

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT รายงานผลประกอบการปี 2568 ที่สะท้อนถึงการบริหารจัดการระดับโลก โดยกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ที่ 3,472 ล้านบาท เติบโต 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรทั้งปีขยับขึ้นมาอยู่ที่ 9,700 ล้านบาท
หัวใจสำคัญของการเติบโตมาจาก "วินัยทางการเงิน" และการบริหารงบดุลที่มีประสิทธิภาพ โดยบริษัทสามารถลดอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net ITD/Equity) ลงมาอยู่ที่ 0.86 เท่า (จาก 0.90 เท่าในไตรมาสก่อน) ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางการเงินและภาระดอกเบี้ยอย่างมีนัยสำคัญ

กลุ่มธุรกิจโรงแรมมียอดกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 4 เติบโตถึง 32% โดยมีไฮไลต์สำคัญในรายภูมิภาค ดังนี้:
นอกจากนี้ MINT ยังเร่งเครื่องธุรกิจ Branded Residences ซึ่งเป็นโมเดลที่มีมาร์จิ้นสูง โดยปัจจุบันมีโครงการใน Pipeline กว่า 20% ที่เป็นรูปแบบที่พักอาศัย ล่าสุดโครงการ Kiara Reserve Phuket มูลค่า 3,000 ล้านบาท มียอดขายแล้วกว่า 50% เตรียมส่งมอบและรับรู้รายได้ในปี 2569

ในส่วนของธุรกิจอาหาร กำไรสุทธิตามงบการเงินปี 2568 พุ่งสูงถึง 19% โดยเน้นการขยายตัวผ่านระบบแฟรนไชส์และนวัตกรรมสินค้า:

CEO มั่นใจปี 69 "ปีแห่งสถิติใหม่"
ดิลลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม MINT ระบุว่า ปี 2568 คือปีที่บริษัทพิสูจน์ความสามารถในการแปลงรายได้ให้เป็นกำไรที่มีคุณภาพ และจะส่งต่อโมเมนตัมนี้ไปยังปี 2569 โดยตั้งเป้าสร้างสถิติใหม่ (Record Year) ในการเซ็นสัญญาบริหารโรงแรม (Management Contracts) และขยายธุรกิจผ่านโมเดล Asset-Light เพื่อลดความเข้มข้นของการใช้เงินทุนและเพิ่มผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว




