินค้าเดิมที่อยู่แถวหนองจอกเป็นการใช้ระบบแมนนวลมีพื้นที่เก็บสินค้า 15,000 ตารางเมตร แต่คลังสินค้าใหม่นี้มีพื้นที่เก็บสินค้า 22,000 ตารางเมตร เท่ากับว่ามีพื้นที่เพิ่มขึ้น 35% เท่านั้น แต่ถ้าดูแง่ของประสิทธิภาพการจัดการเพิ่มขึ้นถึง 500%

ที่สำคัญมีการใช้แรงงานคนน้อยลงอีกด้วยในสัดส่วนถึง 1 ใน 3 โดยที่คลังสินค้าไฮเทคใช้คนเพียง 100 กว่าคน จากที่คลังสินค้าเดิมใช้คนมากถึง 600 คน

วรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาออฟฟิศเมทเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 9% โดยในปี 2561 OfficeMate ให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 6,500,000 คำสั่งซื้อ เติบโตโดดเด่นในช่องทางออนไลน์ซึ่งยอดขายคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 4 ของยอดขายรวม

ทั้งนี้เกิดจากการพัฒนาออนไลน์แพลตฟอร์มให้มีฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์การช็อปของลูกค้า B2B โดยมีลูกค้าเข้าเว็บไซต์ officemate.co.th และ OfficeMate Mobile App กว่า 14 ล้านครั้งในปี 2561 นอกจากนี้ยังโฟกัสการให้บริการรับสั่งซื้อออนไลน์ภายในร้านออฟฟิศเมท (E-ordering @Store) ที่ปัจจุบันสร้างยอดขายคิดเป็นสัดส่วน 12% ของยอดขายร้าน นอกจากนี้ ออฟฟิศเมทยังพบว่าลูกค้ากว่า 21% มีพฤติกรรมช็อปมากกว่าหนึ่งช่องทาง (Omnichannel) ซึ่งสร้างยอดขายได้มากถึง 49% ของยอดขายรวม”

อยากโตก้าวกระโดด ต้องมีพื้นฐานจากคลังสินค้า

วรวุฒิได้บอกว่าเป้าหมายของ OfficeMate อยากมีรายได้เกิน 10,000 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตนั้นต้องมาจากพื้นฐานของระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคลังสินค้า โลจิสติกส์ จึงได้ลงทุนสร้างคลังสินค้านี้ขึ้นมาใหม่ และเชื่อว่าเป็นคลังสินค้าไฮเทคที่ครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย

วิลาวรรณ ฤกษ์เกรียงไกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ออฟฟิศเมท กล่าวเพิ่มเติมว่า "แผนธุรกิจใน 5 ปีข้างหน้า ออฟฟิศเมทตั้งเป้าอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี 15% ภายใต้แนวคิด  "Go Further Go Faster" เดินหน้าสานต่อยุทธศาสตร์กลุ่มเซ็นทรัลในการก้าวสู่ผู้นำดิจิ-ไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์ม (Digi-Lifestyle Platform) ซึ่ง OfficeMate พร้อมเดินเครื่องเต็มรูปแบบสู่การเป็นผู้นำตลาด B2B Solutions ที่เน้นจุดเด่นการบริการลูกค้าแบบ Omnichannel”

โดยที่มีกลยุทธ์หลัก O-F-M ดังนี้

  • O–O2O Service Excellence ยกระดับการบริการที่ครองใจลูกค้า B2B แบบ One-Stop Solutions ด้วยสินค้าที่ครอบคลุมความต้องการของทุกธุรกิจ ไม่เว้นแม้ธุรกิจเฉพาะทาง ด้วยการเพิ่มกลุ่มสินค้าโรงงานและสินค้าธุรกิจ HORECA ผ่านประสบการณ์การช็อปแบบ Omnichannel พร้อมบริการจัดส่งสินค้าที่แม่นยำ รวดเร็ว มั่นใจได้ด้วยต้นทุนโลจิสติกส์ที่ต่ำลงจากการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคลังสินค้าและบริการจัดส่งมาตรฐานสากล
  • F – Franchise Stores Nationwide ขยายโมเดลร้านแฟรนไชส์  ‘ออฟฟิศเมทพลัส’ เพื่อสร้างเติบโตไปพร้อมกันด้วยการทลายข้อจำกัดในด้านพื้นที่แสดงสินค้าของร้านค้าปลีกท้องถิ่นโดยใช้เทคโนโลยีและระบบการจัดการเพิ่มศักยภาพให้สามารถขายสินค้าได้เหมือนออฟฟิศเมททุกประการผ่านบริการรับสั่งซื้อออนไลน์ที่หน้าร้านพร้อมให้บริการจัดส่งถึงที่ทั่วประเทศคลังสินค้าของออฟฟิศเมทจึงเป็นเสมือนคลังสินค้าของร้านแฟรนไชส์
  • M – Marketplacefor B2B Solutions ผลักดันการเป็นผู้นำ B2B E-Commerce โดยออฟฟิศเมทเตรียมเปิดตัว B2B Marketplace ในปลายปีนี้ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจ B2B รายย่อยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า โดยสามารถขายสินค้าได้มากขึ้นและเติบโตไปพร้อมกับออฟฟิศเมทโดยไม่ต้องกังวลกับการลงทุนในด้านโลจิสติกส์

ในส่วนของธุรกิจแฟรนไชส์นั้น ความสำคัญอยู่ที่การได้ใช้ความสัมพันธ์อันดีของคนในท้องถิ่น หรือคนที่ทำธุรกิจดั้งเดิมในพื้นที่ ในพื้นที่ต่างจังหวัดจำเป็นต้องใช้โมเดลนี้อย่างมาก โดยมีการเป้าแฟรนไชส์ 15 สาขาในปีนี้ ส่วนในอนาคตเป้าว่า 1 อำเภอ 1 แฟรนไชส์ภายใน 10 ปี 

โดยที่ปัจจุบันสินค้าที่ขายดีอันดับหนึ่งเป็นสินค้าไอทีมีสัดส่วน 30% เครื่องเขียน 30% และอื่นๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์ กลุ่มแคนทีน กาแฟ น้ำตาล ถังขยะ สิ่งที่ใช้ในภาคธุรกิจอีก 40%

[อ่าน 252]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“Minmore Voltage” คลิกเดียวจบ ครบทั้ง “Faster-Smarter-Better”
จรรยาพร สุนทรวสุ "Eminent เดินหน้ายุทธศาสตร์ Total Air Solution"
Jenosize ลุยโมเดลธุรกิจใหม่ Technology & Marketing Consulting
'ชลลดา สุนทรวสุ' ผู้ปั้น 'ศิลาวดี รีสอร์ท' ให้เป็น 'Destination' ในใจผู้คน
วัดใจ ‘ทอง กุลธัญวัฒน์’ ยกระดับร้านอาหารเวียดนาม สู่แลนด์มาร์คแห่งภาคอีสาน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล ถอดรหัสการบริหารธุรกิจครอบครัว
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 02-751-4994-5
Mobile : 08-8246-2542
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 02-751-4994-5
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved