
CCP เผยงบเฉพาะกิจการปี 2568 รายได้รวม 1,599.24 ล้านบาท กำไรสุทธิ 109.91 ล้านบาท โต 29.42% งบรวมปี 2568 รายได้ 2,552.77 ล้านบาท กำไร 95.49 ล้านบาท อานิสงส์งานโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐเร่งตัว คาดไตรมาส 1/69 การลงทุนภาครัฐ พัฒนาพื้นที่ EEC หนุนการเติบโตต่อ รุกผลิตภัณฑ์คอนกรีต Green Product ตอบโจทย์โครงการเมกะโปรเจกต์ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ควบคุมต้นทุนเข้ม รักษาอัตรากำไรขั้นต้นระดับ 20%
นายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) (CCP) เปิดเผยว่า ผลประกอบการเฉพาะกิจการปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 1,599.24 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,658.31 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 109.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 84.92 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 29.42%
งบเฉพาะกิจการปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากการเร่งส่งมอบงานโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ รวมถึงการปรับโครงสร้างบริษัทในทุกมิติ มุ่งเน้นการผลิตสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Product ผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน สอดรับเทรนด์การก่อสร้างยุคใหม่

นอกจากนี้ บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก บริษัท ชาลี ท็อป โลจิสติกส์ โซลูชัน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยด้านบริหารจัดการคลังสินค้า Free Zone (เขตปลอดอากร) ปัจจุบันมีลูกค้าใช้บริการเต็มพื้นที่ สะท้อนศักยภาพของทำเลและมาตรฐานการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน บริษัทเสริมประสิทธิภาพการผลิตและควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 20.12% และสามารถลดค่าใช้จ่ายรวมของบริษัทลงได้ 84 ล้านบาท หรือลดลง 5.2% ทั้งนี้บริษัทมีการลงทุนในบริษัทหลักและบริษัทย่อย แต่ยังคงบริหารโครงสร้างทางการเงินอย่างรอบคอบ พร้อมทยอยชำระคืนเงินกู้ต่อเนื่อง ทำให้หนี้สินจากสถาบันการเงินลดลง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำว่า 1 เท่า
ส่วนผลประกอบการปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 2,552.77 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,769.68 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 95.49 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 118.06 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากผลการดำเนินงานของบริษัทย่อย บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ SMART ที่ปรับตัวลดลงจากการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงมีการตั้งสำรองภาษีจำนวน 38.8ล้านบาทของบริษัทย่อย บริษัท ชลบุรีกันยง จำกัด ส่งผลให้งบการเงินรวมปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.01 บาท หรือคิดเป็น 25.2% ของกำไรสุทธิ คิดเป็นจำนวนเงินปันผล 27.7 ล้านบาท โดยมติดังกล่าวเตรียมนำเสนอเพื่อขออนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในเดือนเมษายน เพื่อพิจารณาต่อไป
“สำหรับทิศทางธุรกิจไตรมาส 1/2569 บริษัทประเมินว่ามีสัญญาณบวกจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ การพัฒนาโครงการในพื้นที่ EEC และความต้องการผลิตภัณฑ์ Green Product ที่เติบโตต่อเนื่องตอบโจทย์โครงการเมกะโปรเจกต์ภาครัฐ เอกชน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการรับงานใหม่และการขยายตัวของรายได้ โดยบริษัทยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารต้นทุนเข้มงวด พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่สอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืน เพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัทในระยะยาว โดยคาดว่าจะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 20%” นายอาทิตย์ กล่าว






