

นาย ไดกิ อิโตะ กรรมการผู้จัดการ BerryMobile ระบุว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวของคนไทยในช่วงปี 2568–2569 เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ นักเดินทางจำนวนมากเป็นทั้ง Digital Nomad, Creator และ Slomad สิ่งที่ทุกกลุ่มต้องการเหมือนกันคือ “การเชื่อมต่อที่มีคุณภาพและเสถียร” ซึ่ง BerryMobile นำประสบการณ์กว่า 15 ปีในการดูแลลูกค้าชาวญี่ปุ่นในไทย ที่มีอัตราความพึงพอใจกว่า 98% มาพัฒนาสู่ TRAVeSIM สำหรับคนไทยโดยเฉพาะ
ข้อมูลปี 2025 ชี้ว่าคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 94% ของประชากร ทำให้การท่องเที่ยวไม่ได้เป็นเพียงการเดินทาง แต่กลายเป็น “ฉากหลัง” สำหรับการผลิตคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอ รีวิว หรือไลฟ์สด ปัญหาสำคัญของซิมโรมมิ่งในตลาดคือ แพ็กเกจ Unlimited ที่เมื่อใช้ครบโควตาแล้ว ความเร็วตกเหลือเพียง 128 Kbps ซึ่งแทบไม่สามารถใช้งานแอปพื้นฐานในชีวิตประจำวันได้
TRAVeSIM จึงนำเสนอแพ็กเกจ Unlimited รูปแบบใหม่ สำหรับประเทศยอดนิยมอย่าง จีน เวียดนาม ไต้หวัน และยุโรป โดยให้ ดาต้าความเร็วสูง 3GB ต่อวัน และเมื่อใช้ครบแล้ว ยังใช้งานต่อได้ที่ความเร็ว 1 Mbps (Real FUP) ซึ่งเพียงพอสำหรับดู YouTube ระดับ 360–480p ใช้แผนที่ สแกนจ่ายเงิน และเล่นโซเชียลมีเดียได้ต่อเนื่อง แตกต่างจากซิมทั่วไปในตลาดอย่างชัดเจน
ในด้านราคา แพ็กเกจถูกออกแบบให้จ่ายครั้งเดียวจบ ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง เช่น แพ็กเกจจีน 7 วัน ราคา 860 บาท หรือยุโรป 10 วัน ราคา 1,120 บาท ขณะเดียวกันยังมีแพ็กเกจแบบจำกัดปริมาณสำหรับผู้เดินทางระยะยาว เช่น Global 10GB ใช้งานได้นาน 180 วัน

อีกหนึ่งจุดเด่นของ TRAVeSIM คือ ระบบจัดการซิมผ่านเว็บไซต์ ที่ผู้ใช้สามารถตรวจสอบดาต้าคงเหลือ เติมแพ็กเกจ หรือขยายวันใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องกดรหัส USSD และไม่ต้องดาวน์โหลดแอปเพิ่มเติม ตอบโจทย์นักเดินทางที่ต้องการความเรียบง่ายและคล่องตัว
นายไดกิ อิโตะ กล่าวทิ้งท้ายว่า TRAVeSIM ไม่ได้ขายเพียงซิม แต่ขาย “ความสบายใจ” ให้กับนักเดินทางในโลกที่การเชื่อมต่อเป็นสิ่งจำเป็น พร้อมยืนยันจุดยืนการให้บริการภายใต้มาตรฐานแบบญี่ปุ่น เพื่อเป็นเพื่อนร่วมทางที่เชื่อถือได้ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใดก็ตาม





