พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) ฉลอง 65 ปี ยืนหนึ่งตลาดถ่านไฟฉายที่ครองใจผู้บริโภคจากรุ่นสู่รุ่น
27 Feb 2026

บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Panasonic Energy Co., Ltd. (ประเทศญี่ปุ่น) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายถ่านไฟฉายพานาโซนิคในประเทศไทย ประกาศทิศทางธุรกิจในโอกาสครบรอบ 65 ปีของการดำเนินงานในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดถ่านไฟฉาย ที่ครองใจผู้บริโภคทุกเจนเนอเรชั่นจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยมาร์เก็ตแชร์อันดับ 1*1 จากเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งผ่านคีย์ดีลเลอร์และช่องทางโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ ชี้ทิศทางตลาดโลกยังคงมีความต้องการถ่านไฟฉายอย่างต่อเนื่อง จากจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น และการเติบโตของการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยกระดับบทบาทประเทศไทยจาก “ฐานการผลิต” สู่ฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์และศูนย์กลางการขายระดับภูมิภาค และต่อยอดโมเดลความสำเร็จในไทยสู่ตลาดอาเซียน ภายใต้แนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน “Produce To Reduce” ผลิตสินค้าคุณภาพควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และผู้บริโภค

 

 

65 ปีแห่งการลงทุนระยะยาว เติบโตเคียงคู่เศรษฐกิจไทย

มร.ฮิเดะฟูมิ ฟูจิอิ กรรมการผู้บริหารระดับสูง พานาโซนิค เอเนอร์จี ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า พานาโซนิค เอเนอร์จี ดำเนินกลยุทธ์การบริหารแบบ “สองเสาหลัก” โดยขับเคลื่อนธุรกิจผ่านกลุ่มIn-vehicle และกลุ่ม Industrial / Consumer โดยในปี 2024 บริษัทมีรายได้รวม 873.2 พันล้านเยน (ประมาณ 178 พันล้านบาท) แบ่งเป็น In-Vehicle Business 55% และ Industrial & Consumer Business 45% ซึ่งมีโรงงานรวม 21 แห่งทั่วโลก โดยประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์สูงสุดของธุรกิจถ่านไฟฉาย

 

“การตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตแห่งแรกนอกประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1961 นับเป็นก้าวสำคัญของบริษัท และเป็นการวางรากฐานเชิงยุทธศาสตร์สู่การขยายธุรกิจในระดับโลกตลอดเวลา 65 ปีที่ผ่านมา พานาโซนิค เอเนอร์จี ยึดมั่นแนวคิดการลงทุนระยะยาว (Long-term Commitment) ผ่านการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มกำลังการผลิต การลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง การพัฒนานวัตกรรมสินค้า และการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานสู่ระดับสากล ส่งผลให้บทบาทของประเทศไทยก้าวข้ามจากการเป็นเพียงฐานการผลิตภายในประเทศ สู่การเป็นฐานยุทธศาสตร์เพื่อการส่งออกระดับโลก”

 

ประเทศไทยคือหนึ่งในพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์สำคัญของธุรกิจแบตเตอรี่

มร.อัทสึชิ อันไซ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ถ่านไฟฉายพานาโซนิคในประเทศไทย กล่าวว่า นับตั้งแต่ก่อตั้ง บริษัท เนชั่นแนล ไทย จำกัด (NTC) ในประเทศไทยเมื่อปี 1961 บริษัทมีพัฒนาการสำคัญอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การผลิตถ่านแมงกานีส การขยายไปสู่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลากหลายประเภท ก่อนแยกเป็นโรงงานมัตสึชิตะ แบตเตอรี่ (ประเทศไทย) ในปี 1996 เริ่มผลิตถ่านอัลคาไลน์ในปี 2000 และเปลี่ยนชื่อเป็น พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) ในปี 2008 ก้าวสำคัญเกิดขึ้นในปี 2020 เมื่อบริษัทเริ่มระบบการจัดจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีประเทศไทยเป็นสำนักงานใหญ่ และในปี 2025 บริษัทสามารถผลิตถ่านไฟฉายสะสมได้กว่า 20,000 ล้านก้อน ส่งออกไปยังมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก

 

ปัจจุบัน บทบาทของประเทศไทยได้ก้าวจากการเป็นเพียงฐานการผลิต สู่การเป็น “ฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ระดับโลก”และศูนย์กลางการขายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สำหรับการดำเนินธุรกิจถ่านไฟฉายของพานาโซนิค เอเนอร์จีทั่วโลก โดยตลอด 65 ปีที่ผ่านมา พานาโซนิค เอเนอร์จี มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทั้งการสร้างการจ้างงานโดยตรงและทางอ้อม การลงทุนอย่างต่อเนื่อง การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี และการเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ส่งผลให้บริษัทยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดถ่านไฟฉายอันดับ 1 ในประเทศไทย*1

 

“Produce To Reduce” คำมั่นด้านความยั่งยืนต่อสังคมไทยและโลก

นอกจากความแข็งแกร่งทางธุรกิจ พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) ยังเป็นผู้นำด้านการดำเนินงานเพื่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “Produce To Reduce” ที่มุ่งผลิตสินค้าคุณภาพควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และผู้บริโภค

 

ด้วยพันธกิจ “Create Happiness in our daily lives, create harmony with the environment”บริษัทฯ มุ่งมั่นในการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค

โดยโรงงานผลิตของบริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานในด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และการจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง และในปี 2023 โรงงานของพานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) ได้รับการรับรองความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon-Neutral Factory) แห่งแรกในประเทศไทย โดยบริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการผลิตอย่างยั่งยืน

 

 

แนวคิดดังกล่าวครอบคลุมทุกกระบวนการ ตั้งแต่การผลิตสินค้าที่มีอายุการใช้งานยาวนาน ลดปริมาณขยะ ลดการใช้สารอันตราย (ปราศจากการเพิ่มสารตะกั่วและแคดเมียม) การใช้บรรจุภัณฑ์จากกระดาษเพื่อลดพลาสติก ตลอดจนการดำเนินโครงการรีไซเคิลถ่านไฟฉายตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งในปี 2025 บริษัทสามารถขยายจุดรับทิ้งถ่านไฟฉายใช้แล้วกว่า 1,060 จุดทั่วประเทศ และนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้มากกว่า 700,000 ก้อน

 

ตลาดโลกยังเติบโต เดินหน้าต่อยอดโมเดลไทยสู่อาเซียน

มร.ชินยา โยชิดะ ผู้อำนวยการส่วนงานขายและการตลาด สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความต้องการถ่านไฟฉายในตลาดโลกยังคงขยายตัว จากการเติบโตของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ การใช้งานอุปกรณ์ที่ชี้รีโมทคอนโทรลทั้งในภาคครัวเรือน และการขยายตัวของอุตสาหกรรมโรงแรมที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่าความต้องการมากกว่า 3 พันล้านก้อนต่อปี*2

 

สำหรับประเทศไทย คาดว่าความต้องการถ่านไฟฉายอยู่ที่ประมาณ 320 ล้านก้อนต่อปี*2โดยถ่านไฟฉายพานาโซนิค ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1*1 ผ่านเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั้ง Traditional Trade และ Modern Trade ทั่วประเทศ ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัย และความยั่งยืน ควบคู่กับความเชื่อมั่นที่สั่งสมจากผู้บริโภคตลอด 65 ปี และเครือข่ายพันธมิตรด้านการจัดจำหน่ายที่เติบโตเคียงคู่กันมาอย่างยาวนาน

 

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตระยะกลาง ด้วยการต่อยอดโมเดลความสำเร็จจากประเทศไทยสู่ประเทศอื่นในอาเซียน โดยตั้งเป้าอัตราการเติบโตของยอดขายภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เฉลี่ยต่อปี (Global Total CAGR) ที่ 5% ต่อเนื่องจนถึงปี 2030

 

จาก 65 ปีแห่งผู้นำ สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ในโอกาสครบรอบ 65 ปี บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด มุ่งมั่นสู่การเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในสังคมไทย พร้อมสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอีก 10 ปี 50 ปี และ 100 ปีข้างหน้า และมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนผ่านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ การมีส่วนร่วมกับชุมชน และการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

 

“ในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานนี้ บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด ไม่ได้มุ่งเพียงรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมถ่านไฟฉายเท่านั้น แต่เรามีความตั้งใจที่จะมีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนอนาคตพลังงานโลกที่ยั่งยืน ประเทศไทยจะยังคงเป็นฐานยุทธศาสตร์หลักของเราในระดับโลก เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงจากประเทศญี่ปุ่นเข้ากับศักยภาพของบุคลากรไทยและระบบนิเวศอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันการเติบโตที่แข็งแกร่งในระยะยาวอย่างยั่งยืน” มร. อันไซ กล่าวสรุป

 

[อ่าน 79]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
SCB CIO มองตลาดหุ้นเกิดใหม่เอเชียเด่นรับธีม AI ญี่ปุ่นสดใสหลังเลือกตั้ง
"บีโอไอ" ผนึก "หอการค้า" รับมือการค้าโลกยุคใหม่ เดินหน้าพลิก SMEs สู่กำลังหลักเศรษฐกิจไทย
‘CPNREIT’ กางผลงานปี 68 รายได้โตแกร่ง 6,439 ล้านบาท รับอานิสงส์พอร์ตศูนย์การค้า-ออฟฟิศขยายตัว
"Tomorrowland" ชูแพ็กเกจที่พักและกำหนดการจำหน่ายบัตรในไทย รุกตลาดเอเชียอย่างเต็มตัว
A5 ปิดงบปี 68 รายได้ 1,314 ลบ. ตุน Backlog 791 ลบ. จ่ายปันผล 0.05 บาทต่อหุ้น เดินเกมธุรกิจใหม่ปี 69
"SYNNEX" ผนึก "AWS" เดินหน้าเสริมแกร่งพันธมิตร ดันตลาด Cloud และ AI ไทยเติบโตยั่งยืน
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved