"เอสซีจี" และเครือข่ายจับมือ ภาครัฐ หนุน SMEs ก้าวกระโดด โตไปด้วยกัน สู่ SMART INDUSTRY
09 Mar 2026

 

เอสซีจี จัดงาน “อุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดด โตไปด้วยกัน...SMART INDUSTRY” ผนึกภาคเอกชนประสานภาครัฐเร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย สร้างกระบวนการทำงานใหม่ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา มุ่งเปลี่ยนสินค้าทุนนำเข้า 7.6 ล้านล้านบาทเป็นเศรษฐกิจภายในประเทศ สร้างรายได้ SMEs ชูกลยุทธ์ 5+1 พร้อมผลักดันสร้าง 3 ทุนประเทศ หวังProductivity และ GDP ไทยโตขึ้น 2 เท่า และสัดส่วน GDP ของ SMEs เพิ่มจาก 35% เป็น 50%

 

 

ในงาน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ร่วมปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “เดินหน้าเศรษฐกิจไทย ดันอุตสาหกรรมเติบโต” และ ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม บรรยายหัวข้อ “ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย หนุน SMEs เติบโต” ร่วมด้วยคุณชนะ ภูมี ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี และรองประธาน ส.อ.ท. ในหัวข้อ “ก้าวกระโดดเพื่อความมั่งคั่งของอุตสาหกรรมไทย” และ ดร.อธิป อัศวานันท์ ผู้อำนวยการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ในหัวข้อ “SMEs ชีวิตจะเปลี่ยนไปด้วย Smart AI”

 

 

 

นายชนะ ภูมี ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “เอสซีจีและเครือข่ายภาคเอกชนร่วมกันจัดงาน “อุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดด โตไปด้วยกัน...SMART INDUSTRY” เพื่อหาแนวทางให้ประเทศไทยก้าวข้ามกับดักการเติบโตต่ำ โดยเฉพาะ SMEs ที่เผชิญความยากลำบากในท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจซบเซา ประกอบกับวิกฤตความขัดแย้งโลก การผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม เป็นกลไกหนึ่งที่จะพลิกฟื้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้อุตสาหกรรมไทย

 

 

อุตสาหกรรมไทยจะก้าวกระโดดได้ ภาคเอกชนต้องเป็น "ส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา" (Be a Part of the Solution) ร่วมลงมือทำ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ เปลี่ยนสินค้าทุนนำเข้ามูลค่าปีละ 7.6 ล้านล้านบาท ซึ่งไหลออกนอกประเทศ เป็นเศรษฐกิจภายในประเทศ อาทิ เครื่องจักร อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การแพทย์ ก๊าซธรรมชาติ อาวุธ ยานพาหนะ หากอุตสาหกรรมไทยผลิตสินค้าเหล่านี้ในประเทศเพียง 30-50% ของปริมาณนำเข้า จะสร้างมูลค่าราว 2-4 ล้านล้านบาทต่อปี คิดเป็น 10-20% ของ GDP ส่งผลสร้างรายได้เพิ่มให้ SMEs และเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศ ทั้งยังเป็นเกราะป้องกันวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ หากพัฒนาให้ไทยผลิตสินค้าทุนในประเทศได้ 30–50% ของที่นำเข้าอยู่ จะสามารถสร้าง resilience ใน 3 มิติ คือ 1. ความมั่นคงด้านพลังงาน 2. ความยืดหยุ่นของ Supply Chain และ 3. ความสามารถในการรับมือวิกฤตระยะยาว

 

 

ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดดสู่ SMART INDUSTRY คือ 5 SMART + ร่วมลงมือทำ 1. Smart Industry: เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 2 เท่า 2. Smart Market: สร้างตลาดในประเทศ และขยายตลาดต่างประเทศ 3. Smart Funding: สนับสนุนเงินทุน SMEs เพื่อการเปลี่ยนผ่าน 4. Smart & Green Infrastructure: ส่งเสริมลดต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ 5. Smart Government: ผลักดันราชการเร็ว สะดวก โปร่งใส พลัสด้วย PPPP Model (Public Private People Partnership) ความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ร่วมทำบนจุดแข็งของตัวเอง ยกระดับ “สระบุรีโมเดล” ที่ประสบความสำเร็จ เป็น Thailand Model เพื่อขยายผลวิธีการทำงานด้วยความร่วมมือ โดยภาครัฐมีแนวทาง เอกชนขับเคลื่อน และประชาชนได้ประโยชน์

 

นอกจากนี้ ประเทศต้องมีพลังขับเคลื่อนให้สามารถแข่งขันได้ในระยะยาวด้วยการสร้าง "3 ทุน" คือ ทุนมนุษย์ (Human Capital) เอกชนร่วมออกแบบหลักสูตรการศึกษา เพื่อผลิตแรงงานให้ตรงความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ทุนข้อมูล (Information Capital) เชื่อมโยงข้อมูลทุกมิติระดับชาติ เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนแฝง และทุนองค์กร (Organization Capital) ขับเคลื่อนนโยบายด้วยวัฒนธรรมความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน”

 

“ถึงเวลาที่ภาคเอกชนและภาครัฐร่วมกันทำอย่างจริงจังต่อเนื่องและเข้าใจบริบทของกันและกัน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยก้าวกระโดด โดยเริ่มเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา เพิ่ม Productivity และ GDP ของประเทศให้โตขึ้น 2 เท่า และเพิ่มสัดส่วน GDP ของ SMEs จาก 35% เป็น 50% ให้ได้ เพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมไทยแข่งขันได้ และผงาดสู่ความเป็น 1 ในภูมิภาค” นายชนะ กล่าวในตอนท้าย

 

[อ่าน 80]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แสนสิริ ออกหุ้นกู้ Green Bond ครั้งแรกของอสังหาฯ โครงการแรก “คอนโดมิเนียมทำเล สารสิน”
"บิ๊กซี" ผนึก "ทส." พร้อม 11 แบรนด์น้ำดื่ม เดินหน้าแคมเปญ “World Water Day ปีที่ 7”
"เอิร์น บาย แอล.พี.เอ็น." จัดโปรแรงรับดอกเบี้ยขาลง หนุนกำลังซื้อ-กลุ่มผู้บริโภคเข้าถึงง่าย
ทรู คอร์ปอเรชั่น ชู “4 Big Moves” เร่งพลิกโฉมสู่ Telco-Tech Company ขับเคลื่อนการเติบโตยั่งยืน
ต้อนรับฤดูร้อนด้วยเสน่ห์ของผ้าลินิน “CC DOUBLE O Premium LINEN Collection 2026”
realme เตรียมเปิดตัว realme 16 Pro Series 5G ในไทย พร้อม “วิน เมธวิน” แบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved