
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2568
สามารถสร้างผลเรียกเก็บได้มากถึง 17,857 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 15,161 ล้านบาท หรือเติบโตถึง 18% สะท้อนความสามารถในการบริหารสินทรัพย์ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยผลงานทางด้าน NPL สามารถทำได้ 10,670 ล้านบาท เติบโต 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 8,630 ล้านบาท ด้วยการเดินหน้าตามแผน กลยุทธ์ให้โอกาสลูกหนี้ได้หลักประกัน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยหรือที่ทำกินกลับคืนไปด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรน และมุ่งช่วยเหลือลูกหนี้ให้สามารถฟื้นฟูกิจการหรือสถานะทางการเงินของตน โดยปรับโครงสร้างหนี้ และหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกัน ด้วยกระบวนการ Recycling Machine
ซึ่งมีเป้าหมายในการเร่งสร้างโรงงานแก้หนี้ (TDR Factory) เพื่อฟื้นฟูให้ลูกหนี้กลับมามีสุขภาพทางการเงินที่ดีขึ้น ขณะที่ผลการดำเนินงาน JV AMCs ของบริษัท บริหารสินทรัพย์ อารีย์ จำกัด และ บริษัท บริหารสินทรัพย์ อรุณ จำกัด สามารถสร้างกำไรสุทธิได้ 107 ล้านบาท และ 87 ล้านบาท ตามลำดับ พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือด้าน NPL Partnership กับสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการพัฒนาโมเดล JV Window ทั้งในรูปแบบแบ่งปันผลกำไร (Profit Sharing) และโมเดลรับจ้างบริหาร (Servicing Model)
ด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย หรือ NPA สามารถสร้างผลเรียกเก็บได้ 7,187 ล้านบาท เติบโต 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 6,531 ล้านบาท สะท้อนประสิทธิภาพการเร่งหมุนเวียนสินทรัพย์ภายใต้ภาวะตลาดที่ยังมีความท้าทาย รวมถึงการเดินหน้ากลยุทธ์พันธมิตรทางธุรกิจ (NPA Partnership)
ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนหลักของการขยายฐานธุรกิจและเพิ่มแหล่งรายได้ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดย BAM เน้นการคัดสรรและนำเสนอทรัพย์ NPA ขนาด Big Lots ให้พันธมิตรนำไปพัฒนาและเพิ่มมูลค่า ทั้งบ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียม และที่ดินเปล่า เพื่อพลิก “ทรัพย์ร้าง” ให้กลายเป็น “ทรัพย์สร้างมูลค่า” ต่อยอดเป็นทรัพย์สินที่สร้างรายได้ให้กับ BAM อย่างต่อเนื่อง ลดระยะเวลาการถือครอง และสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะยาว
นอกจากนี้ BAM ยังได้เปิดตัวโครงการ “ทรัพย์มหาชน” เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสมให้กับประชาชน สามารถผ่อนชำระกับ BAM โดยตรง หรือผ่อนชำระกับสถาบันการเงินพันธมิตรที่ปล่อยสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษให้กับลูกค้าที่ซื้อทรัพย์ โครงการดังกล่าวสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 858 ล้านบาท ด้วยจำนวนสูงกว่า 1,074 รายการ ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวไม่เพียงช่วยให้ BAM ยืนหยัดได้ในช่วงเวลา ที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูง แต่ยังเปลี่ยนวิกฤตให้กลายเป็นโอกาสที่จะสร้างการเติบโตให้กับ BAM ได้อย่างมั่นคง

ดร.รักษ์ฯ กล่าวอีกว่า ในปี 2569 BAM ได้วางเป้าหมายผลเรียกเก็บไว้ที่ 17,900 ล้านบาท ด้วยการวางกลยุทธ์ทั้งทางด้าน NPL ด้วยการแบ่งลูกหนี้ออกเป็น S M L โดยใช้แนวทางการอนุมัติไว พร้อมการปรับเงื่อนไข เพื่อเติมโอกาสในการสร้างอนาคตใหม่ รวมถึงการทำ Partnership ในขณะที่ NPA จะใช้การขายตรง พร้อมทั้งการออกผลิตภัณฑ์และแคมเปญทางการตลาด อีกทั้งการทำ Partnership อย่างต่อเนื่อง

BAM ใช้กลยุทธ์ “ 3 ฟันเฟือง” สำหรับฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ ประกอบด้วย
บริหาร NPL/NPA เข้มข้น: ตั้งราคาให้ “เป็นธรรม-เป็นปัจจุบัน-แข่งขันได้”, ลด Holding Period, เร่ง Cash Conversion Cycle และ “ลดการตั้งสำรองที่ไม่จำเป็น”
ความหมายเชิงธุรกิจ: โฟกัสคุณภาพเงินสดและประสิทธิภาพต่อทรัพย์ 1 หน่วย มากกว่าการโตแบบใช้ทุนหนัก
ลงทุนระบบ + e-Marketplace
ความหมายเชิงธุรกิจ: ดึงดิจิทัลมาเป็นคันเร่งด้าน “การเข้าถึงลูกค้า/นักลงทุน” และลดต้นทุนการขาย-การบริหารทรัพย์ (ยิ่งพอร์ตใหญ่ ระบบยิ่งคุ้ม)
สร้างคนแบบ Hybrid Talent
ความหมายเชิงธุรกิจ: ธุรกิจ AMC ยุคใหม่ไม่ใช่แค่ “กฎหมาย-เร่งรัดหนี้-ขายทรัพย์” แต่ต้องมีทักษะผสม: วิเคราะห์ข้อมูล, ออกแบบทางออกลูกหนี้, เข้าใจอสังหาฯ/การพัฒนาโครงการ, และทำการตลาด/ดิจิทัลได้

ทั้งนี้ กลยุทธ์ดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญที่ผลักดันให้ BAM สามารถสร้างผลงานได้ตามเป้าหมาย ที่วางไว้ นอกจากนี้ BAM ยังเตรียมความพร้อมสำหรับการสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ด้วยการดำเนินการใน 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนา Business Model เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของธุรกิจในอนาคต การปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดต้นทุน เพิ่มความคล่องตัว สำหรับรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ผ่านแผนแม่บท HR Master Plan รวมถึงการปรับโครงสร้างองค์กร ให้สอดคล้องกับการบริหารจัดการองค์กรยุคใหม่ ซึ่งการขับเคลื่อนเชิงรุกในทุกมิติครั้งนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในอนาคตของ BAM ที่จะก้าวสู่ การเป็น “BAMX” อย่างมั่นคงและยั่งยืน





