อโกด้าเผยผลรายงาน AI Developer Report 2025 สำรวจแนวทางการใช้งาน AI ของเหล่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินเดีย
04 Nov 2025
  • จากรายงานพบว่า การใช้ AI เป็นเรื่องปกติ โดยกว่า 95% ของกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียใช้ AI ในการทำงานทุกสัปดาห์
  • กว่า 87% ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์กำลังเร่งเสริมทักษะในการใช้งาน AI ให้กับตัวเอง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและทัศนคติเชิงบวกเกี่ยวกับ AI แม้ว่าการเข้าถึงการเรียนรู้ด้าน AI จะยังไม่ทั่วถึงมากนัก
  • กลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์มีการนำ AI มาใช้ในเชิงปฏิบัติ เพื่อเน้นเพิ่มความรวดเร็วและคุณภาพของงาน มากกว่าใช้ AI ในแบบออโตเมชันทั้งหมด ซึ่งการใช้งานในรูปแบบนี้เป็นที่แพร่หลายอย่างมากในกลุ่มนักพัฒนาในประเทศไทย

 


 

อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวเผยรายงานฉบับใหม่ AI Developer Report 2025 หรือ รายงานนักพัฒนา AI ปี พ.ศ. 2568 ซึ่งพบว่าการใช้งาน AI หรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินเดีย อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตามการใช้งานดังกล่าวยังอยู่ในช่วงของการพัฒนาให้ใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ และนักพัฒนานำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการทำงาน โดยไม่ลดทอนคุณภาพของผลงาน ขณะเดียวกันองค์กรต่างๆ กำลังเผชิญความท้าทายในการวางนโยบาย แนวปฏิบัติ และกรอบการทำงานที่เหมาะสม เพื่อรองรับการพัฒนา AI ในระยะต่อไปของภูมิภาค

 

รายงานดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลเชิงลึกจากนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และอินเดีย รวมถึงมุมมองจากบริษัทชั้นนำในภูมิภาคอย่าง SCB 10x, Omise, Carousell และ MoMo โดยรายงานฉบับนี้ได้สรุปประเด็นสำคัญที่เชื่อมโยงเกี่ยวกับแนวโน้มการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินเดียไว้ 3 ประเด็น ดังนี้

 

 AI กลายเป็นเทคโนโลยีหลัก แต่ยังไม่ได้ถูกพัฒนาอย่างเต็มที่

AI ได้กลายเป็นเครื่องมือประจำวันของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินเดีย โดยจากรายงานพบว่า มีนักพัฒนาถึง 95% ที่ใช้ AI เป็นประจำทุกสัปดาห์ และกว่า 56% เปิดใช้ผู้ช่วย AI อยู่ตลอดเวลา โดยปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เกิดการใช้งาน AI คือประสิทธิภาพและความรวดเร็ว โดย 80% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าใช้ AI เพื่อเพิ่มความเร็วในการทำงาน และมีกลุ่มนักพัฒนาจำนวนมากเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดย 37% ระบุว่าสามารถประหยัดเวลาได้ถึง 4–6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม การใช้งาน AI ในปัจจุบันยังคงเป็นเพียงเครื่องมือเพื่อเสริมประสิทธิภาพ มากกว่าการเป็น เครื่องมือสร้างสรรค์ผลงาน    นอกจากนี้  22% ของกลุ่มนักพัฒนานำเอา AI มาใช้เพื่อช่วยแก้ปัญหาที่ไม่คุ้นเคย และน้อยกว่าครึ่งหรือราว 43% ของกลุ่มนักพัฒนาที่เชื่อว่า AI สามารถทำงานได้ดีในระดับเทียบเท่ากับวิศวกรระดับกลาง ขณะที่ 94% ใช้ AI เพื่อช่วยในการเขียนโค้ด  อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงการใช้งานประเภทการจัดทำเอกสาร การจัดการทดสอบ และการปรับใช้ระบบ ผลสำรวจพบว่า การนำเอา AI เข้ามาใช้งานยังมีเปอร์เซ็นต์ที่น้อย อันเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างการใช้งานจริง กับความน่าเชื่อถือของ AI ซึ่งชี้ให้เห็นความจำเป็นในการพัฒนาให้ AI มีความเสถียร และให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น

 

AI กำลังพัฒนาให้มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

การตรวจสอบ และการยืนยันผลลัพธ์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานกับ AI ในชีวิตประจำวันของกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างชัดเจน โดย 79% ของนักพัฒนาระบุว่า ผลลัพธ์ที่ไม่น่าเชื่อถือ คืออุปสรรคสำคัญต่อการนำ AI มาใช้อย่างแพร่หลาย และเพื่อรักษาคุณภาพของงาน นักพัฒนาซอฟต์แวร์กว่า 67% จะตรวจสอบโค้ดที่สร้างโดย AI ทุกบรรทัดก่อนนำมารวมเข้ากับงานของตนเอง อีกทั้งกว่า 70% มักปรับแต่งหรือแก้ไขผลงานของ AI เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลถูกต้อง และเชื่อถือได้

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า มาตรการและนโยบายในการใช้งาน AI ยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก โดยมีเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นที่ทำงานภายใต้แนวทาง หรือกรอบข้อกำหนดด้าน AI ที่ชัดเจน และนำเอาการตรวจสอบและประเมินผลของคนมาเพื่อใช้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือแทน ซึ่งการตรวจสอบในรูปแบบดังกล่าวไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการสร้างนวัตกรรม แต่กลับช่วยเสริมประสิทธิภาพให้การใช้งาน AI จึงทำให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถทำงานได้เร็วขึ้นในขณะที่ประสิทธิภาพของงานยังคงที่  โดยกว่า 72% ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ยืนยันว่าเห็นผลลัพธ์ชัดเจนทั้งด้านประสิทธิภาพและคุณภาพของโค้ด ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการมีคนเข้ามากำกับดูแลการทำงานของ AI ยังเป็นปัจจัยที่สำคัญเพื่อการใช้งาน AI ที่ถูกต้อง

 

ประสบการณ์การใช้งาน AI ยังต่างกัน และความเสี่ยงจากความเหลื่อมล้ำ

ขณะที่การใช้งาน AI จะเกือบเข้าสู่ระดับที่แพร่หลาย แต่ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญคือ วิธีการใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบและมีประสิทธิภาพ จากรายงานพบว่า นักพัฒนาส่วนใหญ่กว่า 71% เรียนรู้การใช้ AI ด้วยตนเองผ่านการศึกษาบทเรียนออนไลน์ โครงการเสริม หรือจากแหล่งชุมชนออนไลน์ ขณะที่มีเพียง 28% ที่ได้รับการฝึกอบรมจากที่ทำงาน อีกทั้งการเข้าถึงเพื่อพัฒนาศักยภาพการใช้งาน AI ยังแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศโดย โดยกลุ่มนักพัฒนาในประเทศสิงคโปร์นั้นมีโอกาสที่จะได้รับการอบรมด้าน AI มากกว่านักพัฒนาในเวียดนามถึงเกือบสองเท่า

แม้จะมีช่องว่างเหล่านี้ นักพัฒนาก็ยังเดินหน้าเสริมความสามารถให้แก่ตนเองอย่างต่อเนื่อง โดย 87% ของนักพัฒนามีการปรับแผนการเรียนรู้ หรือเส้นทางอาชีพเพื่อใช้ประโยชน์จาก AI และ 62% เชื่อว่า AI จะช่วยขยายโอกาสในอาชีพของตนซึ่งเป็นการวางรากฐานระยะยาวของเหล่านักพัฒนาทั้งภูมิภาค สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แรงงานนั้นมีความสามารถ มีความยืดหยุ่นในการเรียนรู้ มีความมุ่งมั่น พร้อมทดลองสิ่งใหม่ ๆ และมีความรู้ด้าน AI มากกว่าที่องค์กรจะสามารถจัดอบรมให้ความรู้ให้ได้

 

คุณอิแดน ซาลซ์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ อโกด้า กล่าวว่า “AI กำลังเปลี่ยนวิธีที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินเดีย ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้ และทำงานร่วมกัน จากเดิมที่ AI ถูกนำมาใช้เพื่อเร่งงาน เช่น การเขียน ทดสอบ หรือแก้ไขโค้ด วันนี้ AI กลายเป็นตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการสร้างซอฟต์แวร์ ช่วยให้ทีมทำงานได้รวดเร็วขึ้น เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และแก้ปัญหาในรูปแบบใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี

การใช้ AI ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินเดีย แม้เป็นสิ่งที่แพร่หลายแต่ความไม่เท่าเทียมก็ยังมีให้ได้พบเห็น  โดยนักพัฒนาได้นำ AI มาใช้อย่างรอบคอบ เพื่อการทำงานที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และนำมาปรับใช้ด้วยความรอบคอบ แทนที่จะใช้ AI แทนทักษะต่าง ๆ หรือการตัดสินใจที่สำคัญ ความท้าทายที่แท้จริงคือการสนับสนุนการเติบโตจากฐานรากนี้ ด้วยแนวปฏิบัติที่เป็นระบบและการทดลองอย่างรับผิดชอบ เพื่อเปลี่ยนการใช้งาน AI ให้มีประสิทธิภาพ และมีความยั่งยืน”

 

นักพัฒนาชาวไทยนำ AI มาใช้อย่างรอบคอบที่สุด

นักพัฒนาซอฟต์แวร์คนไทยยังคงเป็นกลุ่มที่นำ AI มาใช้งานอย่างรอบคอบที่สุด โดยมีเพียง 5% ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์คนไทยที่ “มั่นใจอย่างยิ่ง” ว่า AI สามารถทำงานได้เทียบเท่ากับวิศวกรระดับกลาง ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับนักพัฒนาซอฟต์แวร์จาก 7 ประเทศที่ถูกสำรวจ ขณะที่ 41.3% ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์คนไทยแสดงความไม่มั่นใจกับการใช้ AI ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการใช้วิจารณญาณ และความรอบคอบในการใช้ AI มากกว่าการใช้ AI ไปตามกระแส

อีกทั้งผลลัพธ์ด้านประสิทธิภาพก็คงชัดเจน โดยเกือบครึ่งของนักพัฒนาซอฟต์แวร์คนไทย (46.3%) แสดงความคิดเห็นว่า การใช้งาน AI ช่วยประหยัดเวลาได้ 4 - 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่มากกว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์จากประเทศอื่นๆ อันชี้ให้เห็นว่าคุณค่าการใช้งานที่แท้จริงนั้นยังมีให้เห็นแม้อาจมีความไม่ชัดเจนอยู่บ้าง

การสำรวจนี้ อโกด้า ได้จัดทำขึ้นร่วมกับ Macramé Consulting โดยในฐานะบริษัทด้านเทคโนโลยีและการท่องเที่ยวดิจิทัลชั้นนำในภูมิภาค อโกด้ามุ่งมั่นยกระดับทักษะบุคลากรด้านเทคโนโลยีในท้องถิ่น ส่งเสริมนวัตกรรม และลงทุนในชุมชนที่ดำเนินงานอยู่ ผ่านการเผยแพร่ผลการศึกษานี้ อโกด้าต้องการสนับสนุนกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์ให้สร้างทักษะ และระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อขับเคลื่อนภูมิภาคสู่การเป็น “Silicon Valley of Asia” (ซิลิคอนแวลลีย์ของเอเชีย) ผ่านการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย เข้ากับวัฒนธรรมความรับผิดชอบ และการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและดาวน์โหลดรายงานฉบับนี้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ apacdeveloperreport.com

[อ่าน 471]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
EGCO Group เปิดรับเยาวชนหัวใจกรีน ร่วมถอดรหัสป่าต้นน้ำอินทนนท์ ค่ายเอ็กโกไทยรักษ์ป่า รุ่นที่ 62
"วอนนักท่องเที่ยวอย่าทิ้งขยะ!" เสียงเล็กๆ จากเด็กปากน้ำชุมพร
ไทยพาณิชย์ ขยายเครือข่าย “บริการกดเงินไม่ใช้บัตรข้ามธนาคาร” รองรับแอปฯ ต่างประเทศ
“พฤกษา” พลิกเกมอสังหาฯ เปิดตัว "เดอะ ปาล์ม วิภาวดี 64" สะท้อนรสนิยมและตัวตน
"Western Digital" เร่งนวัตกรรมระบบจัดเก็บข้อมูลยุค AI
CPNREIT ชูความสำเร็จ พลิกโฉม "เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า" และ "เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต" ดันทราฟฟิกพุ่ง
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved