
กระแสการดูแลสุขภาพของคนไทยเติบโตต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากกิจกรรมเฉพาะกลุ่ม สู่ไลฟ์สไตล์ของคนทุกวัย ส่งผลให้ตลาดอาหารเสริมและโภชนาการกีฬา (Sports Nutrition) ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง หนึ่งในแบรนด์ไทยที่สามารถยืนระยะและเติบโตจนก้าวสู่ระดับ “พันล้านบาท” ได้ คือ Fitwhey แบรนด์เวย์โปรตีนที่เริ่มต้นจากคำถามธรรมดา แต่เปลี่ยนเป็นโมเดลธุรกิจที่เขย่าวงการ
Fitwhey ก่อตั้งโดย “แดนนี่” ดนุพล ชิลลี่ จากประสบการณ์ตรงของคนออกกำลังกายที่ตั้งคำถามว่า เหตุใดเวย์โปรตีนในประเทศไทยจึงมีราคาสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็น เมื่อเทียบกับต้นทุนจริงในต่างประเทศ คำถามนี้นำไปสู่การทดลองนำเข้าเวย์โปรตีนมาใช้เองและแบ่งปันในกลุ่มคนรู้จัก ก่อนจะต่อยอดเป็นเว็บไซต์ Fitwhey.com ในปี 2552 ซึ่งนับเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกอีคอมเมิร์ซด้านอาหารเสริมของไทยในยุคนั้น

จุดแตกต่างสำคัญของ Fitwhey ไม่ได้อยู่แค่เรื่องราคา แต่คือการตั้งใจแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาดอาหารเสริม โดยเฉพาะประเด็นการเคลมสารอาหารเกินจริง และการทำ Amino Spiking ที่พบได้ในอุตสาหกรรม Fitwhey เลือกยืนบนหลัก “ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า” ด้วยการแสดงผลตรวจจากห้องแล็บ (Lab Guarantee) เพื่อยืนยันว่าปริมาณสารอาหารตรงตามฉลากทุกประการ กลายเป็นจุดยืนที่สร้างความเชื่อมั่นและแตกต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจน
อีกหนึ่งการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์คือ การลงทุนสร้างโรงงานผลิตของตนเอง แทนการจ้าง OEM เพื่อควบคุมคุณภาพ รสชาติ และมาตรฐานสินค้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านคุณภาพในระยะยาว และส่งผลให้แบรนด์ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคผ่านรีวิวเชิงบวกจำนวนมาก
Fitwhey ใช้การสื่อสารแบรนด์ที่ตรงไปตรงมา แตกต่างจากภาพจำเดิมของอาหารเสริม ผ่านสโลแกน “โคตรเถื่อน” ที่สะท้อนความกล้าคิด กล้าทำ ไม่ประนีประนอมกับคุณภาพ ตั้งแต่การออกสินค้าเวย์โปรตีนรสชาติแปลกใหม่ ไปจนถึงการคอลแลบร่วมกับคาแรคเตอร์ระดับโลก และแคมเปญการตลาดที่เน้นการคืนคุณค่าให้ผู้บริโภค ซึ่งช่วยสร้างการจดจำแบรนด์ในวงกว้าง
ในเชิงช่องทางจำหน่าย Fitwhey ใช้อีคอมเมิร์ซเป็นกลไกหลักในการขยายตลาด โดยเฉพาะการร่วมมือกับ Lazada บน LazMall ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่มองหาสินค้าคุณภาพและเชื่อถือได้ ข้อมูลเชิงลึกพบว่าลูกค้าบนแพลตฟอร์มนี้นิยมซื้อสินค้าพรีเมียมและขนาดใหญ่ ทำให้มูลค่าเฉลี่ยต่อออเดอร์สูงกว่าช่องทางอื่น และกลายเป็นแรงส่งให้ Fitwhey มียอดขายหลักร้อยล้านบาทบนลาซาด้า
แม้ต้องเผชิญความท้าทายทั้งจากโควิด-19 และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น แต่ Fitwhey สามารถกลับมาเติบโตอย่างแข็งแรง สร้างรายได้เพิ่มจาก 500 ล้านบาท เป็น 1,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี พร้อมครองตำแหน่งยอดขายอันดับต้นๆ ในหมวด Sports Nutrition บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

กรณีของ Fitwhey สะท้อนให้เห็นว่า การเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดที่แข่งขันสูง ไม่ได้เกิดจากการทำราคาต่ำเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเข้าใจ Pain Point ของผู้บริโภค การยืนบนหลักความโปร่งใส และการเลือกพาร์ทเนอร์ที่ช่วยขยายคุณค่าให้แบรนด์ ในวันที่ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น ความ “จริงใจ” จึงกลายเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ทรงพลังไม่แพ้การตลาดรูปแบบใด





