รพ.วิมุต เปิด 5 โรคยอดฮิตปี 2568 สะท้อนวิกฤตสุขภาพคนไทย
26 Dec 2025

ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความผันผวน ค่าครองชีพสูง การแข่งขันในการทำงานรุนแรงขึ้น และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว “สุขภาพ” กลายเป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญที่กำหนดคุณภาพชีวิตของประชาชนและประสิทธิภาพเศรษฐกิจของประเทศ ล่าสุด โรงพยาบาลวิมุต เปิดข้อมูลภาพรวมผู้ป่วยปี 2568 พบว่า คนไทยยังคงเข้ารับการรักษาจำนวนมากจากโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและปัจจัยแวดล้อม โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งไม่เพียงเป็นปัญหาสาธารณสุข แต่ยังเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาว

จากข้อมูลผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในปี 2568 โรงพยาบาลวิมุตระบุว่า 5 โรคหรือกลุ่มโรคที่มีจำนวนผู้ป่วยมากที่สุด ได้แก่ 1.โรคความดันโลหิตสูง 2.โรคเบาหวาน 3.ภาวะไขมันในเลือดสูง 4.โรคหวัดและโรคทางเดินหายใจ และ 5.กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม โดย 3 อันดับแรกเป็นกลุ่มโรค NCDs ซึ่งสะท้อนปัญหาสุขภาพจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนไทยอย่างชัดเจน ทั้งการบริโภคอาหารที่ไม่สมดุล การออกกำลังกายน้อย และความเครียดสะสม ขณะที่โรคหวัดและภูมิแพ้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับสภาพอากาศที่แปรปรวนและปัญหาฝุ่น PM2.5 ส่วน ออฟฟิศซินโดรม กลายเป็นโรคประจำตัวของคนวัยทำงานในยุคเศรษฐกิจเร่งรีบ ที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอเป็นเวลานานและขาดการเคลื่อนไหว

 

 

นายแพทย์สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่า

ปัจจัยที่ทำให้โรคทั้ง 5 กลุ่มนี้กลายเป็นโรคยอดฮิตในปี 2568 มาจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคมไทย คนเมืองต้องใช้ชีวิตเร่งรีบ ทำงานหลายบทบาท มีเวลาพักผ่อนและดูแลตัวเองน้อยลง ขณะเดียวกันพฤติกรรมการกินยังคงพึ่งพาอาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูป และเครื่องดื่มหวานเป็นหลัก ซึ่งเป็นตัวเร่งสำคัญของโรค NCDs ส่วนปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ฝนตกสลับร้อน และปัญหาฝุ่น PM2.5 ในช่วงฤดูหนาว ส่งผลโดยตรงต่อโรคระบบทางเดินหายใจและภูมิแพ้ ขณะที่ออฟฟิศซินโดรมสะท้อนต้นทุนสุขภาพของแรงงานยุคดิจิทัลที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอวันละหลายชั่วโมง และหากพฤติกรรมเหล่านี้ยังไม่เปลี่ยน แนวโน้มในปี 2569 โรคดังกล่าวจะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และอาจพบผู้ป่วยในอายุน้อยลง”

“แม้โรคเหล่านี้จะพบได้บ่อย แต่สิ่งที่น่ากังวลคืออาการเริ่มต้นมักไม่ชัดเจน โรคความดัน เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง อาจไม่มีอาการในระยะแรก หรือแสดงเพียงอาการเล็กน้อย หากปล่อยไว้โดยไม่ตรวจคัดกรอง อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและค่าใช้จ่ายด้านการรักษาที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ขณะที่โรคหวัดและภูมิแพ้ หากมีอาการไอ จาม น้ำมูกเรื้อรัง หรือแน่นหน้าอกบ่อยครั้ง อาจสะท้อนผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ ส่วนออฟฟิศซินโดรมที่เริ่มจากอาการปวดเมื่อยเล็กน้อย หากละเลย อาจพัฒนาเป็นอาการปวดเรื้อรัง และส่งผลต่อทั้งคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงาน” นายแพทย์สุวาณิช กล่าวสรุป

 

ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว ปี 2568 ถือเป็นปีที่โรงพยาบาลวิมุตเร่งลงทุนและปรับยุทธศาสตร์ธุรกิจสุขภาพอย่างจริงจัง ด้วยการเปิด 3 ศูนย์ความเป็นเลิศ (Excellence Centers) ได้แก่ ศูนย์สุขภาพปอด เพื่อรับมือโรคทางเดินหายใจจาก PM2.5 และภูมิแพ้ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด เพื่อรองรับภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดัน เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง และศูนย์กระดูกและข้อ เพื่อดูแลปัญหากล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ จากทั้งวัยทำงานและสังคมผู้สูงอายุ การเปิดศูนย์เหล่านี้สะท้อนทิศทางของวิมุตในการยกระดับการรักษาเฉพาะทาง ควบคู่กับการลงทุนด้านเทคโนโลยีและทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัย การรักษา และการฟื้นฟูสุขภาพ

สำหรับปี 2569 โรงพยาบาลวิมุตยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนด้านบริการสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับโครงสร้างประชากรและพฤติกรรมสุขภาพของคนไทยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเตรียมเปิด ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ เพื่อตอบโจทย์โรคที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากพฤติกรรมการกิน ความเครียด และวิถีชีวิตคนเมือง ควบคู่กับการเปิด ศูนย์สมอง ที่ให้ความสำคัญกับโรคระบบประสาทซึ่งพบมากขึ้นตามการเข้าสู่สังคมสูงวัย ขณะเดียวกัน ยังมีแผนเปิด ศูนย์สุขภาพสตรี ที่ออกแบบการดูแลให้เข้าใจผู้หญิงในทุกช่วงวัย ตั้งแต่การดูแลสุขภาพภายใน การฟื้นฟูสมดุลร่างกาย ไปจนถึงการดูแลด้านความงามและคุณภาพชีวิต ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะสาขาที่มีประสบการณ์ ศูนย์เฉพาะทางเหล่านี้สะท้อนทิศทางเชิงกลยุทธ์ของโรงพยาบาลวิมุตในการพัฒนาบริการสุขภาพให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของประชากรไทย โดยมุ่งสร้างคุณค่าในระยะยาวทั้งต่อผู้ใช้บริการ ระบบสุขภาพ และการเติบโตของธุรกิจสุขภาพอย่างยั่งยืน

 

 

ทั้งนี้ โรงพยาบาลวิมุตย้ำว่า การตรวจสุขภาพประจำปีไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งมีโอกาสป้องกันและดูแลโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น พร้อมเดินหน้าพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง และพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต

[อ่าน 2,236]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กาตาร์ แอร์เวย์ส' ลุยขยายเครือข่ายทะลุ 150 จุดหมายปลายทางทั่วโลก
โลตัส ดันค้าปลีกสู่ Lifestyle Platform เปิดตัว “Cocoon – Blooming Thai Kindness” สร้างพื้นที่แห่งความสุขในทุกวัน
ถอดรหัสโรงไฟฟ้า 'บีแอลซีพี' ในวิกฤตพลังงาน ตรึงต้นทุนผลิตไฟต่ำกว่า 2 บาท สร้างเสถียรภาพและความมั่นคงด้านพลังงานไทย
ท็อปส์ เร่งแผนขยาย EV Truck รวมสิ้นปี 44 คัน หนุนแผนคุมต้นทุน–เสริมแกร่งซัพพลายเชนไม่สะดุด ตั้งเป้าลดการใช้น้ำมัน 457,000 ลิตร
ซัมซุง เปิดตัว Samsung Browser สำหรับ Windows ต่อยอดประสบการณ์ใช้งานเว็บไซต์ด้วย Agentic AI จากมือถือ สู่ PC
ทรู ดิจิทัล อคาเดมี บ่มเพาะ “ความเป็นผู้ประกอบการ” ชี้ “นวัตกรรม และ AI” เป็นกุญแจสำคัญขับเคลื่อนองค์กรไทยสู่สากล
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved