เหนื่อยง่าย นอนหงายแล้วอึดอัด อาจเสี่ยง “โรคลิ้นหัวใจ”
09 Feb 2026

หลายคนอาจจะไม่ทราบว่า จริง ๆ แล้ว อาการเหนื่อยง่ายผิดปกติหรือความรู้สึกอึดอัดเวลานอนราบนั้น อาจเป็นสัญญาณเตือนของ ‘โรคลิ้นหัวใจ’ ภัยร้ายที่กำลังทำลายหัวใจอย่างเงียบ ๆ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่อาการรุนแรงแล้ว ซึ่งอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเปิดหน้าอกที่มีความเสี่ยงและใช้เวลาพักฟื้นนาน จนอาจสร้างความกังวลให้ผู้ป่วยอย่างมาก

 

แต่ปัจจุบันมีทางเลือกการรักษารูปแบบใหม่ด้วยเทคโนโลยี Transcatheter Aortic Valve Implantation (TAVI) ที่ไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก ช่วยลดความเสี่ยงและช่วยให้คนไข้ฟื้นตัวไว ถือเป็นอีกทางเลือก สำหรับผู้ป่วยในกลุ่มที่มีภาวะรุนแรง อย่างไรก็ตาม การป้องกันโรคไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน วันนี้ นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และอายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคหัวใจ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด รพ.วิมุต จะมาแชร์วิธีสังเกตตัวเองง่าย ๆ เพื่อรู้เท่าทันโรคนี้ก่อนสาย พร้อมแนวทางการดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยง และเทคโนโลยีการรักษาโรคลิ้นหัวใจในปัจจุบันที่สร้างความมั่นใจให้ผู้ป่วย

 

"โรคลิ้นหัวใจ" ภัยเงียบที่ปล่อยไว้ยิ่งอันตราย

โรคลิ้นหัวใจ (Valvular Heart Disease) คือความผิดปกติที่เกิดขึ้นที่ลิ้นหัวใจ แบ่งเป็น 2 ประเภทง่าย ๆ คือ ลิ้นหัวใจรั่ว และ ลิ้นหัวใจตีบ โดยปกติคนเรามีลิ้นหัวใจ 4 ลิ้น ทำหน้าที่เปิด–ปิดเพื่อควบคุมทิศทางการไหลเวียนของเลือด เมื่อลิ้นหัวใจทำงานผิดปกติจะทำให้เลือดไหลย้อนกลับหรือไหลไม่สะดวก ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น สิ่งที่น่ากังวลคือ ภาวะนี้มักเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ทำให้ร่างกายพยายามปรับตัวชดเชยจนเราแทบไม่เห็นความผิดปกติในระดับแรก กว่าจะรู้ตัวโรคก็อาการรุนแรงแล้ว

 

"โรคลิ้นหัวใจ" ไม่เลือกวัย ใครก็เสี่ยงได้

หลายคนอาจคิดว่าโรคลิ้นหัวใจเกิดได้แค่ในผู้สูงอายุ แต่จริง ๆ แล้วโรคลิ้นหัวใจสามารถเกิดกับคนทุกวัย โดยในกลุ่มเด็กเล็กอาจพบความผิดปกติของลิ้นหัวใจมาตั้งแต่กำเนิด หรืออาจเคยติดเชื้อรุนแรงจนทำให้ลิ้นหัวใจเสียหาย ส่วนในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ สาเหตุหลักมักมาจากลิ้นหัวใจเริ่มเสื่อมสภาพตามอายุจนลิ้นหัวใจรั่ว หรือมีแคลเซียมและไขมันเกาะสะสมจนแข็งตัวทำให้เป็นลิ้นหัวใจตีบ นอกจากนี้คนที่มีโรคประจำตัว อาทิ ความดันโลหิต เบาหวาน และไขมันในเลือด ก็เพิ่มความเสี่ยงโรคลิ้นหัวใจเช่นกัน

 

 

เหนื่อยง่ายผิดปกติ ไม่ใช่เรื่องเล็ก สัญญาณเตือน “โรคลิ้นหัวใจ”

นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ชี้ให้เห็นถึงภัยเงียบนี้ว่า "อาการเริ่มแรกของโรคลิ้นหัวใจคือการเหนื่อยหรืออ่อนเพลียโดยไม่มีสาเหตุ ซึ่งหลายคนอาจชะล่าใจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น นอนราบแล้วอึดอัด หรือขาบวม ที่อันตรายกว่านั้นคือภาวะแทรกซ้อนที่ตามมา ทั้งภาวะหัวใจโต น้ำท่วมปอด หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเสี่ยงต่ออัมพฤกษ์-อัมพาต ดังนั้นหากเริ่มเหนื่อยขณะทำกิจกรรมเดิม ๆ อย่ารอช้า รีบมาตรวจคัดกรองกับแพทย์เพื่อรักษาให้ทันท่วงที"

 

อายุ 35+ ควรเช็กหัวใจ ไม่ต้องรอมีอาการ

เมื่อเข้าสู่วัย 35 ปี แม้ภายนอกจะดูแข็งแรง แต่ร่างกายภายในอาจเริ่มเสื่อมลง แพทย์จึงแนะนำให้ตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำโดยไม่ต้องรอให้มีอาการ โดยที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด รพ.วิมุต ทีมแพทย์เฉพาะทางมีแนวทางการวินิจฉัยโรคลิ้นหัวใจด้วย 4 ขั้นตอนหลักเพื่อความแม่นยำ เริ่มจากการเอกซเรย์ปอดเพื่อประเมินขนาดหัวใจ ต่อด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram) เพื่อตรวจการเต้นและกระแสไฟฟ้าหัวใจ ไปจนถึงการตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram) และการวิ่งสายพาน Exercise Stress Test (EST) เพื่อตรวจการทำงานของหัวใจอย่างละเอียด ซึ่งการตรวจพบเร็วไม่เพียงช่วยลดความรุนแรงของโรค แต่ยังช่วยให้วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

 

Transcatheter Aortic Valve Implantation (TAVI) การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด ปลอดภัยสูง กลับบ้านได้ใน 2 วัน

การรักษาผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจที่ไม่รุนแรงจะเน้นรักษาตามอาการ เช่น ให้ยาควบคุมการเต้นของหัวใจ ยาลดไขมัน หรือยาลดความดันโลหิต พร้อมกับควบคุมโรคประจำตัวให้สงบ นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย อธิบายว่า "ในกรณีผู้ป่วยเป็นโรคลิ้นหัวใจรุนแรง แพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ซึ่งเดิมทีต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก เป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องหยุดการทำงานของหัวใจและพักฟื้นประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยี TAVI นวัตกรรมการรักษาใหม่ที่ใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวน ทำให้ไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอกและไม่ต้องหยุดการทำงานของหัวใจ ช่วยลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดใหญ่ แผลเล็ก และพักฟื้นเพียง 1-2 วัน ก็สามารถกลับบ้านไปใช้ชีวิตตามปกติได้”

 

“เราสามารถสร้างเกราะป้องกันโรคลิ้นหัวใจได้ตั้งแต่วันนี้ เริ่มจากการตรวจสุขภาพหัวใจเมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไป หากผลปกติดีอาจตรวจซ้ำทุก 5 ปี ควบคู่ไปกับการปรับไลฟ์สไตล์ให้สมดุล กินให้ดี คุมน้ำหนักให้เหมาะสม หมั่นออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ แต่ถ้ามีโรคประจำตัวอย่างความดันโลหิต เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง พยายามคุมให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ที่อยากย้ำเน้นคืออย่ามองข้ามสัญญาณเตือนเล็ก ๆ อย่างอาการ ‘เหนื่อยง่าย’ และรีบมาพบแพทย์ เพราะถ้าตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้รักษาได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น” นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย กล่าวทิ้งท้าย

 

ผู้ที่สนใจปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ชั้น 6 โรงพยาบาลวิมุต เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น. โทรศัพท์ 02-079-0042 นอกจากนี้ ยังสามารถดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อทำนัดหมายแพทย์ล่วงหน้า หรือเลือกใช้บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine) ผ่านทาง Line @vimuttelemed หรือ ViMUT Applicationเพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้นจากแพทย์ผู้ชำนาญการได้อย่างสะดวก รวมถึงติดตามผลหลังการรักษาได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเดินทาง ซึ่งช่วยให้การดูแลต่อเนื่องในทุกขั้นตอน สะท้อนความตั้งใจของโรงพยาบาลวิมุตที่พร้อม “เข้าใจทุกความซับซ้อน เพื่อการรักษาที่ตรงจุด”

 

[อ่าน 40]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"Dr. Tallsters" เผยความสำเร็จงานวิจัย เด็กไทย สูงได้ “ไม่ใช้ยา-ไม่ผ่าตัด”
สำรวจ "ย่านปิ่นเกล้า" ทำเลร้อนระอุ ดันดีมานด์ที่อยู่อาศัยโต พร้อมก้าวสู่ New Urban Node กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก
"Home Re-defined" เจาะ 3 คีย์เวิร์ดบ้านสร้างเอง ยุคประหยัดงบ แต่ไม่ลดฟังก์ชัน
วางแผนเบี้ยประกันสุขภาพตั้งแต่อายุน้อย ดีกว่าอย่างไร ?
ประกันคุ้มครองโรคร้ายแรงคืออะไร ? ทำไมคนทำงานควรมี
ทำวีเนียร์ เชียงใหม่ ทางเลือกของคนอยากยิ้มสวยแบบเป็นธรรมชาติ
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved