
ความแข็งแกร่งของแสนสิริสะท้อนผ่านผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา โดยสามารถทำยอดขายได้ทะลุ 51,000 ล้านบาท และมียอดโอน 36,700 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการรอบ 9 เดือน (สิ้นสุด ก.ย. 68) มีกำไรสุทธิ 3,029 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเมื่อเทียบกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ บริษัทยังมีสถานะทางการเงินที่มั่นคงด้วยสินทรัพย์รวม 148,426 ล้านบาท และรักษาการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ โดยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูงที่ประมาณ 10% รวมถึงได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนในการออกหุ้นกู้มาโดยตลอด
สำหรับปี 2569 แสนสิริวางเป้าหมายทางธุรกิจที่ท้าทายแต่แม่นยำ ดังนี้:
เป้าหมายยอดขาย: 48,000 ล้านบาท
เป้าหมายยอดโอน: 39,000 ล้านบาท
การเปิดโครงการใหม่: 33 โครงการ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท
สัดส่วนโครงการ: เน้นกลุ่ม Premium และ Medium สูงถึง 80% เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อคุณภาพ
แสนสิริภายใต้การนำของ คุณอุทัย อุทัยแสงสุข และ คุณภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ ได้วาง 4 กลยุทธ์สำคัญเพื่อรับมือกับความท้าทาย:
รุกตลาดระดับกลางถึงบน (Medium to Premium): เน้นทำเลศักยภาพที่มีความต้องการจริง (Real Demand) และบริหารจัดการสต็อกสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาสภาพคล่อง
ตอกย้ำแบรนด์อันดับ 1: ชูจุดแข็งด้านการออกแบบ คุณภาพโครงการ และบริการหลังการขายจาก พลัส พร็อพเพอร์ตี้ และ LIV-24 เพื่อขยายส่วนแบ่งการตลาด
ปั้น New S-Curve จากธุรกิจใหม่: ต่อยอดความสำเร็จของ "Crafted by Sansiri" ธุรกิจรับสร้างบ้านที่ตั้งเป้ายอดขายโต 100% (แตะ 500 ล้านบาท) พร้อมตั้งกองทุน 1,000 ล้านบาท ลงทุนในธุรกิจศักยภาพสูงเพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่เป็น 25% ภายใน 5 ปี

โครงการแนวราบ (17 โครงการ): ปรับดีไซน์ใหม่ให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ทั้งแบรนด์นาราสิริ เศรษฐสิริ บุราสิริ และอณาสิริ โดยเน้นกลุ่ม DINK (คู่รักไม่มีลูก) และกลุ่ม Silver (ผู้สูงอายุ) พร้อมเปิด Sansiri Community แห่งใหม่บนทำเลกรุงเทพกรีฑา พื้นที่กว่า 142 ไร่ เน้นเรื่อง Health and Wellness
โครงการแนวสูง (16 โครงการ): เปิดตัวแบรนด์ใหม่ "LOVE by Sansiri" ประเดิมทำเลเจริญนคร พร้อมการกลับมาของแบรนด์ระดับตำนานอย่าง XT และ THE MONUMENT นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นมาตรฐาน Pets-Welcome และ Well-being ครอบคลุมทุกระดับราคา
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ยังคงแนะนำ "ซื้อ" SIRI โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 1.76 บาทต่อหุ้น มองว่าด้วย Backlog ในมือกว่า 1.9 หมื่นล้านบาท จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไรในปีนี้ได้อย่างดี
นอกจากในเชิงธุรกิจ แสนสิริยังได้รับการจัดอันดับจาก WorkVenture ให้เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด ประจำปี 2569 สะท้อนถึงภาพลักษณ์องค์กรที่ทันสมัยและใส่ใจความยั่งยืน





