อรวรรณ ลาภอำนวยผล ผู้จัดการทั่วไป แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอาง บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) กล่าวว่า La Roche-Posay มีต้นกำเนิดจาก Rene Levayer เภสัชกรชาวฝรั่งเศส ที่มีความมุ่งมั่นในการใช้น้ำแร่ธรรมชาติมาเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลผิวบอบบางและผิวมีปัญหา แบรนด์ให้ความสำคัญกับปรัชญาที่ว่า “สุขภาพผิวสำคัญกว่าแค่ความงาม แต่ยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยองค์รวม”
ตลาดความงามไทยยังเติบโตแม้เจอสภาวะชะลอตัว แต่การแข่งขันสูงขึ้นจากผู้เล่นหลายแบรนด์ ลาโรช-โพเซย์จึงเน้นทำตลาดด้วยการ “สร้างความรู้และความเข้าใจ” ผ่านแพทย์ อินฟลูเอนเซอร์ และพนักงานหน้าร้าน พร้อมเจาะกลุ่ม วัยทำงานอายุ 25–40 ปี ที่เป็นฐานหลัก ขณะเดียวกันก็หันมาให้ความสำคัญกับ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีผิวบอบบางมากขึ้น
ถึงแม้ตลาดความงามในไทยจะมีการแข่งขันสูง แต่ La Roche-Posay ยังคงมุ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลผิวผ่านช่องทางต่างๆ เช่น
อรวรรณ ยังเปิดเผยอีกว่า แบรนด์ตั้งเป้าที่จะก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของแบรนด์สกินแคร์ที่มียอดขายสูงสุดในประเทศไทย โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่แก้ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก
กันแดดค่าปกป้องสูง เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย
เซรั่มลดเลือนจุดด่างดำ ตอบโจทย์คนทำงานเมือง
ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวทั้งครอบครัว ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่
ผลิตภัณฑ์เฉพาะทางสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงทนต่อการรักษา
แม้ช่องทางออนไลน์จะเติบโต แต่ช่องทางหน้าร้านยังคงมีความสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า โดยพนักงานที่ปรึกษาทุกคนได้รับการอบรมจากเภสัชกรและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คำแนะนำที่ตรงจุดกับปัญหาผิว
ปัจจุบันผู้บริโภคชาวไทยหันมาใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์มากขึ้น และเริ่มดูแลผิวตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้ตลาดเวชสำอางเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านความอ่อนโยนและปลอดภัย. La Roche-Posay จึงใช้กลยุทธ์ “ความปลอดภัย + ความรู้” เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและเจาะตลาดความงามที่มีการแข่งขันสูงในประเทศไทย