วีซ่าเจาะเทรนด์ใหญ่ปี 2569 “ปัญญาประดิษฐ์ สเตเบิลคอยน์ และอัตลักษณ์ดิจิทัล” ที่จะพลิกโฉมการชำระเงินในเอเชียแปซิฟิก
15 Jan 2026

 

ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับระบบการชำระเงินทั่วเอเชียแปซิฟิกรวมถึงประเทศไทย การมาของเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Web3 ได้พลิกโฉมธุรกิจ การค้าขาย รวมถึงการทำธุรกรรม ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นหลัก การปรับตัวสู่ดิจิทัลอย่างรวดเร็ว และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้นำด้านนวัตกรรมการชำระเงิน โดยเฉพาะการชำระเงินแบบเรียลไทม์และโมบายแบงก์กิ้ง ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำธุรกิจและวิธีทำธุรกรรมของผู้คนไปโดยสิ้นเชิง

 

หากคุณคิดว่าปี 2568 ผ่านไปเร็วแล้ว ปี 2569 จะเร็วยิ่งกว่า นโยบายการกำกับดูแลที่ตื่นตัวยิ่งขึ้นและการเข้าถึงสมาร์ทโฟนอย่างแพร่หลาย กำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิธีการใช้จ่ายของคนไทย และเอเชียแปซิฟิกคือจุดศูนย์กลางของนวัตกรรมการชำระเงิน ซึ่งประเทศไทยเองก็กำลังเป็นหนึ่งในผู้นำ โดยเฉพาะใน 5 ประเด็นสำคัญ คือ:

 

1. Agentic Commerce มาแรง ไม่ใช่แค่ผู้บริโภค แต่ธุรกิจก็พร้อมปรับตัว

AI กำลังพาการค้าเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มรูปแบบ วีซ่ามีบทบาทเป็นผู้นำในยุค eCommerce ด้วยการชำระเงินที่ปลอดภัยและไร้รอยต่อ คลื่นลูกต่อไปที่วีซ่าจะยังคงความเป็นผู้นำในวิวัฒนาการอีกครั้ง คือ Agentic Commerce ที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะทำหน้าที่เป็น เอเจนต์” ของผู้บริโภค ในการค้นหา เลือกซื้อ และชำระเงิน 

 

สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินจินตนาการ แพลตฟอร์ม Generative AI กำลังสร้างทราฟฟิกค้าปลีกออนไลน์ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีอัตราการเติบโตถึง 4,700% เมื่อเทียบปีต่อปีในเดือนกรกฎาคม 2568 และด้วยศักยภาพด้านดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉมในภูมิภาคนี้

 

ไม่ใช่แค่ผู้บริโภคเท่านั้นที่ก้าวเข้าสู่โลกของ AI เอเชียแปซิฟิกมีบริษัทมากกว่า 200 ล้านแห่ง และเป็นภูมิภาคส่งออกที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดย 70 จาก 80 เส้นทางการค้าสำคัญเชื่อมโยงกับตลาดในภูมิภาคนี้ ดังนั้นจึงเกิดเทรนด์ “Consumerisation” ขึ้น ซึ่งขับเคลื่อนโดยผู้ประกอบธุรกิจรุ่นใหม่ที่มองหาการทำธุรกรรมแบบ B2B ที่สะดวก ปลอดภัย และไร้รอยต่อ  เช่นเดียวกับที่ผู้บริโภคทั่วไปใช้งาน ดังนั้น AI อัจฉริยะที่สามารถเข้าใจเจตนาธุรกิจ จัดการกระบวนการทำงาน และลดเวลาที่ใช้ในการทำธุรกรรมให้สั้นลง จึงเป็นที่ต้องการอย่างเห็นได้ชัด

 

ในปี 2569 เราจะได้มีประสบการณ์แบบ Agentic เพิ่มมากขึ้น Visa Intelligent Commerce ได้ขยายชุด APIs และโปรแกรมต่างๆ ที่รวมถึง Trusted Agent Protocol ซึ่งเป็นโซลูชันแบบ Low-code ตัวใหม่ ช่วยให้ร้านค้าจดจำเอเจนต์ที่เชื่อถือได้ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งสองฝ่ายเมื่อทำธุรกรรม

 

2. ไม่ต้องเลือกว่าเงินเฟียตหรือคริปโต แต่ใช้ทั้งสองรูปแบบควบคู่กันได้

การถกเถียงระหว่างสกุลเงินดั้งเดิมหรือสกุลเงินดิจิทัลจบไปแล้ว อนาคตคือการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ โครงการสเตเบิลคอยน์ของวีซ่า ซึ่งรวมถึงการทดลองใช้ร่วมกับ Nium และการเปิดตัวบริการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ ผ่าน Visa Direct ช่วยให้การทำธุรกรรมการเงินระหว่างเงินเฟียตและเงินดิจิทัลเป็นเรื่องง่ายขึ้น

 

สเตเบิลคอยน์ กำลังถูกผสานเข้ากับระบบการเงินโลกมากขึ้น โดยมีมูลค่ารวม 250 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยวีซ่าสนับสนุนบัตรที่เชื่อมต่อกับสเตเบิลคอยน์กว่า 130 โปรแกรมใน 40 ประเทศ และมียอดชำระเงินต่อปีอยู่ที่ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การกำกับดูแลในตลาดเอเชียแปซิฟิก เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และญี่ปุ่น กำลังชัดเจนขึ้น และประเทศไทยก็กำลังเดินหน้าเช่นกัน  พร้อม ๆ กับความเชี่ยวชาญและศักยภาพในการให้คำปรึกษาที่เพิ่มขึ้น เช่น บริการ Global Stablecoins Advisory Practice ของวีซ่า เพื่อผลักดันการใช้สเตเบิลคอยน์ในเศรษฐกิจภูมิภาคให้เร็วขึ้น

 

3. การระบุตัวตน” คือหัวใจของความปลอดภัย โดยเฉพาะในยุค AI

ในปี 2569 การยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือจะเป็นจุดแข็งเชิงกลยุทธ์ เราจะเห็นความร่วมมือที่แข็งแกร่งขึ้นระหว่างรัฐบาล ผู้ประกอบการ และเครือข่ายการชำระเงิน เพื่อรับมือกับการปลอมแปลงตัวตนที่เกิดจาก AI วีซ่ากำลังเป็นผู้นำด้วยโซลูชันความปลอดภัยหลายชั้น เช่น

  • Tokenisation: ปกป้องข้อมูลบัตรโดยแทนที่ด้วยเลขโทเค็นที่เข้ารหัสเฉพาะ ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเพิ่มบัตรในโมบายล์วอลเล็ตรวมถึง AI Agent ได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้พบกว่าการใช้ Tokenisation ทำให้อัตราการทุจริตลดลงเมื่อเทียบกับการทำธุรกรรมด้วยบัตรถึง 34%

  • Biometrics: ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับธุรกรรมเมื่อไม่ได้ใช้บัตรจริง ด้วยการตรวจสอบอัตลักษณ์ทางกายภาพของผู้บริโภค เช่น ลายนิ้วมือ ใบหน้า ช่วยลดอัตราการทุจริตได้มากถึง 50% เมื่อเทียบกับการใช้รหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (OTP)

  • ปกป้องระบบนิเวศการชำระเงิน: วีซ่าลงทุนกว่า 13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานในช่วงห้าปีที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาบริการป้องกันการทุจริตแบบใหม่ อาทิ Visa Scam Disruption ซึ่งช่วยปกป้องการชำระเงินทุกรูปแบบ

 

4.  บอกลาการกรอกข้อมูลบัตรแบบเดิมๆ

eCommerce ในเอเชียแปซิฟิกเติบโตอย่างมาก การกรอกหมายเลขบัตรและรหัสความปลอดภัยหลังบัตรกำลังกลายเป็นเรื่องล้าสมัย ผู้บริโภคต้องการการชำระเงินที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ จากผลวิจัยของวีซ่า พบว่า ใน 10 ของผู้ตอบแบบสอบถาม ในเอเชียแปซิฟิกเคยเจอปัญหาจากการชำระด้วยบัตรอย่างน้อยหนึ่งครั้งในปีที่ผ่านมา สาเหตุจากการลืมข้อมูลบัตรหรือพลาด OTP ทำให้ประสบการณ์ของลูกค้าไม่ราบรื่นและร้านค้าอาจสูญเสียรายได้

 

การขยายบริการ Click to Pay ของวีซ่าทั่วเอเชียแปซิฟิก ช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่การชำระเงิน eCommerce ที่เร็วและไร้รอยต่อ พร้อมเพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบ Tokenisation และการยืนยันตัวตนแบบ Biometrics ด้วย Visa Payment Passkey ทั้งยังมีพันธมิตรหลักและผู้ออกบัตรร่วมผลักดัน Click to Pay จึงกลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมที่สำคัญสำหรับยุคใหม่ของ eCommerce อย่างแท้จริง

 

5. การชำระเงินแบบใหม่ที่เชื่อมต่อกันได้

เอเชียแปซิฟิกเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมด้านการชำระเงิน ไม่ว่าจะเป็นดิจิทัลวอลเล็ต การชำระเงินผ่าน QR และระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์ (RTP) ซึ่งกลายส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และประเทศไทยก็ถือเป็นผู้นำด้านการชำระเงินผ่าน QR และดิจิทัลวอลเล็ต โดยมีพร้อมเพย์และการโอนเงินแบบเรียลไทม์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยปี 2569 จะเป็นปีที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะมีการเชื่อมต่อกันระหว่างการทำธุรกรรมด้วยเงินสด บัตร ดิจิทัลวอลเล็ต และสกุลเงินดิจิทัล ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คนไทยสามารถทำธุรกรรมทางการเงินข้ามแพลตฟอร์ม ข้ามสกุลเงิน และข้ามพรมแดนได้

 

ในปี 2569 รัฐบาลและธุรกิจในเอเชียแปซิฟิกจะเร่งเชื่อมโยงระบบมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์โลกดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยโทรศัพท์มือถือและ AI เราจะได้เห็นโซลูชันใหม่ ๆ เช่น Scan to Pay ที่ช่วยให้ผู้คนจ่ายเงินที่ร้านโปรดด้วยดิจิทัลวอลเล็ตได้สะดวกยิ่งขึ้นขณะเดียวกัน ผู้ออกบัตรและแพลตฟอร์มต่าง ๆ จะปรับโครงสร้างพื้นฐานสู่ Cloud-native และ API-first ร่วมกับวีซ่าและ Pismo เพื่อสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่ครบวงจรและไร้รอยต่อ

 

ปีนี้จะไม่ใช่แค่ปีธรรมดา แต่จะเป็นหน้าหนึ่งของยุคใหม่แห่งการชำระเงิน เทรนด์การชำระเงินในปี 2569 จะเป็นอย่างไรศึกษาเพิ่มเติมจากบทวิเคราะห์ของวีซ่าได้ที่นี่: visa.com

 

หมายเหตุ:

[1] Generative AI-Powered Shopping Rises with Traffic to U.S. Retail Sites

Visa Risk Datamart, Global, ประจำปีงบประมาณ 2567 ไตรมาส 1-4 อัตราการทุจริตของโทเค็น เทียบกับ การทุจริตผ่านข้อมูลบัตร (PAN) ตามมูลค่าการชำระเงิน (PV) อัตราค่าธรรมเนียมผู้ค้ารายบุคคลอาจแตกต่างกันไป

หมายเหตุไม่รวมการทำธุรกรรมภายในประเทศอินเดีย และในรัสเซียทั้งหมด

3 การวิเคราะห์อ้างอิงจากข้อมูลของ VisaNet ทั่วโลก ระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึง เดือนธันวาคม 2566 เปรียบเทียบการยืนยันตัวตนแบบไบโอเมตริกส์ กับแบบเพิ่มระดับผ่านรหัส OTP ที่ส่งทาง SMS

[อ่าน 62]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฮอนด้าจัดแคมเปญ “Happy Holiday Happy Plus!” ชวนเช็กพอยต์ความปลอดภัย ผ่อน 0% นาน 8 เดือน
ECOVACS นำเสนอความก้าวหน้าสู่หุ่นยนต์บริการครบวงจรทุกสถานการณ์ ในงาน CES 2026
Allianz ชี้ ‘ภัยไซเบอร์’ ครองอันดับ 1 ความเสี่ยงธุรกิจไทยปี 2569 ตามด้วยภัยธรรมชาติ–โลกรวน
PTG ติดอันดับ 38 Top 50 Companies in Thailand 2026 องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานมากที่สุด
ดุสิตธานีเร่งเครื่องปี 2569 เปิดโรงแรมใหม่กว่า 1,400 ห้องทั่วโลก หลังทำสถิติเซ็นสัญญาใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์
LPN โชว์ศักยภาพบริหารการเงินแกร่ง เตรียมพร้อมชำระคืนหุ้นกู้ครบกำหนดปี 2569 เต็มจำนวนมูลค่า 682 ล้านบาท
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved