ttb analytics คาดมูลค่าส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไทย ปี 2569 ขยายตัวแตะ 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ
19 Feb 2026

ttb analytics ประเมินมูลค่าส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไทยปี 2569 ขยายตัวแตะ 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ แม้เริ่มชะลอตัวจากปีก่อน กดดันจากตลาดสหรัฐอเมริกา แต่ยังเติบโตได้ดีทั้งในยุโรปและเอเชียที่ฟื้นตัว รวมถึงกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมที่ไทยยังมีศักยภาพส่งออกโดดเด่น 

 

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics คาดการณ์มูลค่าส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยปี 2569 จะเติบโตอยู่ที่ 5-6% ด้วยมูลค่าส่งออกราว 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีปัจจัยกดดันจากฐานสูง โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่เป็นตลาดใหญ่มีการเร่งนำเข้าในปีก่อน แต่ยังได้แรงหนุนจากทั้งตลาดยุโรปที่ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงตลาดเอเชียที่คาดว่าจะรีบาวด์กลับมาหลังจากหดตัวลงเมื่อปีก่อน ประกอบกับจุดแข็งของไทยในการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมยังมีความต้องการในตลาดโลกสูง จากเทรนด์การดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัวที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงตระหนักและให้ความสำคัญกับโภชนาการอาหารของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ปัจจัยบวกเหล่านี้เป็นแรงส่งสำคัญให้ตลาดส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไทยยังสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง

 

ตลาดส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สะท้อนผ่านอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) สูงระดับ 2 Digit ที่ 13.1% โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากพฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงยอมทุ่มเวลาและเม็ดเงินเพื่อให้สัตว์เลี้ยงของตนมีสุขภาพแข็งแรงในทุกช่วงวัยผ่านอาหารการกิน โดยที่เจ้าของยินดีจ่ายและให้ความสำคัญกับคุณภาพวัตถุดิบ โภชนาการที่เหมาะสม รวมถึงอาหารพรีเมียมเกรดราคาสูง เช่น อาหารเปียก อาหารที่ไม่ผ่านความร้อน หรืออาหารรูปแบบ Holistic หนุนให้ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะตลาดพรีเมียมขยายตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับรายงานของ Statistics MRC (Market Research Reports® Inc.)

 

ผู้ให้บริการข้อมูลวิจัยตลาดชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา ได้รายงานแนวโน้มตลาดอาหารสัตว์พรีเมียมโลกจะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 7.4% ต่อเนื่องยาวถึงปี 2575 ซึ่งมีมูลค่าตลาดราว 80.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขณะเดียวกันโครงสร้างการค้าโลกที่ประเทศผู้บริโภคจำนวนมากต้องพึ่งพาการนำเข้า เปิดโอกาสให้ประเทศผู้ผลิตอย่างไทยที่มีห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบครบวงจร สามารถขยายบทบาทจนกลายมาเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 2 ของโลก อย่างไรก็ดี ในปี 2568 ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไทยขยายตัว 8.1% จากปีก่อนบนมูลค่าส่งออกราว 2.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 2 เท่าของมูลค่าส่งออกก่อนช่วงแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่หากไม่นับรวมตลาดส่งออกหลักของไทยอย่างสหรัฐฯที่ได้ปัจจัยบวกจากการเร่งส่งออกในปี 2568 พบว่าตลาดขยายตัวเพียง 3.0% เท่านั้น สะท้อนสัญญาณชะลอตัวลงหลังผ่านช่วงเร่งเติบโตจากปีก่อนทั้งจากปัจจัยฐานสูงและสภาพแวดล้อมการค้าโลกที่ท้าทายมากขึ้น

 

ดังนั้นปี 2569 ทาง ttb analytics มองว่าภาพรวมส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไทยเติบโตในลักษณะที่ชะลอตัวจากปีก่อน 5-6% ด้วยมูลค่าส่งออกแตะ 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ แม้จะได้รับแรงส่งของกระแสการเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัว และความต้องการสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงเกรดพรีเมียมในตลาดโลกที่ยังเพิ่มขึ้น แต่ยังมีความกังวล

 

ท่ามกลางความไม่แน่นอนในบางตลาดหลัก ซึ่งเมื่อพิจารณาโครงสร้างตลาดส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงหลักของไทย สามารถแบ่งออกได้ดังนี้

1. ตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย มีมูลค่าส่งออกรวมกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนกว่า 35.6% ของมูลค่าส่งออกรวมในปี 2568 หรือขยายตัวได้ 18.6% แรงหนุนหลักมาจากการเร่งส่งออกสินค้าก่อนมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ จะถูกบังคับใช้ช่วงปลายปี คาดปี 2569 กลับมาเติบโตเพียง 4-5% กดดันจากผลกระทบของภาษี Reciprocal Tariffs เต็มปี แม้ช่วงแรกอาจยังรักษาการเติบโตได้จากแต้มต่อด้านราคาและความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงในตลาดสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง แต่ภาระภาษีที่สูงย่อมทำให้ราคาปรับสูงขึ้น ส่งผลให้คำสั่งซื้อใหม่ๆ อาจชะลอตัวลง นอกจากนี้ผู้แข่งขันรายอื่นในตลาดอาจเข้ามาแย่งส่วนแบ่งมากขึ้น เช่น ผู้ผลิตในประเทศเองที่ได้เปรียบเรื่องไม่มีภาษีนำเข้า หรือเม็กซิโกที่ได้เปรียบเรื่องระยะทางขนส่ง

 

2. ตลาดเอเชีย จากเดิมเป็นตลาดส่งออกหลักของไทยซึ่งมีสัดส่วนเกือบครึ่งของมูลค่าส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงทั้งหมดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามด้วยกำลังซื้อและจำนวนสัตว์เลี้ยงในบางประเทศของภูมิภาคนี้ยังอยู่ในโซนต่ำ ทำให้ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตต่ำกว่าภูมิภาคอื่น ส่งผลให้ในปี 2568 เหลือส่วนแบ่งตลาดกลุ่มนี้อยู่ราว 37% ด้วยมูลค่าส่งออก 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือหดตัวจากปีก่อน 0.9% กดดันโดยเฉพาะจากกลุ่มอาเซียนอย่าง ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ที่หดตัว 0.7%, -2.0% และ -14.9% ตามลำดับ ในขณะที่ตลาดส่งออกเบอร์ 2 ของไทยอย่าง ญี่ปุ่น ยังทรงตัวต่ำอยู่ที่ 2.9% คาดปี 2569 ตลาดเอเชียกลับมาขยายตัวในทิศทางบวกอีกครั้ง โดยเพิ่มขึ้น 4-5% หลังผ่านช่วงหดตัวจากปีก่อน และข้อได้เปรียบด้านระยะขนส่งเมื่อเทียบกับผู้ส่งออกหลักรายใหญ่อื่นอย่าง เยอรมัน และสหรัฐฯ

 

3. ตลาดยุโรป เป็นภูมิภาคที่ไทยกำลังรุกขยายส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น โดยปี 2568 ไทยมีสัดส่วนส่งออกไปยุโรปเพียง 17% แต่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นจากปีก่อน 11.4% และคาดยังรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในปี 2569 เฉลี่ย 9-10% ปัจจัยหนุนมาจากกำลังซื้อที่สูง แนวโน้มความนิยมเลี้ยงสัตว์และความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมในยุโรปยังคงเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ เช่น อิตาลี เยอรมนี สหราชอาณาจักร และเบลเยียม ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย สะท้อนผ่านปี 2568 ที่ผ่านมาเติบโตได้ดีต่อเนื่องที่ 6.0%, 16.8%, 16.8% และ 17.9% ตามลำดับ รวมถึงตลาดในภูมิภาคนี้มีจำนวนสัตว์เลี้ยงสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยเฉพาะสหราชอาณาจักรที่มีจำนวนสุนัขมากสุดในยุโรปถึง 12 ล้านตัว จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับขยายตลาดในภูมิภาคยุโรป

 

นอกจากแรงหนุนของตลาดยุโรปและการฟื้นตัวของตลาดเอเชียแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ไทยยังรักษาโมเมนตัมในการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง คือ ศักยภาพในการผลิตและส่งออกสินค้ากลุ่มพรีเมียมและอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียก (Wet Pet Food) ที่มีส่วนผสมเนื้อสัตว์หรือปลาคุณภาพสูง ซึ่งเป็น Segment ที่มีมาร์จินสูงและเจาะตลาดกลุ่ม Niche Market ได้ดี สะท้อนผ่านราคาส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไทยที่สูงกว่าคู่แข่งเฉลี่ยถึง 24% จากจุดแข็งของไทยที่มีห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบครบวงจร และความเชี่ยวชาญด้านการแปรรูปโปรตีนจากผลผลิตพลอยได้จากอุตสาหกรรมอาหาร เช่น เนื้อไก่ เศษเนื้อปลา แป้ง และธัญพืชต่างๆ ทำให้ไทยมีวัตถุดิบโปรตีนคุณภาพสูงในราคาที่แข่งขันได้ในตลาดพรีเมียม

 

รวมถึงระบบมาตรฐานความปลอดภัยอาหารระดับสากลอย่าง GMP, HACCP และอื่นๆ ส่งผลให้สินค้าไทยได้รับการยอมรับในตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ขณะเดียวกันกระแสการเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัวหนุนความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพสูงและอาหารสูตรเฉพาะด้านอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ไทยยังคงรักษาบทบาทผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมรายสำคัญของโลกได้

 

กล่าวโดยสรุป แนวโน้มภาพรวมของตลาดส่งออกอาหารสัตว์ของไทยปี 2569 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง บนมูลค่าส่งออกราว 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 5-6% แม้จะชะลอตัวลงจากปีก่อนจากปัจจัยฐานสูงและแรงกดดันในบางภูมิภาค โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดยุโรปยังมีศักยภาพสูงและเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงตลาดเอเชียที่คาดว่าจะรีบาวด์กลับมาหลังจากหดตัวเมื่อปีก่อน ประกอบกับจุดแข็งของไทยที่มีศักยภาพในการผลิตและส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมและอาหารเปียกคุณภาพสูงในราคาที่แข่งขันได้ จากห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบในประเทศที่แข็งแกร่งได้เปรียบคู่แข่ง

 

รวมไปถึงแรงหนุนจากเทรนด์การดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั่วโลก ที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงตระหนักและให้ความสำคัญกับคุณภาพอาหารสัตว์เลี้ยงที่ดี ส่งผลให้ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหนุนเหล่านี้เป็นแรงส่งสำคัญให้ตลาดส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไทยยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ อย่างไรก็ตามแม้ว่าแนวโน้มโดยรวมยังเป็นบวก แต่ในปี 2569 นี้ยังมีความเสี่ยงและความท้าทายหลายด้านที่ต้องติดตาม เช่น ความเสี่ยงด้านการกระจุกตัวของตลาดส่งออกหลัก การแข่งขันจากประเทศคู่แข่งอื่น กฎระเบียบและมาตรการกีดกันการค้า รวมถึงแนวโน้มผู้บริโภคและนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป

 

ดังนั้น ไทยควรเน้นบริหารความเสี่ยง กระจายตลาด และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้ามากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันเราเริ่มเห็นผู้ประกอบการบางรายเริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาหารสัตว์เลี้ยงที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพเฉพาะด้านมากขึ้นผ่านเทรนด์ Longevity ซึ่งจะช่วยเพิ่ม Value Added ให้กับสินค้า กลยุทธ์เหล่านี้จะช่วยให้ผู้ผลิตมีศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงโลกที่มีมูลค่ามหาศาลนี้ต่อไป

 

[อ่าน 58]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"แกร็บฟู้ด" เปิด 5 เทรนด์อาหารสุดปังที่ได้ไปต่อในปี 2026
ช่วยคนทำงานรุ่นใหม่ ให้เป็นกำลังสำคัญในตลาดแรงงานยุค AI ของไทย
จากนักศึกษาสู่วัยทำงาน: รายจ่ายใหม่ที่ไม่เคยอยู่ในตำรา
“ทะยานสู่ปีม้าไฟ" ปั้นโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ตอบรับความสามารถบทใหม่ของ AI
จากนักศึกษาสู่วัยทำงาน รายจ่ายใหม่ที่ไม่เคยอยู่ในตำรา 
"ยัสปาล กรุ๊ป" ผนึก 4 สถาบันการศึกษา ยกระดับอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย ชูนโยบาย “The Power of Next”
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved