

นายเซยุน คิม ประธานบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด อธิบายว่า AI Living ไม่ได้หมายถึงการเพิ่มความฉลาดให้กับอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างระบบที่ “เข้าใจผู้ใช้” เรียนรู้พฤติกรรม และปรับตัวตามบริบทชีวิตจริง
“AI จะกลายเป็นผู้ช่วยที่อยู่เบื้องหลังทุกประสบการณ์ เรามีฐานอุปกรณ์ในไทยกว่า 37 ล้านเครื่อง ซึ่งทำให้เราสามารถสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมโยงชีวิตดิจิทัลได้อย่างเป็นรูปธรรม” เขากล่าว
เป้าหมายของบริษัทคือการทำให้ AI สร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งด้านความสะดวก ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า พร้อมเดินหน้าลงทุนระยะยาวเพื่อเติบโตไปพร้อมเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย
บ้านไทยในยุค AI จากอุปกรณ์สู่ Ecosystem
บริบทของบ้านไทยกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว บ้านไม่ใช่เพียงพื้นที่อยู่อาศัย แต่เป็นทั้งที่ทำงาน พื้นที่พักผ่อน และศูนย์กลางของครอบครัวหลายเจเนอเรชัน การพัฒนา AI จึงต้องสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์จริง
ซัมซุงใช้ข้อมูลเชิงพฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อออกแบบ AI แบบ system-level ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ทีวี และเครื่องใช้ไฟฟ้า ให้เกิดประสบการณ์ต่อเนื่องไร้รอยต่อ แพลตฟอร์มศูนย์กลางอย่าง SmartThings ซึ่งมีผู้ใช้งานในไทยกว่า 4.4 ล้านราย ทำหน้าที่เป็นสมองของบ้านอัจฉริยะ

นายสารัช อักษราลิขิตสันติ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ระบุว่า Bespoke AI Series ถูกออกแบบให้เปลี่ยนอุปกรณ์เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ ตั้งแต่การจัดการพลังงาน การวางแผนมื้ออาหาร ไปจนถึงการดูแลเสื้อผ้า
“เป้าหมายไม่ใช่แค่ความสะดวก แต่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตในบ้านผ่าน AI ที่เรียนรู้และปรับตัวได้”
เสริมในมิติของสภาพแวดล้อมอาคาร นางสาวอภิรดี พหลเวชช์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเครื่องปรับอากาศและกลุ่มลูกค้าองค์กรเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ชี้ว่า AI มีบทบาทสำคัญต่อ Smart Living และ Smart Building โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืน
ทีวีในยุค AI: ศูนย์กลางความบันเทิงอัจฉริยะ
ในตลาดจอภาพ ซัมซุงกำลังนิยามบทบาททีวีใหม่เป็น “AI Entertainment Companion” ที่สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการรับชมและปรับประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคล

นายชวพจน์ เทียนทอง ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจภาพและเสียง อธิบายว่าแพลตฟอร์ม Vision AI Companion (VAC) ถูกพัฒนาให้วิเคราะห์คอนเทนต์ คาดการณ์ความต้องการ และแนะนำข้อมูลแบบเรียลไทม์ โดยมีฟีเจอร์อย่าง AI Customization Mode และ AI Soccer Mode ที่ออกแบบจากอินไซต์ผู้ชมชาวไทย
ไฮไลต์สำคัญของปี 2026 คือการเปิดตัว Micro RGB ขนาด 130 นิ้ว ซึ่งยกระดับมาตรฐานด้านขนาด สี และความคมชัด ผสานเทคโนโลยีลดแสงสะท้อน และการอัปเดตระบบ Tizen OS ฟรีนาน 7 ปี
“เราไม่ได้แข่งขันแค่เรื่องฮาร์ดแวร์ แต่แข่งขันที่ประสบการณ์และ Ecosystem” เขากล่าว พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดทีวีที่ครองอันดับ 1 ต่อเนื่องกว่า 20 ปี

AI สำหรับธุรกิจ จากอุปกรณ์สู่ Technology Partner
นอกเหนือจากตลาดผู้บริโภค ซัมซุงกำลังขยายบทบาทสู่การเป็น Technology Partner สำหรับองค์กร โดยนำ AI และเทคโนโลยีจอภาพไปประยุกต์ใช้ในภาค Retail, Corporate, Education และ Smart Space
นางสาวอภิรดา พัวพรพงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จอภาพ ระบุว่าโซลูชัน Digital Signage และแพลตฟอร์มบริหารคอนเทนต์อัจฉริยะช่วยให้องค์กรสื่อสารได้แม่นยำ วัดผลได้ และยืดหยุ่น
เทคโนโลยีจอ 3 มิติและ E-Paper ยังช่วยลดการใช้พลังงาน สนับสนุนเป้าหมาย ESG ขององค์กร ขณะที่ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้งานเพื่อปรับประสบการณ์แบบเรียลไทม์

กลยุทธ์ “ที่หนึ่งและที่สุด” การวางรากฐานระยะยาว
หัวใจของกลยุทธ์ซัมซุงในไทยประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่
นายเซยุน คิม สรุปว่า วิสัยทัศน์ AI Living คือการวางรากฐาน Ecosystem ที่เชื่อมโยงชีวิตดิจิทัลอย่างครบวงจร
“เป้าหมายของเราคือทำให้ AI เป็นผู้ช่วยที่มองไม่เห็นแต่รู้สึกได้ อยู่เบื้องหลังทุกช่วงเวลาของชีวิต และช่วยขับเคลื่อนทั้งเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของสังคมไทย”
ในภาพใหญ่ การแข่งขันด้าน AI ไม่ได้วัดกันที่ความสามารถของอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการแข่งขันของ Ecosystem และความสามารถในการแปลงเทคโนโลยีให้เป็นคุณค่าที่จับต้องได้ สำหรับซัมซุง ปี 2026 คือจุดเริ่มต้นของยุคที่ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง — และประเทศไทยคือหนึ่งในสนามยุทธศาสตร์สำคัญของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้.




