เมื่อเทคโนโลยีไม่ใช่ “ทางเลือก” แต่คือ “ทางรอด”… ทรู ดิจิทัล ถอดสูตรดิจิทัลทรานสฟอร์เมชัน เจาะลึก Digital Intelligence Fabric
26 Dec 2025

 

ท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรธุรกิจไม่สามารถพึ่งพาการปรับตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปได้อีกต่อไป เวทีสัมมนา Tech Horizon: Enterprise Edition – Empowering Organization with Digital Intelligence Fabric ซึ่งจัดโดย ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ผู้นำบริการดิจิทัลครบวงจร ในเครือทรู คอร์ปอเรชั่น ได้สะท้อนมุมมองในทิศทางเดียวกันของทั้งภาครัฐและเอกชนว่า “เทคโนโลยีดิจิทัล” ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่กำลังกลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานใหม่” ที่ชี้ชะตาอนาคต กำหนดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรและประเทศ ในยุคที่บริบทของเทคโนโลยีแห่งอนาคตกำลังหลอมรวมเข้าหากัน ทั้ง AI, IoT, Cloud, Data และ Cybersecurity โดยไม่อาจถูกมองหรือบริหารแยกส่วนได้เหมือนในอดีต

 

 

โครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ ทางรอดเดียวขององค์กรในวันที่เทคโนโลยีแบบเดิมเริ่มถึงทางตัน

เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เผยมุมมองเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลยุคใหม่ว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลขององค์กรกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เทคโนโลยีในอนาคตจะไม่ถูกใช้งานแบบพึ่งพาระบบเพียงระบบเดียวอีกต่อไป แต่จะเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว โดยมี AI เป็นแกนกลาง หากองค์กรยังคงใช้โครงสร้างพื้นฐานแบบเดิม การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้จะยิ่งเพิ่มความซับซ้อน แทนที่จะสร้างความได้เปรียบ เป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันและเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

ปัญหาในการทรานสฟอร์มสู่ดิจิทัลขององค์กรไทยส่วนใหญ่ ไม่ได้อยู่ที่การไม่ปรับใช้เทคโนโลยี แต่คือการลงทุนโดยขาดนโยบายและทิศทางที่ชัดเจน ระบบที่เป็นแบบปิด ไม่เชื่อมโยงกัน ข้อมูลไม่พร้อมนำไปใช้ประโยชน์ ขาดการออกแบบระบบอัตโนมัติที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกันจริง เทคโนโลยีมีความยุ่งยากซับซ้อน อีกทั้งต้องลงทุนสูงในขณะที่ไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ตามที่คาดหวัง กลายเป็นการเพิ่มภาระด้านต้นทุนและการดูแลระบบ อย่างไรก็ตาม ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยข้อเด่นของเทคโนโลยียุคใหม่ที่มีคุณลักษณะสำคัญ คือ เป็นระบบอัตโนมัติ (Automation) ใช้งานง่ายและไม่ซับซ้อน ลงทุนแล้วคุ้มค่า และสร้างผลตอบแทนได้ ยืดหยุ่น คล่องตัว เชื่อมต่อทุกระบบได้อย่างไร้รอยต่อ และต้องเป็นโครงสร้างแบบเปิด เพื่อให้สามารถต่อยอดและทำงานร่วมกับระบบอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอกราช ชี้ชัดว่า องค์กรต้องยกระดับโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ ประกอบด้วย 3 ระดับ โดยมีพื้นฐานเป็นโครงข่ายการเชื่อมต่อ (Connectivity) ที่ต้องมีความอัจฉริยะ ปลอดภัย สามารถบริหารลำดับความสำคัญของการใช้งานได้ และเสริมด้วย Digital Intelligence Fabric ที่เชื่อมโยงและประยุกต์ใช้ได้กับทุกองค์กร รวมถึงระดับบนสุดคือ On-demand Applications เช่น ERP และ CRM ที่องค์กรสามารถเลือกใช้งานได้ตามความต้องการ

ทั้งนี้ เทคโนโลยีจะมีความหมายก็ต่อเมื่อถูกควบรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธุรกิจ ด้วยคนที่มีความเข้าใจ และภายใต้ความเข้าใจในบริบทขององค์กรอย่างแท้จริง การผสานกลยุทธ์ธุรกิจเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เหมาะสม คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้องค์กรแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล

 

 

Digital Transformation กุญแจปลดล็อกโอกาสเศรษฐกิจไทยกว่า 1.8 ล้านล้านบาท

ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการ กลุ่มงานส่งเสริมการประยุกต์ใช้ดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เผยมุมมองของหน่วยงานภาครัฐที่มุ่งขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้แข็งแกร่ง สะท้อนภาพในระดับประเทศว่า Digital Transformation ไม่ใช่เพียงเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร แต่เป็นปัจจัยชี้ขาดต่อความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย โดยการประเมินล่าสุดพบว่า หากประเทศไทยไม่เร่งปรับตัว อาจสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจกว่า 1.8 ล้านล้านบาท จากการที่องค์กรยังคงดำเนินงานในรูปแบบเดิมและไม่ใช้ประโยชน์จากดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพ การพึ่งพาแรงงานและระบบ Manual รวมถึงการตัดสินใจจากประสบการณ์หรือความรู้สึกมากกว่าการใช้ข้อมูลและระบบวิเคราะห์ ส่งผลให้เกิดความสูญเสียที่มองไม่เห็น และทำให้การเติบโตของประเทศเป็นแบบคงที่ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านสามารถขยายตัวได้อย่างก้าวกระโดด

อุปสรรคสำคัญของผู้ประกอบการไม่ได้มีเพียงเรื่องวิสัยทัศน์ของผู้บริหารและเงินลงทุน แต่ยังรวมถึงความไม่มั่นใจในเทคโนโลยี การไม่รู้ว่าจะเลือกโซลูชันใดให้เหมาะสมกับธุรกิจ และความกังวลว่าบุคลากรจะสามารถใช้งานระบบได้จริงหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ depa จึงพัฒนากลไกสนับสนุนแบบครบวงจร ตั้งแต่มาตรฐาน dSURE เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัย ผ่านกลไก บัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog) ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงโซลูชันที่เชื่อถือได้ ไปจนถึงมาตรการสนับสนุนด้านงบประมาณ สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการพัฒนาทักษะบุคลากรผ่าน Digital Skill Roadmap นอกจากนี้ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน อย่าง ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการทำให้เทคโนโลยีดิจิทัลไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่องค์กรทุกขนาดสามารถเข้าถึง ใช้งาน และต่อยอดได้จริง

 

 

Digital Intelligence Fabric กับ 8 โซลูชันอัจฉริยะสำหรับองค์กรธุรกิจทุกขนาด

Digital Intelligence Fabric เทคโนโลยีดิจิทัลที่ถักทอเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน คือ การเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายทั้งโมบายล์และอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ ต่อยอดเชื่อมต่อไปจนถึงระดับซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน เสริมพลังระบบต่างๆ ขององค์กรให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดความซับซ้อน เพิ่มความแม่นยำ และทำให้การใช้เทคโนโลยีเกิดผลลัพธ์จริง ประกอบด้วย 8 องค์ประกอบหลัก ดังนี้

  • Vertical Cloud with Embedded Security — คลาวด์อัจฉริยะพร้อมระบบความปลอดภัยในตัว
  • Connectivity & IoT Platform — เชื่อมทุกสิ่งรอบตัว ทั้งอุปกรณ์ เครื่องจักร และเซ็นเซอร์ต่างๆ เข้ากับโลกดิจิทัลแบบไร้รอยต่อ
  • Computer Vision AI — เปลี่ยนกล้องวงจรปิดเดิมให้ฉลาดขึ้นทันทีด้วย AI โดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์
  • Connected Building & Energy Management — แพลตฟอร์มบริหารอาคารและพลังงานเพื่อประหยัดต้นทุนและตอบโจทย์ความยั่งยืน (Sustainability)
  • Smart Logistics & Supply Chain — ระบบจัดการขนส่งและซัพพลายเชนแบบอัจฉริยะ
  • Data & AI Platform — ดึงพลังจากข้อมูลทุกแหล่งเพื่อนำไปสร้างรายได้ ลดต้นทุน และเร่งการสร้าง AI ให้เร็วขึ้น
  • Managed Cybersecurity — ระบบความปลอดภัยครบวงจรที่ช่วยปกป้ององค์กรจากภัยคุกคามยุคใหม่ตลอด 24/7
  • Digital Skill & Development — ยกระดับคนให้พร้อมเติบโตไปกับเทคโนโลยี

 

องค์กรธุรกิจต่างๆ สามารถเลือกใช้โซลูชันเหล่านี้ได้ตามความต้องการ และบริหารจัดการบนแพลตฟอร์มศูนย์กลาง หรือ Unified Intelligence Center แพลตฟอร์มเดียวรองรับหลายโซลูชัน เชื่อมทุกระบบไว้ในแดชบอร์ดเดียว ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็น วิเคราะห์ แจ้งเตือน และสั่งการได้จากจุดเดียว พร้อมต่อยอดการพัฒนาธุรกิจ แก้ปัญหา และสร้างผลลัพธ์ด้านความเร็ว การลงทุน และ ROI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทสรุปจากงาน Tech Horizon: Enterprise Edition – Empowering Organization with Digital Intelligence Fabric สะท้อนชัดว่า อนาคตขององค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีเทคโนโลยีที่ล้ำที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับการมีโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถเชื่อมทุกระบบและข้อมูลเข้าด้วยกันได้อย่างชาญฉลาด Digital Intelligence Fabric จึงไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงเทคนิค แต่เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่จะยกระดับโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ ช่วยให้องค์กรเริ่มต้นจากจุดที่เหมาะสม ลงทุนอย่างคุ้มค่า ขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเห็นผลลัพธ์เป็นรูปธรรมได้จริง

[อ่าน 2,821]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ภูเก็ตผงาดเมืองไมซ์ต้นแบบ ปักหมุดเจ้าภาพ 3 งานยักษ์ปี 69 คาดกวาดรายได้กว่า 350 ล้านบาท
“MC Group” โตสวนเศรษฐกิจ ทรานส์ฟอร์มธุรกิจด้วย AI ครอบคลุมทุกมิติ ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
ESTAR เปิดเกมรุกต้นปี เปิดตัว "Velana Maison" ชูทำเลบูรพาพัฒน์–สุขุมวิท รับดีมานด์ EEC
“ยูนิโคล่ ประเทศไทย" เผยแผนความยั่งยืนปี 69 สานต่อโครงการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชน
แสนสิริ มุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงสังคม ผลักดัน “Thisability” โมเดลต้นแบบความเท่าเทียม
โก โฮลเซลล์ ร่วมกับ มูลนิธิโครงการหลวง จัดเทศกาล “ผลผลิตจากยอดดอย สู่ผลิตภัณฑ์อันยอดเยี่ยม”
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved