GIT ปั้นมาตรฐานความยั่งยืน ยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีไทย สู่ตลาดโลก 11 ล้านล้าน
07 Oct 2025

 

GIT เดินหน้าปั้น “มาตรฐานความยั่งยืน” ยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีไทย ชูแนวคิด ธรรมาภิบาล โปร่งใส–ตรวจสอบได้  ชิงส่วนแบ่งตลาดโลกกว่า 11 ล้านล้าน ตั้งเป้าขยายผลต่อเนื่องถึงปี 2569

 

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดแผนเดินหน้าขับเคลื่อน “มาตรฐานความยั่งยืน” เร่งยกระดับโครงสร้างอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ด้วยแนวทางธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการตรวจสอบได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างบรรทัดฐานสากลที่ผู้ซื้อและแบรนด์ระดับโลกเชื่อมั่น รองรับโอกาสตลาดอัญมณีโลกมูลค่ากว่า 11 ล้านล้านบาท และเมกะเทรนด์ด้านความยั่งยืนที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าไปช่วงชิงได้ หากปรับตัวสู่ระบบมาตรฐานที่ยั่งยืนและตรวจสอบได้จริง

 

ความเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก: ความยั่งยืนคือแต้มต่อใหม่

จากรายงานของ McKinsey บริษัทที่ปรึกษากลยุทธ์ชั้นนำของโลก สะท้อนภาพชัดเจนว่า ปัจจัยด้านความยั่งยืนมีอิทธิพลต่อยอดขายเครื่องประดับทั่วโลกถึง 20–30% สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่ได้เลือกซื้อเครื่องประดับเพียงเพราะ “ความงาม” หรือ “คุณค่าทางใจ” เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับที่มาของวัตถุดิบ ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชนในกระบวนการผลิต ด้วยเหตุนี้มาตรฐานด้านธรรมาภิบาลสากล เช่น Responsible Jewellery Council (RJC) จึงกลายเป็นเสมือน “ใบเบิกทางทางการค้า” ที่ตลาดหลักในต่างประเทศกำหนดให้เป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการเข้าถึงตลาดโลกอย่างยั่งยืน

จากบริบทดังกล่าว สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) จึงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถยกระดับเข้าสู่ระบบมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล อันจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและคู่ค้า ตลอดจนต่อยอดโอกาสในการแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างแท้จริง

 

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบัน GIT กล่าวว่า “ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านฝีมือและการออกแบบที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก แต่กลไกสำคัญที่จะปลดล็อกศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้ก้าวสู่การแข่งขันในตลาดโลกได้มากขึ้นคือ ‘มาตรฐาน’ ที่สร้างความน่าเชื่อถือเชิงระบบ ตั้งแต่แหล่งที่มาวัตถุดิบ มาตรฐานแรงงาน ความปลอดภัย ไปจนถึงสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ มีการประมาณการว่าในปี 2024 อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับโลกมีมูลค่าสูงกว่า 366.79 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 11.89 ล้านล้านบาท ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการให้คุณค่าเพียงด้านความสวยงามและอารมณ์ความรู้สึก มาสู่การให้ความสำคัญกับมาตรฐานความโปร่งใส และธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่ามาตรฐานเหล่านี้จะเป็นปัจจัยหลักในการแข่งขันในอนาคต”

“ดังนั้นมาตรฐานจึงไม่เพียงเป็นเครื่องมือสร้างความเชื่อมั่นตลอดห่วงโซ่อุปทาน แต่ยังเป็นใบเบิกทางสู่คู่ค้าระดับสากล ภารกิจของ GIT คือการผลักดันผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้ก้าวสู่ ‘มาตรฐานความยั่งยืน’ ผ่านกรอบ GIT Standard และการเตรียมพร้อมเข้าสู่มาตรฐานสากล เพื่อแปลงคุณภาพชิ้นงานให้เป็นความน่าเชื่อถือที่ตรวจสอบได้ และขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งในประเทศและตลาดโลก”

 

 

โครงสร้างของเส้นทางมาตรฐานของ GIT สู่สากล

GIT ได้ออกแบบกรอบการยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีไทยอย่างเป็นระบบโดยยึดหลักการเชื่อมโยงตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบจนถึงปลายทางการค้าโลก ด้วยกลไกเชิงปฏิบัติการ 3 แกนหลักที่ผสมผสานกันอย่างมีเหตุผลและเป็นรูปธรรม

 

GIT Standard สำหรับห้องปฏิบัติการ รากฐานของความน่าเชื่อถือทางวิชาการและการค้า ซึ่งยกระดับการทดสอบ การวิเคราะห์ และกระบวนการออกหนังสือรับรองคุณภาพ เพื่อให้ชิ้นงานจากประเทศไทยไม่เพียงงดงามด้วยฝีมือ แต่ยังเล่าเรื่อง “ที่มา” ได้ชัดเจนและตรวจสอบได้ตามมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

แนวทางด้าน Due Diligence และ Traceability สำหรับผู้ประกอบการ ระบบธรรมาภิบาลภายในสถานประกอบการที่ครอบคลุมการบริหารแรงงานอย่างเป็นธรรม การจัดการความปลอดภัยของสถานที่ทำงาน ระบบเอกสารที่เชื่อมโยงย้อนกลับได้ และกระบวนการติดตามแหล่งที่มา (Traceability) ทั้งหมดนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อในประเทศ เพื่อนบ้าน และนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับที่มาของสินค้า

 

การเตรียมความพร้อมสู่มาตรฐานสากลเพื่อการส่งออก GIT ดำเนินโครงการอบรมและบ่มเพาะเชิงปฏิบัติการที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถตอบโจทย์ข้อกำหนดด้านแรงงาน แหล่งที่มา สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย สอดคล้องกับ Code of Practices และแนวทาง Chain-of-Custody ของ Responsible Jewellery Council (RJC) สำหรับการเตรียมความพร้อมสู่ตลาดส่งออก GIT ได้มีแนวทางในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยสามารถตอบสนองต่อมาตรฐานระดับสากลอย่าง Responsible Jewellery Council (RJC) ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญตั้งแต่สิทธิมนุษยชน แหล่งที่มาของวัตถุดิบ การดูแลสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงความปลอดภัยในกระบวนการผลิต

จากโครงสร้างการทำงานที่บูรณาการดังกล่าว คาดว่าจะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงคู่ค้าระดับนานาชาติที่ให้ความสำคัญกับการจัดซื้อแบบมีความรับผิดชอบได้มากขึ้น พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและแบรนด์ที่ผ่านการรับรองจากระบบตรวจสอบที่เป็นที่ยอมรับ นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและชื่อเสียงที่อาจเกิดขึ้นจากประเด็นแรงงานและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว เพื่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยต่อไป

เมื่อทั้งสามแกนผสานกันเป็นโครงสร้างเชิงระบบ ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs จะมีโอกาสเข้าถึง
คู่ค้าระดับนานาชาติที่คัดเลือกผู้ขายบนฐานธรรมาภิบาลได้มากขึ้น สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า และลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและปัญหาแรงงานหรือสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ตอบรับทิศทางตลาดโลกที่ความยั่งยืนกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อการตัดสินใจซื้อ

 

ขยายผลถึงปี 2569 – พร้อมให้คำปรึกษา

GIT วางแผนขยายผลโครงการมาตรฐานความยั่งยืนต่อเนื่องถึงปี 2569 โดยทำงานร่วมกับภาคีอุตสาหกรรมและหน่วยงานรัฐ เพื่อยกระดับมาตรฐานเชิงโครงสร้างให้ครอบคลุมตั้งแต่ ผู้ผลิต โรงงาน ห้องปฏิบัติการ ไปจนถึงผู้ค้าในประเทศ พร้อมเปิดให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการทุกระดับที่ต้องการประเมินช่องว่าง และวางแผนพัฒนาระบบให้ตอบโจทย์คู่ค้าระดับโลกอย่างแท้จริง

[อ่าน 218]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เมืองไทยประกันชีวิต จัดงาน “MTL Volunteer Expo ครั้งที่ 3” เดินหน้าส่งมอบความสุขสู่สังคม
Jungceylon Junior Soccer 2026 ปิดฉากปีที่ 13 ใช้สนามฟุตบอล–เชียร์ลีดเดอร์ สร้างพื้นที่เรียนรู้ เสริมทีมเวิร์กเด็กปฐมวัยภูเก็ต
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ฉลอง 40 ปี ส่งต่อโลหิต สร้างคุณค่าร่วมสู่สังคม ต่อยอด CSR สู่ Sustainable Business
หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ Sold Out 67 วินาที ปิดยอด 1,000 ล้านบาท
สิงห์ฯ โชว์พลัง 4 แบรนด์โตพร้อมกัน คว้า Top Rising Brand ปีที่ 2 สะท้อนแรงเลือกซื้อผู้บริโภค
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ คว้า Inspirational Brand Award จาก APEA 2026 ตอกย้ำแบรนด์ที่สร้างคุณค่าเพื่อผู้คนและสังคม
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved