ท็อปส์ จับมือ Google Cloud ปฏิวัติวงการรีเทลไทยไปอีกขั้น เปิดตัว Next-Generation AI Chatbot
03 Dec 2025

ท็อปส์ เปิดตัวแชทบอท AI เจเนอเรชั่นใหม่ ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้วยการให้บริการอัจฉริยะตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเชื่อมต่อประสบการณ์ช้อปปิ้งออมนิชาแนลที่สมบูรณ์แบบไร้รอยต่อ

ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผนึกกำลัง Google Cloud เดินหน้าปฏิวัติประสบการณ์ช้อปปิ้งสู่ผู้บริโภคไทยไปอีกขั้น ประกาศเปิดตัว Next-Generation AI Chatbot นวัตกรรมใหม่ล่าสุด ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Google Cloud’s Conversational Agents (จากเดิม Dialogflow CX) มาพร้อมฟีเจอร์ไฮไลต์ที่ให้ลูกค้าสามารถเช็กสต็อกสินค้าภายในสาขาแบบเรียลไทม์เป็น ครั้งแรก เพื่อช่วยให้ลูกค้าตรวจสอบสินค้าจากสาขาท็อปส์ใกล้บ้านได้ทันทีผ่านแชทก่อนเดินทางมายังร้าน ควบคู่กับบริการผู้ช่วยอัจฉริยะตลอด 24 ชั่วโมง นับเป็นอีกก้าวสำคัญสู่ประสบการณ์ช้อปปิ้งออมนิชาแนลที่ไร้รอยต่ออย่างแท้จริง

 

 

สเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า

“ปัจจุบันเทคโนโลยี AI ได้ก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมค้าปลีกทั่วโลก ทั้งในด้านวิธีการสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าและการมอบประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่แม่นยำยิ่งขึ้น สำหรับท็อปส์ เราได้พัฒนาและประยุกต์ใช้ AI อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งของลูกค้าในทุกมิติให้ดีที่สุด มอบความสะดวกสบายและตอบโจทย์ลูกค้าในยุคใหม่ได้มากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับรายงาน Deloitte 2025 Global Retail Outlook ที่พบว่า Hyper-personalization และการเสริมศักยภาพออมนิแชแนล คือเทรนด์ ที่จะมากำหนดทิศทางของอุตสาหกรรม และยังสะท้อนถึงแรงขับเคลื่อนของตลาดในวงกว้าง เห็นได้การเติบโตที่เร็วที่สุดด้าน AI-in-Retail ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 18.9% ต่อปีไปจนถึงปี 2030 ตามรายงานของ Mordor Intelligence (2024)”

“ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จจาก TOPS Chef Bot ภายใต้เทคโนโลยี Generative AI ผ่านความร่วมมือกับ Google Cloud เพื่อร่วมกันพัฒนา AI Chatbot ในครั้งนี้ โดยมุ่งเน้นและให้ความสำคัญด้านประโยชน์การใช้งานและประสิทธิภาพเป็นหลัก ระบบสนทนาอัจฉริยะรุ่นใหม่นี้สามารถส่งมอบข้อมูลที่นำไปใช้ได้จริงในแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามคำสั่งซื้อ การตรวจสอบสต็อกสินค้า รวมถึงข้อมูลการค้นหาสาขา ซึ่งช่วยให้ลูกค้าวางแผนการช้อปได้สะดวกแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในสาขาได้ดียิ่งขึ้น”

 

 

อรรณพ ศิริติกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กูเกิล คลาวด์ ประเทศไทย กล่าวว่า

“ความร่วมมือกับท็อปส์สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ Google Cloud’s Customer Engagement Suite ในการยกระดับประสบการณ์ออมนิแชแนลของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการใช้ AI Agents ขับเคลื่อนการให้บริการแบบเรียลไทม์ อาทิ การตรวจสอบสต็อกทันที ทำให้ท็อปส์สามารถต่อยอดจากระบบอัตโนมัติแบบเดิมไปสู่การให้บริการที่รวดเร็ว ฉลาดขึ้น และตอบรับการให้บริการแบบเฉพาะบุคคลได้มากขึ้น ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันได้อย่างแม่นยำ โดย AI Agents เหล่านี้ยังช่วยปรับเปลี่ยนข้อมูลสินค้าคงเหลือในสต็อกจากข้อมูลดิบ ให้กลายเป็นประโยชน์ที่จับต้องได้สำหรับผู้บริโภค พร้อมเชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน ทั้งนี้จากความสำเร็จของโครงการล่าสุดอย่าง TOPS Chef Bot เราจึงมีความมั่นใจและตั้งเป้าที่จะสานต่อความร่วมมือกับท็อปส์ เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานใหม่ด้านนวัตกรรม AI และผลตอบแทนทางธุรกิจ (ROI) ให้กับอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยต่อไป

ด้วยศักยภาพของแพลตฟอร์ม Google Cloud’s Conversational Agents ทำให้ AI Chatbot เจเนอเรชั่นใหม่นี้ สามารถผสานการทำงานเข้ากับแอปพลิเคชันท็อปส์และแพลตฟอร์มท็อปส์ ออนไลน์ ได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมนำเสนอฟีเจอร์ที่พลิกโฉมวงการหลายรายการ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าทั้งก่อนและระหว่างการเข้าร้าน ได้แก่

  • เช็กสต็อกแบบเรียลไทม์: ฟีเจอร์สำคัญที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบว่ามีสินค้าตามที่ต้องการก่อนเดินทางไปที่สาขา ช่วยให้ประสบการณ์การช้อปปิ้งราบรื่นและลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น
  • บริการลูกค้าอัจฉริยะตลอด 24 ชั่วโมง: ให้คำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อยได้ทันที พร้อมฟังก์ชันติดตามสถานะคำสั่งซื้อและข้อมูลบริการต่าง ๆ ช่วยลดเวลารอคอยและมอบการบริการที่ต่อเนื่องไม่สะดุด
  • ระบบนำทางอัจฉริยะสู่สาขา: ช่วยระบุเส้นทางไปยังสาขาที่ต้องการ และค้นหาสาขาท็อปส์ที่ใกล้ที่สุดให้กับลูกค้า
  • เข้าใจภาษาไทยอย่างเป็นธรรมชาติ: รองรับการสื่อสารหลายภาษา และได้รับการพัฒนาให้ตอบสนองต่อบทสนทนาภาษาไทยได้อย่างลื่นไหล รวมถึงสำเนียงและภาษาถิ่นต่าง ๆ ช่วยให้แชทบอทเข้าใจบริบทได้อย่างแม่นยำ และสื่อสารได้อย่างเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

 

 

ด้าน อาชิช อโรรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังแพลตฟอร์มนี้ ว่า

“การนำ Google Cloud’s Conversational Agents มาใช้ในครั้งนี้ มุ่งตอบโจทย์การให้ความช่วยเหลือที่เข้าใจง่าย ออกแบบโดยยึดโยงความต้องการและประสบการณ์ของมนุษย์เป็นหลัก เพื่อให้รู้สึกเหมือนกำลังคุยกับมนุษย์จริง ๆ และสามารถรองรับการใช้งานในวงกว้าง โดยเราได้พัฒนาโครงสร้างระบบให้รองรับความซับซ้อนของภาษาไทยและสำเนียงท้องถิ่นได้อย่างแม่นยำ พร้อมเพิ่มความรวดเร็วในการประมวลผลงานที่ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมาก เช่น การติดตามสถานะคำสั่งซื้อและการเช็กสต็อกแบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังผสานระบบหลังบ้านเข้าบทสนทนาขั้นสูงเพื่อการใช้งานที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น โดยสามารถจัดการกับการโต้ตอบที่เกิดขึ้นพร้อมกันได้นับพันรายการในทันที พร้อมส่งมอบประสบการณ์เสมือนมนุษย์ที่เป็นประโยชน์แก่ลูกค้า”

 

 

ด้วยฟีเจอร์ตรวจสอบสต็อกคงเหลือที่สะดวกและการให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง แชทบอทนี้จึงไม่เพียงสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้ให้กับลูกค้า แต่ยังสร้างประโยชน์เชิงธุรกิจแก่ท็อปส์ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ลดต้นทุนงานบริการลูกค้า และสร้างข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อนำไปใช้วางกลยุทธ์ทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำ เสริมความได้เปรียบทางการแข่งขันของท็อปส์ในตลาดค้าปลีกไทยที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

“การเปิดตัวครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย โดยในระยะถัดไป ท็อปส์เตรียมนำระบบ Personalized Shopping Intelligence เข้ามาเสริมศักยภาพการให้บริการ ผ่านเทคโนโลยีคาดการณ์ความต้องการของลูกค้า การปรับโปรโมชันและคำแนะนำสินค้าให้เหมาะกับพฤติกรรมการช้อปปิ้งของแต่ละบุคคล และการเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับโปรแกรมสมาชิกอย่างครบวงจร โดยมีเป้าหมายในการก้าวสู่การเป็นผู้ช่วยช้อปปิ้งที่สามารถตอบโจทย์และเข้าใจลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” สเตฟาน กล่าวสรุป

 

TOPS Chatbot พร้อมให้บริการแล้ววันนี้ผ่านแอปพลิเคชัน TOPS ONLINE ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.TOPS.co.th, เฟซบุ๊ก TOPSThailand หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TOPSThailand

[อ่าน 970]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Meta เปิด “คฤหาสน์หลอน เปิดโปงโลกสแกม” เปลี่ยนภัยออนไลน์ให้เข้าใจง่าย ผ่านประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟ ชวนคนไทยรู้ทันก่อนตกเป็นเหยื่อ
เปิดตัว HONOR X5c Plus สมาร์ตโฟนสายอึด ฟีเจอร์ครบ ราคา 2,999 บาท เริ่มขาย 23 ม.ค.
ทรูบิสิเนส เปิดยุทธศาสตร์ “Patient Centric Care at Scale” ร่วมปฏิรูปสาธารณสุขไทยด้วยข้อมูล ผนวกพลังเทค
จากข้อความบนปฏิทินแผ่นเก่า สู่การเดินทางไกลขึ้นดอยของทีมงานทรู เพื่อเชื่อมต่อสัญญาณที่มีความหมาย ไปถึง “บ้านเลาสูนอก”
กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาใหม่ “Life Saver” แรงบันดาลใจจากประสบการณ์จริง
ยกระดับการออกกำลังกายด้วย Amazfit Active Max
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved