
หุ้นกู้ชุดนี้เป็นหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ แบ่งออกเป็น 4 รุ่น ได้แก่ อายุ 3 ปี 5 ปี 7 ปี และ 10 ปี โดยรุ่นอายุ 3 ปี จะเสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ที่มิใช่บุคคลธรรมดา ส่วนรุ่นอายุ 5 ปี 7 ปี และ 10 ปี เสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ ซึ่งบริษัทจะประกาศอัตราดอกเบี้ยและรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้งในช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้
จุดที่ทำให้การออกหุ้นกู้ครั้งนี้น่าสนใจ คือผลประกอบการล่าสุดของ GULF ในปี 2568 ที่ออกมาโดดเด่นอย่างมาก โดยบริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 86,562 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 304.8% จากปีก่อน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานหลัก หรือ Core Profit อยู่ที่ 28,776 ล้านบาท เติบโต 33.4% สะท้อนว่าการเติบโตไม่ได้มาจากรายการพิเศษเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีแรงหนุนจากธุรกิจหลักที่ขยายตัวต่อเนื่องด้วย
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันผลประกอบการมาจากการควบรวมธุรกิจระหว่าง GULF และ INTUCH ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 ส่งผลให้บริษัทรับรู้กำไรจากการรวมธุรกิจกว่า 56,120 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ธุรกิจหลักของบริษัทก็ยังเติบโตจากหลายด้าน ทั้งการรับรู้เงินปันผลจากการลงทุนใน KBank การรับรู้ผลประกอบการเต็มปีของโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ปลวกแดง หน่วยที่ 3–4 กำไรจากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน ตลอดจนรายได้จากธุรกิจนำเข้า LNG และส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก ADVANC, โรงไฟฟ้าหินกอง และโครงการ Jackson Generation ในสหรัฐฯ
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนยุทธศาสตร์ของ GULF ที่ไม่ได้พึ่งเฉพาะธุรกิจโรงไฟฟ้าแบบเดิมอีกต่อไป แต่กำลังกระจายการลงทุนไปยังหลายธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดมั่นคง ทั้งพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน โทรคมนาคม และดิจิทัล ซึ่งช่วยลดความผันผวนและเพิ่มโอกาสเติบโตในระยะยาว
สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตต่ออีก 10-15% โดยจะมีแรงสนับสนุนจากการทยอยรับรู้รายได้ของโครงการโรงไฟฟ้าใหม่รวมกว่า 695 เมกะวัตต์ ครอบคลุมทั้ง Solar Farm, Solar BESS, โรงไฟฟ้าขยะชุมชน และ Solar Rooftop นอกจากนี้ ยังมีแรงหนุนจากธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน โดยโครงการมอเตอร์เวย์ M81 เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่กลางเดือนมกราคม และโครงการ M6 จะเริ่มดำเนินการในไตรมาส 3 ปีนี้
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือทิศทางการเติบโตของธุรกิจใหม่ที่เชื่อมโยงกับเมกะเทรนด์โลก โดยเฉพาะธุรกิจศูนย์ข้อมูล คลาวด์ และโซลูชัน AI ซึ่ง GULF เริ่มรับรู้รายได้เต็มปีจากศูนย์ข้อมูล GSA01 แล้ว ขณะเดียวกัน โรงไฟฟ้า Jackson Generation ในสหรัฐฯ ยังได้อานิสงส์จากค่า Capacity Payment ที่สูงขึ้น ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ที่ขยายตัวต่อเนื่อง
เมื่อพิจารณาจากทั้งผลประกอบการที่ผ่านมาและแผนธุรกิจในปีนี้ จะเห็นว่า GULF กำลังเดินหน้าสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีแบบครบวงจร มากกว่าการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การระดมทุนทั่วไป แต่ยังเป็นอีกก้าวของการรองรับแผนขยายธุรกิจในอนาคต ท่ามกลางจุดแข็งด้านเครดิต กระแสเงินสด และพอร์ตธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น




