กลุ่มดุสิตธานี เผยไตรมาส 4 ท่องเที่ยวฟื้น ดันรายได้เพิ่ม 78.9% แนวโน้มปี 69 ธุรกิจขยายตัว 5-8%
26 Feb 2026

บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 (ตุลาคมถึงธันวาคม) ปี 2568 ซึ่งบริษัทฯ มีรายได้รวม 3,121 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) คิดเป็น 78.9% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 173 ล้านบาท พลิกจากผลขาดทุนสุทธิ 384 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 โดยกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่สะท้อนความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานจริงของธุรกิจ อยู่ที่ 749 ล้านบาท เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 74 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (YoY) บริษัทฯ มีกำไรสุทธิลดลง 44.2%

 

นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดุสิตธานี เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 พลิกฟื้นจากไตรมาส 3/2568 อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องเพิ่มขึ้น จากอัตราการเข้าพักและค่าห้องเฉลี่ยที่สูงขึ้น อีกทั้งบริษัทฯ เริ่มรับรู้รายได้จากโครงการที่พักอาศัยบางส่วนในช่วงปลายปี ทำให้ผลการดำเนินงานเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน (YoY) รายได้รวมของบริษัทฯ ปรับตัวลดลง 48.8% ซึ่งเป็นผลมาจากไตรมาส 4/2567 บริษัทฯ มีการรับรู้รายได้จากการส่งมอบงานก่อสร้างพื้นที่อาคารค้าปลีกซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (ประมาณ 3,805 ล้านบาท)

 

ในขณะที่ไตรมาส 4/2568 บริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญจากการแข็งค่าของเงินบาท ประกอบกับส่วนแบ่งเงินลงทุนใน DREIT ลดลงจากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้มี EBITDA ลดลง 31.4% นอกจากนี้บริษัทมีดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นเนื่องจากไม่สามารถบันทึกดอกเบี้ยเป็นต้นทุนโครงการได้ภายหลังจากที่โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ทยอยก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการตามส่วนงาน ทำให้รายงานกำไรสุทธิลดลง 44.2% เป็น 173 ล้านบาท

 

ทางด้านผลการดำเนินงานประจำปี 2568 (มกราคมถึงธันวาคม) บริษัทฯ มีรายได้รวม 8,938 ล้านบาท ลดลง 20.2% จาก 11,204 ล้านบาทในปี 2567 สาเหตุหลักมาจากปีที่แล้วมีการรับรู้รายได้ที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการส่งมอบอาคารพื้นที่ค้าปลีก ทั้งนี้หากไม่รวมรายได้จากการส่งมอบงานก่อสร้างพื้นที่อาคารค้าปลีกในปี 2567 และรายได้งานระบบประกอบอาคารพื้นที่อาคารค้าปลีกในปี 2568 ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว รายได้รวมของบริษัทในปี 2568 จะเท่ากับ 8,686 ล้านบาท เติบโต 17.4% จากการขยายตัวของทุกกลุ่มธุรกิจ แต่เป็นอัตราการเติบโตที่น้อยกว่าที่ประมาณการณ์ไว้ เนื่องจากภาวะชะลอตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการแข่งขันในธุรกิจอาหารที่สูงขึ้น

 

จากรายได้รวมที่ลดลงข้างต้น บริษัทยังมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นจากการแข็งค่าของเงินบาท นอกจากนี้ ส่วนแบ่งเงินลงทุนใน DREIT ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ EBITDA รวมลดลง 12.4% ในขณะที่ EBITDA Margin เพิ่มขึ้นเป็น 16.3% ของรายได้รวม ซึ่งเป็นไปตามประมาณการณ์ที่คาดไว้ อย่างไรก็ตาม บริษัท มีค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นเนื่องจากไม่สามารถบันทึกเป็นต้นทุนโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ได้อีกหลังจากทยอยเปิดดำเนินการบางส่วน ส่งผลให้บริษัทขาดทุนสุทธิ -453 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ ปี 2568 ที่ผ่านมา กลุ่มดุสิตธานีขับเคลื่อนมูลค่าจากโครงการดุสิตเซ็นทรัลพาร์ค (Unlock Value) โดยสามารถรับรู้รายได้เต็มปีของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ รวมถึงทยอยเปิดให้บริการของส่วนต่างๆ ของโครงการ ได้แก่ อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า และสวนลอยฟ้า ในขณะที่อาคารที่พักอาศัย ก็ทำยอดขายได้สูงถึง 95% ของพื้นที่ขายทั้งหมด และเริ่มทยอยส่งมอบห้องพักบางส่วน เพื่อรับรู้รายได้ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

 

สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานปี 2569 คาดว่า จะเป็นปีที่บริษัทฯ ก้าวสู่การเติบโตภายใต้ฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง โดยปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญในปีนี้ มาจากการคาดการณ์การท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่เติบโตในระดับ 3-4% จากปี 2568 ภายใต้สมมติฐานว่า ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกจะฟื้นตัวต่อเนื่อง เศรษฐกิจโลกยังเอื้ออำนวย และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่รุนแรง แต่อย่างไรก็ดี ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อภาคการท่องเที่ยว

 

“ปีนี้เราวางกลยุทธ์การเติบโตที่มุ่งสร้างความสมดุล การขยายธุรกิจ และการกระจายความเสี่ยง ตามกรอบ D.U.S.I.T. ซึ่งเป็นกรอบการขับเคลื่อนการดำเนินงานและการลงทุน ที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างหลากหลาย การสร้างคุณค่าในระยะยาว ความยั่งยืน นวัตกรรม และอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่ตอบโจทย์ตลาด โดยประมาณการอัตราการเติบโตของรายได้รวม (ไม่รวมการโอนอาคารที่พักอาศัย) ไว้ที่ 5-8% และปรับเพิ่ม EBITDA Margin เป็น 18-20% ของรายได้รวม จากการขยายตัวของทุกกลุ่มธุรกิจ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดุสิตธานีกล่าว

 

[อ่าน 1,011]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"เซ็นทรัลพัฒนา" ชวนเชียร์ทัพไทย สู้ศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ผ่านจอศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ
Shell คว้า 3 รางวัล TIBA 2026 ตอกย้ำพลังนวัตกรรม–คน–พันธมิตร
กรุงไทย เตรียมเปิดจอง “หุ้นกู้ดิจิทัล GULF” บนเป๋าตัง เพิ่มทางเลือกการลงทุน รับผลตอบแทนสม่ำเสมอ ดีเดย์ 19 ต.ค. นี้
“แสนสิริ” ยกระดับ Sansiri Town Sukhumvit 77 (T77) สู่แฟลกชิปเมืองต้นแบบการอยู่อาศัยแห่งอนาคต
ซูเลียน ปักหมุด “ศาลายา” เปิดเอเจนซี่แห่งใหม่ ต่อยอดการเติบโตสู่ตลาดศักยภาพ
SOAR สำเร็จการเดินทางครั้งแรก "The First Glide" สู่น่านน้ำบ้านแห่งใหม่บนชายฝั่งตะวันออกของไทย
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved