"ทองคำ" สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์เพื่อความมั่นคงทางการเงิน ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
24 Feb 2026

ปัจจุบัน เศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และประเทศไทยก็กำลังเผชิญกับสภาวะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน ไปจนถึงแรงกดดันทางเศรษฐกิจภายในประเทศและความผันผวนของตลาด ทั้งผู้บริโภคและนักลงทุนต่างเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ

 

ในบริบทนี้ ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ดึงดูดความสนใจนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ในฐานะสินทรัพย์เพื่อการเก็งกำไร แต่เป็นปัจจัยสำคัญเชิงกลยุทธ์ในแง่ของภาพรวมการลงทุน

 

สภาทองคำโลก (World Gold Council: WGC) ได้เปิดเผยรายงาน Gold as a Strategic Asset – 2026 edition ที่ชี้ว่าทองคำมีข้อดีพิเศษหลายอย่าง ได้แก่ ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนระยะยาว การกระจายความเสี่ยง และการเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่อง คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ทองคำเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ยอดเยี่ยมในการเสริมหุ้นและพันธบัตร โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับความเสี่ยงในวงจรการลงทุนของสินทรัพย์ต่าง ๆ

 

นอกจากนี้ สภาทองคำโลกยังชี้ว่าการให้ความสำคัญกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในกลยุทธ์การลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น จะยิ่งช่วยยกระดับความน่าสนใจของทองคำอีกด้วย ทองคำที่มีขั้นตอนการทำเหมืองและผลิตอย่างมีความรับผิดชอบจากแหล่งที่มีการรับรองตามมาตรฐาน ESG ยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศอีกด้วย

 

 

คุณสมบัติในการเสริมพอร์ตการลงทุน

สำหรับนักลงทุนในประเทศไทยที่พอร์ตการลงทุนมีความเสี่ยงมากขึ้นจากความผันผวนของตลาดโลก ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ รายงานจากสภาทองคำโลกนี้ ได้ตอกย้ำถึงบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ระยะยาวมากกว่าการจัดสรรเชิงกลวิธีระยะสั้น รายงานนี้เน้นย้ำถึงศักยภาพของทองคำในการสนับสนุนการรักษามูลค่าเงินทุนระยะยาว พร้อมทั้งเสริมสร้างเสถียรภาพของพอร์ตการลงทุนท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน

 

ภาพลักษณ์ของทองคำที่เป็นทั้งสินทรัพย์เพื่อการลงทุนและสินค้าฟุ่มเฟือยทำให้สามารถสร้างผลตอบแทนระยะยาวได้ โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้นอยู่ที่ 9% (ในรูปแบบดอลลาร์สหรัฐ) นับตั้งแต่ปี 2514 ซึ่งเป็นผลตอบแทนที่เทียบเท่ากับหุ้นและสูงกว่าพันธบัตรและสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ ขณะเดียวกันก็มีผลการดำเนินงานที่ดีกว่าสินทรัพย์หลักอื่น ๆ อีกหลายประเภทในช่วงระยะเวลาการลงทุนต่าง ๆ (ในระยะเวลา 3, 5, 10 และ 20 ปี)

 

ลักษณะสองด้านนี้ช่วยสร้างการกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุนเพื่อเน้นการเติบโตของรายได้ โดยตลาดทองคำยังเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ มีการซื้อขายทั่วโลก และมีสภาพคล่องสูง ด้วยปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยประมาณวันละ 3.61 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ตามที่รายงานระบุ

 

ในขณะที่เศรษฐกิจโลกก้าวเข้าสู่ปี 2569 ไม่มีใครสามารถคาดการณ์อนาคตได้แน่ชัด สิ่งเดียวที่ยังคงที่คือความไม่แน่นอนที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ การประเมินสินทรัพย์จึงต้องคำนึงถึงบริบททางการเงินที่กว้างขึ้นด้วย นอกเหนือจากเพียงผลตอบแทนและกำไร

 

บริบทของประเทศไทย

สัดส่วนการถือครองทองคำที่ ‘เหมาะสมที่สุด’ สำหรับนักลงทุนไทยนั้นแตกต่างกันไปตามการตัดสินใจจัดสรรสินทรัพย์ของแต่ละบุคคล โดยรวม บทวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่ายิ่งพอร์ตการลงทุนมีความเสี่ยงสูงในแง่ของความผันผวนเท่าไหร่ ก็จำเป็นต้องจัดสรรเงินลงทุนในทองคำให้มากขึ้นเท่านั้น เพื่อชดเชยความเสี่ยงดังกล่าว

 

 

เซาไก ฟาน (Shaokai Fan) หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) และหัวหน้าฝ่ายธนาคารกลางระดับโลก ของสภาทองคำโลก กล่าวว่า “ทองคำได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาว กระจายความเสี่ยง และให้สภาพคล่องแก่นักลงทุน ทำให้เป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่เหมาะกับนักลงทุนไทยที่ต้องการรับมือกับความผันผวนของตลาด รายงานการวิเคราะห์ของเราเผยให้เห็นว่าการจัดสรรสัดส่วนการลงทุนในทองคำ 2.5% ถึง 10% ในช่วงระยะเวลา 3, 5 และ 20 ปี ช่วยเพิ่มผลตอบแทนและรับมือกับความเสี่ยง อีกทั้งยังช่วยลดการขาดทุนจำนวนมาก ผลการศึกษาเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าทองคำยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะเครื่องมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระยะยาวของพอร์ตการลงทุนอีกด้วย”

 

ประเทศไทยมีการปรับปรุงกฎระเบียบการซื้อขายทองคำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงข้อกำหนดด้านการรายงานและการติดตามธุรกรรมที่เข้มงวดขึ้นโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มุ่งเป้าไปที่การเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินและปรับปรุงความโปร่งใสของตลาด มาตรการเหล่านี้ช่วยเสริมกรอบการกำกับดูแลที่รับผิดชอบในวงกว้างภายในภาคธุรกิจทองคำ ขณะเดียวกันก็เสริมสร้างบทบาทของทองคำในฐานะเครื่องมือสะสมมูลค่าในช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

 

บทบาทหลักของทองคำในฐานะเครื่องมือกระจายความเสี่ยง เพิ่มสภาพคล่องและเพิ่มความยืดหยุ่น จึงเป็นปัจจัยสำคัญว่าทำไมทองคำยังคงเป็นประเด็นที่ร้อนแรงและได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่ความมั่นคงเป็นปัจจัยที่สำคัญกว่าการเก็งกำไร

 

รายงานนี้กล่าวสรุปโดยระบุถึงการเปลี่ยนแปลงต่อมุมมองทองคำในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา สะท้อนถึงความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นในแถบเอเชีย และการที่ทองคำได้รับความนิยมมากขึ้นทั่วโลกในแง่ของการลงทุนระดับสถาบัน

[อ่าน 51]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Meta เผย 6 เทรนด์โซเชียล ที่กำหนดทิศทางธุรกิจยุคใหม่ในปี 2026
ทีทีบี ชวนเข้าใจบัญชีม้า 5 สี พร้อมข้อควรระวัง และบทลงโทษที่ไม่ควรมองข้าม
เคทีซี จัดเสวนา “วางแผนวันนี้ไม่ทิ้งภาระให้คนข้างหลัง” ชูโมเดลดูแล “คน” แบบองค์รวม
Jobsdb by SEEK เปิดลิสต์ Top Keywords Search ยอดฮิตครึ่งปีหลัง 2568
CMMU พาถอดบทเรียนการแพทย์ยุคใหม่ เมื่อ HealthTech ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย !
“เจแอลแอล" ฟันธง อสังหาฯ เชิงพาณิชย์ไทยปี 2569 ปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่ง ตลาดพร้อมปรับตัว เข้าสู่ภาวะคัดเลือกมากขึ้น
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved