
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่รวดเร็ว ประเทศไทยกำลังเผชิญกับโจทย์ใหญ่ด้านการแข่งขัน ข้อมูลจากดัชนีวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไทยปี 2568 (Thailand SRI Index 2025) สะท้อนภาพที่น่าสนใจ: แม้ศักยภาพของนักวิจัยไทยจะพุ่งสูงขึ้น โดยมีผลงานตีพิมพ์เพิ่มขึ้นถึง 2.48 เท่าในรอบ 10 ปี แต่ในทางกลับกัน เรากลับต้องจ่ายเงินนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศสูงขึ้นถึง 1.37 เท่า

ศาสตราจารย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธาน กสว. และ ศาสตราจารย์สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. จึงได้ร่วมกับธนาคารโลก แถลงกลยุทธ์สำคัญเพื่อเปลี่ยนบทบาทของประเทศจาก "ผู้ซื้อ" มาเป็น "ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม" ผ่าน 10 เทรนด์โลกที่จะเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตในปีหน้า
นวัตกรรมระดับโลกในปี 2568 ถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักที่เป็น "จุดเปลี่ยน" ของอุตสาหกรรม ดังนี้:
ในฟากของนวัตกรรมไทย สกสว. ได้โชว์ความสำเร็จที่พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 4 มิติสำคัญ:
การแพทย์พึ่งพาตนเอง: ความสำเร็จของยา "HERDARA" ยาชีววัตถุรักษามะเร็งเต้านมฝีมือคนไทยที่ขึ้นทะเบียน อย. ได้เป็นครั้งแรก และการพัฒนา CAR-T Cell เซลล์พิฆาตมะเร็งเม็ดเลือด
วิทยาศาสตร์ขั้นแนวหน้า: การเปิดตัว Thai-LLM โมเดลภาษาที่เข้าใจบริบทไทยแท้ รวมถึงความสำเร็จระดับโลกอย่างการส่งผลึกเหลวขึ้น สถานีอวกาศ ISS ร่วมกับ NASA และการค้นพบดาวคู่พัลซาร์โดย NARIT
ความมั่นคงทางอาหาร: พันธุ์ข้าว "ไบโอเทค 1" ที่แมลงไม่กินแต่ให้ผลผลิตสูง และแพลตฟอร์ม Future Food ที่ช่วยลดระยะเวลาการนำงานวิจัยออกสู่ตลาดเหลือเพียง 6 เดือน
ยุทธศาสตร์สังคม: การวางรากฐานกฎหมายรองรับ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) และการใช้เทคโนโลยี 3D Scan เชื่อมโยงรากเหง้ามรดกไทยผ่านการค้นพบมนุษย์ยุคน้ำแข็ง "ปังปอน" เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานมรดก
เป้าหมายของ สกสว. ในปี 2568 ไม่ใช่เพียงแค่ความสำเร็จทางวิชาการ แต่คือการเปลี่ยนเม็ดเงินงบประมาณวิจัยให้กลายเป็น "คุณภาพชีวิต" และ "ความมั่งคั่ง" ของคนไทยอย่างยั่งยืน เพื่อพาประเทศไทยก้าวออกจากกับดักรายได้ปานกลางสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วอย่างเต็มภาคภูมิ





