เจแอลแอล เผยผลสำรวจจากงานเสวนาด้านอสังหาริมทรัพย์ Workplace Evolution: People and Space
26 Sep 2025

 

รูปแบบการทำงานแบบไฮบริดยังคงได้รับความนิยม เนื่องจากช่วยเพิ่มความพึงพอใจให้พนักงานด้วยการผสมผสานความยืดหยุ่นกับการทำงานร่วมกันในสำนักงาน ขณะที่หลายองค์กรเชื่อว่ารูปแบบดังกล่าวกำลังกลายเป็นแนวโน้มระยะยาว แต่ก็มีหลายองค์กรมุ่งส่งเสริมให้พนักงานกลับมาทำงานในสำนักงานมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันและเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร เจแอลแอลได้เผยข้อสังเกตและผลสำรวจจากงานเสวนาด้านอสังหาริมทรัพย์ล่าสุดในหัวข้อ Workplace Evolution: People and Space

งานประชุมดังกล่าวมีผู้บริหารระดับ C-suite, ผู้นำด้านทรัพยากรบุคคล, ผู้จัดการอาคาร และผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์สถานที่ทำงานกว่า 120 คน จากบริษัทชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วม โดยมีการเสวนาร่วมกับตัวแทนจากบริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่, ไมโครซอฟท์ และเชลล์ พร้อมโพลสำรวจความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมในงาน

 

การเสวนาชี้ให้เห็นว่า รูปแบบการทำงานแบบไฮบริดยังคงเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง เพราะองค์กรเชื่อว่ารูปแบบนี้ช่วยดึงดูดและรักษาพนักงานไว้ได้ ซึ่งสะท้อนจากผลสำรวจที่ 76% ของผู้ตอบระบุว่า องค์กรอนุญาตให้พนักงานทำงานนอกสำนักงานได้ 1–2 วันต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีแนวโน้มที่บริษัทต่าง ๆ อยากให้พนักงานกลับมาทำงานในสำนักงานมากขึ้น การสร้างแรงจูงใจให้พนักงานกลับมานั้นยังคงเป็นเรื่องท้าทาย

หนึ่งในกลยุทธ์ที่องค์กรธุรกิจใช้เพื่อทำให้ออฟฟิศเป็นพื้นที่ทำงานที่น่าสนใจคือ การสร้างพื้นที่ทำงานร่วมกัน (collaboration spaces) เพื่อส่งเสริมการทำงานเป็นทีมและการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน พื้นที่เหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ห้องประชุมแบบเดิม แต่ครอบคลุมไปถึงล็อบบี้ พื้นที่เปิดโล่งพร้อมโซฟาและมุมกาแฟ ไปจนถึงห้องสมุด ออกแบบมาเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ยืดหยุ่น กระตุ้นการสื่อสาร การแลกเปลี่ยนความคิด และการแก้ปัญหาร่วมกัน พื้นที่เหล่านี้มักมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น เก้าอี้ที่นั่งสบาย ไวท์บอร์ด และเทคโนโลยีต่าง ๆ รองรับกิจกรรมตั้งแต่การระดมสมองแบบไม่เป็นทางการไปจนถึงการประชุมเชิงโครงสร้าง

การดึงพนักงานกลับออฟฟิศไม่ใช่แค่เรื่องการทำงานร่วมกัน แต่ยังรวมถึง สุขภาวะของพนักงาน ด้วย การเสวนาระบุว่าสุขภาวะของพนักงานได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของสถานที่ทำงานที่เน้นคนเป็นศูนย์กลาง องค์กรตระหนักมากขึ้นว่าการดูแลสุขภาพกาย ใจ และสังคมของพนักงานช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ดึงดูดและรักษาบุคลากร และสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีขึ้น ผลสำรวจภายในงานเสวนาของเจแอลแอลพบว่า 40% ของผู้ตอบระบุว่าสถานที่ทำงานของตนมีพื้นที่ด้านสุขภาวะ (wellness) อย่างน้อย 10% เช่น ฟิตเนส ห้องนั่งสมาธิ ห้องสำหรับคุณแม่ และพื้นที่ที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ แต่เจแอลแอลมองว่าสัดส่วนนี้ควรสูงกว่านี้ในออฟฟิศสมัยใหม่ ที่สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาวะกลายเป็น สิ่งที่จำเป็นต้องมี (must-have)

 

อีกประเด็นสำคัญคือ ความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (Diversity, Equity & Inclusion หรือ DEI) ซึ่งเห็นพ้องกันว่าการให้ความสำคัญกับมุมมองที่หลากหลาย การสร้างโอกาสที่เท่าเทียม และวัฒนธรรมที่เปิดกว้าง ช่วยให้องค์กรดึงดูดและรักษาคนเก่ง เพิ่มความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน และขยายฐานลูกค้า แต่ผลสำรวจพบว่าเพียง 26% ขององค์กรมีการออกแบบสถานที่ที่ตอบโจทย์ความหลากหลายอย่างครบถ้วน เช่น ห้องละหมาด หรือทางเดินสำหรับผู้พิการ ขณะที่ 41% ยอมรับคุณค่าของ DEI แต่ยังไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้เต็มที่ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการบูรณาการ DEI เข้าสู่วัฒนธรรมองค์กรและสถานที่ทำงาน คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามกระแสสังคม

ความสำเร็จของการทำงานแบบไฮบริดยังขึ้นอยู่กับ เทคโนโลยี เป็นอย่างมาก ทั้งในด้านการสนับสนุนการทำงานนอกสำนักงาน การอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารและการทำงานร่วมกัน และการรักษาประสิทธิภาพในการทำงาน เทคโนโลยียังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ดึงดูดให้พนักงานอยากกลับเข้ามาทำงานในออฟฟิศ บริษัทต่าง ๆ ได้นำโซลูชันเทคโนโลยีมาใช้ เช่น อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การประชุมออนไลน์ ระบบจองพื้นที่ทำงาน เฟอร์นิเจอร์ตามหลักสรีรศาสตร์ ระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ และระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ

 

 

ธนานันต์ เรืองวีรวิชญ์ หัวหน้าแผนกบริการตัวแทนด้านการเช่าอาคารสำนักงาน เจแอลแอล กล่าวว่า

“ในยุคที่การแข่งขันรุนแรงขึ้น สถานที่ทำงานได้กลายเป็นปัจจัยเชิงกลยุทธ์ที่สร้างความแตกต่างให้องค์กร บริษัทจำเป็นต้องใช้ทุกทรัพยากรเพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขัน ในด้านการดึงดูดทรัพยากรณ์บุคคลที่มีคุณภาพ การสื่อสารความเชื่อที่องค์กรยึดถือ เช่น การให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดี การยึดถือต่อความยั่งยืนในการทำธุรกิจ ความเสมอภาคของบุคคลที่หลากหลาย กลยุทธ์ด้านสถานที่ทำงานที่ตอบโจทย์อนาคตต้องบูรณาการประสบการณ์ของพนักงาน ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเป้าหมายทางธุรกิจ ไม่ใช่เพียงวันนี้แต่รวมถึงวันข้างหน้า การพัฒนาสถานที่ทำงานจึงเป็นเรื่องของการปรับตัวมากกว่าการทำให้สมบูรณ์แบบ”

 

“การเปลี่ยนแปลงไปสู่สถานที่ทำงานที่ให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นศูนย์กลาง กำลังเปลี่ยนวิธีคิดของลูกค้าเราในการวางกลยุทธ์ออฟฟิศระยะยาวในตลาดกรุงเทพฯ” เจมส์ เฮกห์ ลัมบี หัวหน้าฝ่ายตัวแทนผู้เช่าอาคารสำนักงาน เจแอลแอล กล่าว

“องค์กรตระหนักมากขึ้นว่าสำนักงานต้องมอบประสบการณ์ที่พนักงานไม่สามารถหาได้จากการทำงานที่บ้าน พวกเขาไม่ได้มองหาเพียงพื้นที่คุ้มค่า แต่พร้อมลงทุนในสภาพแวดล้อมที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน เลือกทำเลอย่างมีกลยุทธ์ และสามารถพิสูจน์ได้จริงว่าช่วยรักษาคนเก่งและดึงดูดบุคลากรชั้นนำ”

[อ่าน 1,265]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มิลเลนเนียม ออโต้ เปิดแคมเปญ “LOVE & LUCK” ออกรถ BMW ลุ้นทองรับวาเลนไทน์–ตรุษจีน
EGCO Group เปิดรับเยาวชนหัวใจกรีน ร่วมถอดรหัสป่าต้นน้ำอินทนนท์ ค่ายเอ็กโกไทยรักษ์ป่า รุ่นที่ 62
"วอนนักท่องเที่ยวอย่าทิ้งขยะ!" เสียงเล็กๆ จากเด็กปากน้ำชุมพร
ไทยพาณิชย์ ขยายเครือข่าย “บริการกดเงินไม่ใช้บัตรข้ามธนาคาร” รองรับแอปฯ ต่างประเทศ
“พฤกษา” พลิกเกมอสังหาฯ เปิดตัว "เดอะ ปาล์ม วิภาวดี 64" สะท้อนรสนิยมและตัวตน
"Western Digital" เร่งนวัตกรรมระบบจัดเก็บข้อมูลยุค AI
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved