ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทย ปลุกพลังบุคลากรกลุ่มธุรกิจ TCP สู่การเติบโตเชิงนวัตกรรม
03 Oct 2025

เบื้องหลังของการพลิกโจทย์อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยให้ก้าวสู่เวทีโลก ไม่ได้เกิดจากการขับเคลื่อนธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่การสร้างความแตกต่าง ต้องเริ่มจาก “พลังของคน” ที่กล้าคิดกล้าทำ พร้อมหัวใจที่ขับเคลื่อนด้วย “นวัตกรรม” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่กลุ่มธุรกิจ TCP เจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มอย่าง กระทิงแดง เรดบูล เรดดี้ โสมพลัส สปอนเซอร์ และอีกมากมาย ยึดถือมาโดยตลอด โดยองค์กรมุ่งเดินหน้าปลูกฝังแนวคิดที่ผสานนวัตกรรมในทุกระดับ ตั้งแต่ฝ่ายการวิจัยและพัฒนา ที่ถือเป็นต้นน้ำของไอเดียใหม่ๆ ไปจนถึงฝ่ายการตลาด ที่เป็นสะพานเชื่อมความต้องการผู้บริโภคสู่นวัตกรรมสินค้าและต่อยอดสู่สายการผลิต แม้แต่ละบทบาทจะแตกต่างกัน แต่ทุกกระบวนการล้วนขับเคลื่อนด้วยพลังบุคลากรของกลุ่มธุรกิจ TCP ที่เชื่อว่านวัตกรรมคือคำตอบของความสำเร็จ

 

 

“ฝ่าย R&D เป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างฝ่ายมาร์เก็ตติ้งและกระบวนการหลังบ้านเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด หน้าที่หลักของเรา คือการแปลงโจทย์ของผู้บริโภคให้กลายเป็นนวัตกรรมที่จับต้องได้ เราต้องฟัง Pain Point ของผู้บริโภคว่ามีปัญหาในจุดไหน แล้วนำมาต่อยอดให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”

มณพัช เดชาวุธ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนา – ผลิตภัณฑ์ใหม่และเทคนิคเชิงวิทยาศาสตร์ กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าว พร้อมยกตัวอย่างให้เห็นถึงกระบวนการทำงานที่เชื่อมโยงนวัตกรรมว่า

“เมื่อหลายปีก่อน ได้มีโอกาสร่วมคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ BESTURAL (เบสท์เซอรัล) ภายใต้โครงการ TCP Incubator ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานตั้งทีมและนำเสนอไอเดียผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย เราเริ่มจากโจทย์ที่ชัดเจนว่า อยากลองทำผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่เครื่องดื่ม ในช่วงเวลานั้นกระแสอาหารเสริมกำลังมาแรง เราจึงลงไปพูดคุยกับตลาดจริงๆ และพบว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่สนใจคอลลาเจนในรูปแบบที่ทานง่าย คำถามคือจะทำอย่างไรให้ได้ทั้งคอลลาเจนเข้มข้น แต่ยังคงรสชาติอร่อย คำตอบจึงออกมาเป็นคอลลาเจนรูปแบบกัมมี่ ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีใครเคยทำในประเทศไทย ทำให้เราได้เรียนรู้อีกอย่างว่า การคิดไอเดียออกจากกรอบเดิมๆ ถือเป็นส่วนเสริมสำคัญเช่นกันในการสร้างความแตกต่างให้กับตลาด”

 

 

ศุภกฤษณ์ ลำใย ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แบรนด์ BESTURAL กลุ่มธุรกิจ TCP อีกหนึ่งผู้ร่วมคิดค้นผลิตภัณฑ์ BESTURAL กล่าวเสริมว่า

“นวัตกรรมที่แท้จริงต้องตอบโจทย์ Pain Point ของผู้บริโภคได้ตรงจุด สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่าพฤติกรรมผู้บริโภคต้องการอะไร แล้วนำข้อมูลนั้นมาพัฒนาสินค้า BESTURAL จึงเป็นตัวอย่างที่สะท้อนการผสานนวัตกรรมรูปแบบอาหารเสริมกับความต้องการในตลาดได้อย่างชัดเจน จุดแข็งของการพัฒนาผ่านโครงการ TCP Incubator คือการทำงานแบบสตาร์ทอัพ เน้นความรวดเร็ว คล่องตัว และตัดสินใจได้ไว หากไม่ตอบโจทย์ก็ลุกมาคิดใหม่ได้ทันที ตามแนวคิด Fail Cheap, Learn Fast ที่ช่วยให้ทีมเรียนรู้จากความผิดพลาดและพัฒนาสินค้าให้ดียิ่งขึ้น

BESTURAL เริ่มต้นจากการแก้ Pain point ของผู้บริโภคที่ไม่สะดวกกับอาหารเสริมแบบผง หรือเม็ดใหญ่ติดคอ รวมไปจนถึงให้ความรู้สึกเหมือนกินยา ทางทีมจึงพัฒนาเป็นคอลลาเจนกัมมี่ที่ทั้งได้ประโยชน์ อร่อย และทำให้ทุกครั้งที่กินเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข การพัฒนาผลิตภัณฑ์ไม่ได้หยุดแค่วันที่ออกสู่ตลาด แต่ต้องเดินหน้าตลอดเวลา อย่าง BESTURAL เราได้ต่อยอดการพัฒนาร่วมกับ DHC แบรนด์อาหารเสริมและวิตามินชั้นนำจากญี่ปุ่น ถือเป็นการผสานนวัตกรรมในรูปแบบ Business Matching จนออกมาเป็น BESTURAL X DHC ที่ผสานความรู้และความเชี่ยวชาญของทั้งสองฝ่าย ล่าสุด เรายังพัฒนาสูตรใหม่แบบไม่เติมน้ำตาล ตอบโจทย์ทิศทางตลาดด้านสุขภาพและการบริโภคที่ยั่งยืน พร้อมเพิ่มความหลากหลายด้วยรสชาติยูสุและองุ่นเคียวโฮ ซึ่งสะท้อนการพลิกโจทย์นวัตกรรมที่ผสานทั้งมิติการตลาดและการคิดค้นใหม่ๆ เข้าด้วยกัน”

 

 

หากไอเดียสร้างสรรค์เปรียบเสมือนต้นน้ำของการคิดค้น ภาคอุตสาหกรรมและการผลิตของกลุ่มธุรกิจ TCP อาจเปรียบได้กับ “หัวใจหลังบ้าน” ที่ทำให้ทุกแนวคิดถ่ายทอดออกมาเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงส่งถึงมือผู้บริโภค อภิชาต บุญเรืองถาวร ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรม ความปลอดภัย และความยั่งยืน กลุ่มธุรกิจ TCP เล่าถึงประสบการณ์ตลอดสามปีในการดูแลงานด้านวิศวกรรม ความปลอดภัย และความยั่งยืน ณ โรงงานของกลุ่มธุรกิจ TCP จังหวัดปราจีนบุรี ว่า

“ผมมองการผสานนวัตกรรมเป็นสองด้าน ด้านแรกคือการพัฒนาเทคโนโลยี และอีกด้านคือการเปลี่ยนวิธีคิดของทีมทำงานจากเดิมที่มองเพียงการซ่อมเมื่ออุปกรณ์เสีย ตอนนี้ได้เปลี่ยนไปตั้งคำถามว่า ‘เราจะปรับปรุงให้ดีกว่าเดิมอย่างไร’ อีกหนึ่งในตัวอย่างคือการพัฒนา AI สำหรับควบคุมเครื่องจักรเพื่อลดการใช้พลังงาน ที่ทีมวิศวกรพัฒนาขึ้นเอง แทนการพึ่งพาโปรแกรมสำเร็จรูปจากซัพพลายเออร์ที่บางครั้งไม่ตรงกับความต้องการทั้งหมด ผลลัพธ์คือโซลูชันที่ทีมต่อยอดได้เอง ซึ่งหากพัฒนาสำเร็จจะทำให้โรงงานไม่จำเป็นต้องซื้อซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ  โดยผมมองว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความมั่นใจให้ทีมงานสามารถนำทักษะไปต่อยอดกับงานอื่นๆ ได้”

นอกจากการพัฒนาภายในองค์กร กลุ่มธุรกิจ TCP ยังได้ลงนามความร่วมมือกับ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมดาราศาสตร์ขั้นสูงสู่การประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมและการผลิต “ทาง NARIT มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนากล้องโทรทรรศน์เพื่อศึกษาวัตถุบนท้องฟ้าอยู่แล้ว ซึ่งความเชี่ยวชาญนี้สามารถนำมาปรับใช้กับร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและการผลิต เราจึงได้แลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกัน จนสามารถพัฒนาอุปกรณ์ต้นแบบขึ้นอย่าง โมเดล High Precision Machining เทคโนโลยีขึ้นรูปชิ้นงานความละเอียดสูง หรือเทคโนโลยีวิเคราะห์ภาพถ่าย ซึ่งนำองค์ความรู้จากการพัฒนากล้องโทรทรรศน์ มาตรวจสอบข้อบกพร่อง (Defect) ในผลิตภัณฑ์ที่สายตาเราอาจมองไม่เห็น ปัจจุบันเราคืบหน้าไปได้ประมาณ 80% ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมประยุกต์ใช้ต่อไป” อภิชาต กล่าวเสริม

อีกก้าวสำคัญของการผสานนวัตกรรมสู่การยกระดับกระบวนการผลิต คือการพัฒนาระบบ Smart Manufacturing ในโรงงานของกลุ่มธุรกิจ TCP ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง REPCO NEX (REPCO Industrial Solutions) บริษัทในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี หรือ SCGC เพื่อผสานนวัตกรรมตั้งแต่การติดตามข้อมูลการผลิตแบบเรียลไทม์ ผ่านการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิต คุณภาพสินค้า ต้นทุน และพลังงาน รวมทั้งแนวทางการปฏิบัติงานที่สอดคล้องอย่างเป็นระบบ ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายคือการ ส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพสูง สม่ำเสมอ และตรงตามมาตรฐาน อันเป็นพื้นฐานของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืน

 

 

“ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมเท่านั้น แต่ความสำเร็จเริ่มต้นจากบุคลากรของเรา” สราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าว “กลุ่มธุรกิจ TCP ให้ความสำคัญกับ ‘คน’ ในองค์กร เพราะเราเชื่อว่า การจะก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมได้จริง ต้องเริ่มจากการปลูกฝังแนวคิดที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมให้กับบุคลากรทุกคน เราจึงมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้เรียนรู้และนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้อย่างเต็มศักยภาพ ตั้งแต่การพัฒนากระบวนการผลิตด้วยระบบ Smart Manufacturing การต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ผ่านโครงการด้านนวัตกรรมในทุกภาคส่วน ไปจนถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับองค์กรนวัตกรรมชั้นนำ สิ่งเหล่านี้คือการตอกย้ำว่า การปลุกพลังบุคลากรด้วยหัวใจแห่งนวัตกรรม ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงของเรา”

“นวัตกรรม” ถือเป็นพลังขับเคลื่อนที่เกิดขึ้นจากทุกภาคส่วนขององค์กร ผลลัพธ์จึงไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง แต่ยังทำให้กลุ่มธุรกิจ TCP พร้อมรังสรรค์สินค้าที่ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร สู่แรงผลักดันในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยอย่างแท้จริง

[อ่าน 1,673]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Diesel เปิดตัว แคมเปญ Multiplicities รับฤดูกาล Fall-Winter 2026
จากหนึ่งครัวกลาง สู่เจ็ดโรงเรียนและนักเรียนอีก 1,500 คน กรุงเทพมหานคร ส่งมอบอาหารเพื่อสุขภาพ ลดโรคอ้วนในเด็ก
KAMU KAMU เปิดตัว “Yothé” ปั้น New Category “Tea Meets Yogurt” ครั้งแรก
"กลุ่มดุสิตธานี" ผนึกพันธมิตร เปิดโครงการ “Synergy for Her ถักทอพลังใจ สร้างสุขเพื่อสังคม”
KCLIMATE 1.5 จับมือ มิชลิน และเครือข่ายฯ ThaiCBN ผนึกพลังพันธมิตรขับเคลื่อนการขนส่งอย่างยั่งยืน
CHAGEE ส่ง Calorie Calculator เข้าถึงข้อมูลโภชนาการได้ง่ายๆ บน CHAGEE App
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved