
ในสมรภูมิเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (Healthy Drinks) ที่ทวีความรุนแรงจากการดาหน้าเข้ามาของผู้เล่นรายล้อมทั้งในและต่างประเทศ “โทฟุซัง” (Tofusan) แบรนด์น้ำเต้าหู้พรีเมียมสัญชาติไทยภายใต้การนำของ “สุรนาม พานิชการ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โทฟุซัง จำกัด ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการยืนหยัดเป็นเบอร์ 1 ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่นี่คือผลลัพธ์ของการทำ Marketing Transformation ที่ใช้ “คุณภาพ” นำหน้า “การโฆษณา” เพื่อยกระดับองค์กรสู่มาตรฐานสากล
Product-Led Growth: เมื่อสินค้าคือ ‘The Best Marketer’

สุรนาม พานิชการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โทฟุซัง จำกัด
สุรนามเลือกเดินบน “ทางยาก” ตั้งแต่วันแรกด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เลียนแบบได้ยาก โดยใช้ฟองเต้าหู้จริง ไม่ใส่น้ำมัน และไม่มีส่วนผสมของนมผง
- The Insight: ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ซื้อแค่โฆษณา แต่ซื้อ “ความจริงใจ”
- The Strategy: วัฒนธรรมองค์กรที่ “จะไม่ผลิตสินค้าที่คนในครอบครัวไม่กล้าบริโภค” กลายเป็นเกราะป้องกันแบรนด์ที่ทรงพลัง ทำให้เกิดการซื้อซ้ำ (Repeat Purchase) จนแบรนด์เติบโตได้ด้วยกระแส Organic จากกลุ่มผู้รักสุขภาพตัวจริงโดยไม่ต้องทุ่มงบโฆษณามหาศาล
First-Mover Advantage: เดิมพัน 300 ล้าน ยึดหัวหาด High Protein
จุดเปลี่ยนสำคัญคือการตัดสินใจลงทุนล่วงหน้ากว่า 300 ล้านบาท เพื่อพัฒนาสินค้ากลุ่ม High Protein ในขณะที่ตลาดยังไม่ตื่นตัวเต็มที่
- Market Opportunity: โทฟุซังมองเห็น Pain Point ของกลุ่มคนออกกำลังกายที่ต้องการโปรตีนสูงในรูปแบบ Plant-based แต่ต้องการเลี่ยงนมวัว
- The Result: การมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตที่ออกแบบเอง (Customized Machine) ทำให้โทฟุซังสามารถส่งสินค้า 0% น้ำตาลเข้าสู่ตลาดได้เป็นเจ้าแรกๆ จนกลายเป็น Top-of-Mind ในตลาดเครื่องดื่มโปรตีนสูงที่มีมูลค่ารวมกว่า 7,000 ล้านบาท
Precision Marketing: ขับเคลื่อนองค์กรด้วย Data & AI
โทฟุซังปฏิรูปการบริหารจัดการสู่ยุค Digital โดยการนำ Big Data และ AI เข้ามาทำ Inventory Optimization ร่วมกับยักษ์ใหญ่รีเทลอย่าง 7-Eleven:
- Hyper-Local Demand: วิเคราะห์ยอดขายรายสาขาเพื่อส่งสินค้าพาสเจอไรซ์ให้พอดีกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ (Store-Level Demand)
- Waste Management: ลดอัตราการคืนสินค้า (Return Rate) ให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายของสินค้าพาสเจอไรซ์ ส่งผลให้กำไรสุทธิแข็งแกร่งขึ้นจากการบริหารซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพ

Market Structure: ผ่าสัดส่วนอาณาจักรพันล้าน
การขยายพอร์ตโฟลิโออย่างเป็นระบบทำให้โทฟุซังมีโครงสร้างรายได้ที่แข็งแรงและครองส่วนแบ่งตลาดได้อย่างเบ็ดเสร็จ:
- 80-90% Own Brands: เน้นความแข็งแกร่งของแบรนด์ Tofusan และ Sunshine Dairy ขณะที่รายได้จาก OEM คิดเป็นเพียง 10-20%
- Market Dominance: ครองส่วนแบ่งตลาดน้ำเต้าหู้พรีเมียมสูงถึง 80-90% ด้วยกำลังการผลิต 700,000 ยูนิตต่อวัน และยอดขายเฉลี่ยเกือบ 500,000 ขวดต่อวัน สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการครอง Shelf Space ในเซกเมนต์ Plant-based ที่ยากจะสั่นคลอน

Next Move: ปลดล็อก UHT ปักธง Global Brand
ก้าวต่อไปคือการทลายกำแพงเรื่อง "เวลาและระยะทาง" ผ่านผลิตภัณฑ์กลุ่ม UHT Expansion เพื่อบุกตลาดต่างประเทศเต็มตัว:
- Export-Ready: ยืดอายุสินค้าเป็น 6-12 เดือน แต่ยังคงรสชาติใกล้เคียงพาสเจอไรซ์ที่สุด เพื่อบุกตลาดจีน ฮ่องกง และยุโรป
- Diversification: แตกไลน์สู่ Plant-based จากพืชชนิดอื่น (Non-Soy Protein) เพื่อแก้ Pain Point ของผู้บริโภคที่แพ้ถั่วเหลืองในตลาดตะวันตก
- Scalability: เปลี่ยนจากผู้ผลิตสินค้าสด สู่การเป็น Global Innovation House ที่ส่งออกนวัตกรรมอาหารสุขภาพอย่างยั่งยืน

Analysis: แนวโน้มตลาด Plant-based ปี 2026
- ในยุโรป: ตลาดขยับสู่ยุค "Authentic & Clean Label" ผู้บริโภคมองหาเครื่องดื่มพืชที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งสูงและต้องตอบโจทย์ความยั่งยืน (Sustainability)
- ในเมืองไทย: ก้าวเข้าสู่ยุค "Silver Economy" ผู้สูงอายุกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่ต้องการโปรตีนย่อยง่ายและ 0% Sugar ขณะที่การแข่งขันจะอยู่ที่ความคุ้มค่า (Price Parity) และรสชาติที่ต้องอร่อยใกล้เคียงนมปกติ
Summary: 5 Key Success Factors of Tofusan

MarketPlus Perspective:
หัวใจของโทฟุซังคือการไม่หยุดนิ่ง การเปลี่ยนจาก SME สู่การเป็น Data-Driven Organization และการกล้าตัดสินใจลงทุนในนวัตกรรม Plant-based ล่วงหน้า คือบทเรียนสำคัญสำหรับนักการตลาดว่า “คุณภาพที่มาพร้อมกับจังหวะเวลาที่ถูกต้อง” คือสูตรสำเร็จที่ยั่งยืนที่สุดในโลกธุรกิจยุคใหม่
[อ่าน 93]