
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเต็มไปด้วยความผันผวน เอปสัน ประเทศไทย ปรับสมดุลพอร์ตธุรกิจครั้งสำคัญ โดยใช้ความแข็งแกร่งของตลาดองค์กร (B2B) เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนการเติบโต หลังพบว่าสินค้าหลายกลุ่มในฝั่งองค์กรยังขยายตัวโดดเด่น สวนทางกับตลาดผู้บริโภคที่ชะลอตัว พร้อมประกาศเป้าเติบโต ไม่น้อยกว่า 5% ในปี 2569 ภายใต้กลยุทธ์ “Customer Value First” ที่เน้นการสร้างคุณค่าระยะยาวผ่านโซลูชัน บริการ และความยั่งยืน

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ปี 2568 เป็นช่วงที่ตลาดเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง ทำให้ทุกภาคส่วนตัดสินใจลงทุนอย่างระมัดระวังมากขึ้น ผู้บริโภคหันมาโฟกัสความคุ้มค่า SME ชะลอแผนลงทุน ขณะที่องค์กรขนาดใหญ่คุมงบประมาณเข้ม และเลือกลงทุนเฉพาะโครงการเชิงกลยุทธ์
B2B โตสวนกระแส ดันพอร์ตองค์กรแข็งแรง
แม้ภาพรวมรายได้ปีนี้คาดว่าจะทรงตัว และตลาด B2C มีแนวโน้มลดลงราว 5% แต่กลุ่ม B2B กลับสร้างการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ
แรงขับสำคัญมาจากการโฟกัสตลาดระดับ Mid-High และการต่อยอดโซลูชันครบวงจรสำหรับองค์กร เช่น ระบบบริหารงานพิมพ์ EcoFleet Management รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในตระกูล SureColor สำหรับงานเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับการตอบรับดีจากผู้ประกอบการ

สูตรโตปี 2569: Premium + Expansion + Service Excellence
สำหรับปี 2569 เอปสันวางยุทธศาสตร์สองแกนหลักควบคู่กัน
ฝั่ง B2C: “Defense & Premiumization” รักษาฐานตลาดเดิม พร้อมยกระดับพอร์ตสู่สินค้ามูลค่าสูง เช่น เครื่องพิมพ์ EcoTank รุ่นใหม่ และโปรเจคเตอร์ Lifestudio Series ที่ผสานเทคโนโลยีสมาร์ทและประสบการณ์ภาพระดับพรีเมียม
ฝั่ง B2B: “Acceleration & Expansion” เร่งขยายตลาดองค์กรผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของพาร์ทเนอร์ พัฒนาโซลูชันเฉพาะอุตสาหกรรม (Vertical Solutions) สำหรับภาคสาธารณสุข การศึกษา และอุตสาหกรรม พร้อมผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์สู่ระบบอิงค์เจ็ทที่ช่วยลดต้นทุนรวม (TCO) และใช้พลังงานต่ำกว่า
ในมิติบริการ บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ Operational Excellence ยกระดับ SLA และนำระบบ Service CRM แบบเรียลไทม์มาใช้ ปัจจุบันมีศูนย์บริการ 175 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทีม On-site Service ครอบคลุมทุกพื้นที่ และเตรียมพัฒนา Thailand & Regional Parts Central Hub เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ

ESG เป็นทั้งต้นทุนและโอกาสทางธุรกิจ
เอปสันวาง ESG เป็นแกนหลักของการเติบโตระยะยาว ผ่านนวัตกรรมที่ลดการใช้พลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เทคโนโลยี Heat-Free, ระบบรีไซเคิลกระดาษ PaperLab และโครงการรีไซเคิลขวดหมึกที่นำกลับมาผลิตเป็นโต๊ะเรียน ซึ่งตลอด 5 ปีสามารถนำขวดหมึกกลับมาใช้ประโยชน์ได้กว่า 50,000 ขวด
ขณะเดียวกัน แคมเปญ “วิถีไทยไร้พลาสติก” เดินหน้าต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ผ่านกิจกรรมเชิงสังคมที่ส่งเสริมการลดพลาสติกและการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน
“ความแข็งแกร่งของ B2B คือบทพิสูจน์ว่ากลยุทธ์ของเอปสันเดินมาถูกทาง แม้อยู่ในภาวะท้าทาย บริษัทฯ ยังรักษาผลการดำเนินงานและขยายส่วนแบ่งตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ จากนี้เราจะต่อยอดเชิงรุก มองหา S-Curve ใหม่ และยกระดับความแตกต่างของแบรนด์ผ่านความยั่งยืนและเทคโนโลยีสีเขียว” นายยรรยง กล่าว




