หากพูดถึงไปรษณีย์ไทยในวันนี้ ภาพจำไม่ได้หยุดอยู่แค่เสียงมอเตอร์ไซค์ของบุรุษไปรษณีย์หรือ กล่องพัสดุหน้าบ้านอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนสู่บทบาทใหม่ของแบรนด์ที่ค่อย ๆ เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของผู้คนมากขึ้น ภายใต้แนวคิด “POSTsible Together” ไปรษณีย์ไทยกำลังเล่าเรื่องตัวเองในมิติใหม่ที่สนุก มีสีสัน และใกล้ชีวิตจริงกว่าเดิม ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการส่งพัสดุ แต่คือแบรนด์ที่ส่งต่อความรู้สึก ประสบการณ์โมเมนต์ดี ๆ ในชีวิตประจำวัน
Cups of Connection เมื่อคาเฟ่ไม่ใช่แค่ที่นั่ง แต่คือที่เชื่อมความรู้สึก
ภาพที่ทำให้ผู้คนเริ่มรู้สึกกับแบรนด์มากขึ้น คือจังหวะที่ไปรษณีย์ไทยไม่ได้ยืนอยู่แค่หลังเคาน์เตอร์ แต่ก้าวออกมาอยู่ในโหมดไลฟ์สไตล์ หนึ่งในนั้นคือ POST Café คาเฟ่ไปรษณีย์ที่เปลี่ยนการมาใช้บริการ ให้กลายเป็นโมเมนต์พักใจ ให้ผู้คนสามารถนั่งจิบกาแฟระหว่างรอพัสดุ แวะมานั่งทำงาน หรือพักเบรกจากวันเร่งรีบในบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง ภายใต้แนวคิด Cups of Connection ทุกแก้วไม่ได้มีแค่รสชาติแต่ยังเชื่อมโยงผู้คน ช่วงเวลา และความรู้สึกเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการนัดพบ คุยงานสั้น ๆ หรือการใช้เวลาสงบ ๆ กับตัวเอง
Pet is Family เมื่อพี่ไปรฯ เข้าสู่จักรวาลคนรักสัตว์
ขยับมาที่โหมดอบอุ่นหัวใจแบบ คู่หูคู่ซี้ ไปรษณีย์ไทยก็ชัดเจนกับภาพของการเข้าไปอยู่ในโลกของคนรักสัตว์ ผ่านจักรวาล Post & Paw ที่อินไซต์คนยุคใหม่อย่างแท้จริง เมื่อ “น้องหมาน้องแมว” คือเจ้านาย คือสมาชิกครอบครัวเต็มตัว มีสินค้า กิจกรรม และคอมมูนิตี้ที่พี่ไปรฯ สามารถเข้าอกเข้าใจ และถึงเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้คนได้อย่างหลากหลาย
Unbox ความน่ารักให้โลกจำ ด้วยกล่องพัสดุและแสตมป์ที่มีสไตล์
ใครว่าการส่งพัสดุต้องธรรมดา เมื่อไปรษณีย์ไทยเติม “ความสนุก” ลงในทุกกล่องและทุกดวงแสตมป์ ตั้งแต่กล่องพัสดุธีม “หมาจ๋า” จากคอลเลกชัน Post & Paw ที่น่ารักจนหลายคนอยากเก็บมากกว่าส่งไปจนถึงดีไซน์กล่องที่มี QR Code ให้สแกนรับสิทธิพิเศษจาก POST Family เพิ่มฟีลไลฟ์สไตล์ พร้อมต่อยอดเป็นไอเทมแฟชั่นอย่างกระเป๋า หมวก และผ้าพันคอ ให้สายสะสมได้อินกัน ในขณะที่ฝั่งแสตมป์ ก็ไม่น้อยหน้ากับ i-Stamp แสตมป์ดิจิทัลที่สามารถพิมพ์ภาพตัวเองได้จริง จะเซลฟี่ คู่เพื่อน หรือแสตมป์สายมู ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายแต่ฟีลพรีเมียม อีกทั้งยังมีคอลเลกชันศิลปินดังอย่าง ยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล ร่วมออกแบบชุด “แสตมป์ไฮเอนด์” ฉลอง 140 ปีแสตมป์ไทย ยิ่งตอกย้ำว่าแสตมป์ไม่ได้เป็นแค่ราคาค่าฝากส่ง แต่คือชิ้นงานดีไซน์ที่มีคุณค่าในแบบของตัวเอง
เบื้องหลังความ Lively คือโครงข่ายที่จริงใจ
เบื้องหลังความ Lively ของแบรนด์ ยังมีโครงสร้างที่แข็งแรงรองรับอยู่ ไปรษณีย์ไทยไม่ได้พูดเรื่องความ “บียอนด์” แบบลอย ๆ แต่ขับเคลื่อนผ่านเครือข่ายไปรษณีย์กว่า 50,000 จุดบริการทั่วประเทศและ “พี่ไปรฯ” มากกว่า 25,000 คน ที่รู้จักพื้นที่ รู้จักผู้คน และเข้าใจชีวิตของแต่ละชุมชนอย่างแท้จริง จุดแข็งนี้ทำให้ไปรษณีย์ไทยสามารถออกแบบบริการที่ “เข้าใจชีวิต” มากกว่าการแข่งขันเชิงฟังก์ชัน ตั้งแต่การส่งเฉพาะทางสำหรับสินค้า สุขภาพ อาหาร สัตว์เลี้ยง ไปจนถึงการค้าข้ามแดนที่เชื่อมปลายทางกว่า 200 ประเทศทั่วโลกขณะเดียวกันยังต่อยอดสู่ดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์ม Postman Cloud ที่ใช้เครือข่ายพี่ไปรฯ ลงพื้นที่เก็บข้อมูลจริง ช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจให้ SME และชุมชน รวมถึงการพัฒนา Super App ที่รวมโลจิสติกส์ การเงิน และ อีคอมเมิร์ซไว้ในที่เดียว เพื่อให้ทุกประสบการณ์ใช้ง่าย ชัดเจน และไว้ใจได้มากยิ่งขึ้น
เที่ยวตัวปลิว ชิลทุกทริป ฝากกระเป๋าให้พี่ไปรฯ แล้วไปใช้ชีวิตให้เต็มที่
สายเที่ยวตัวจริงจะรู้ดีว่าของเยอะคืออุปสรรคของความสนุก ไปรษณีย์ไทยจึงเข้ามาเติมเต็มไลฟ์สไตล์การเดินทางด้วยบริการ Travel Lite ที่ช่วยให้ทริปเบาขึ้นและคล่องตัวกว่าเดิม ในคอนเซปต์ “เที่ยวตัวปลิว ชิลทุกทริป” เพียงฝากส่งกระเป๋าและสัมภาระ ก็สามารถออกไปเดินช้อป ชิม หรือคาเฟ่ฮอปได้แบบไม่ต้องพะวงบริการนี้ช่วยให้การเดินทางเป็นเรื่องสบายขึ้น ทั้งการฝากส่งกระเป๋าระหว่างจุดท่องเที่ยวสำคัญในกรุงเทพฯ ไปจนถึงการจัดส่งสัมภาระไปยังโรงแรมหรือที่พักปลายทางทั่วประเทศ รวมถึงการส่งของฝากไปต่างประเทศผ่าน Travel Lite World ที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ ซึ่งอยากใช้เวลากับประสบการณ์ท่องเที่ยว มากกว่าการแบกสัมภาระตลอดทริป
ส่งก็ได้ เซฟโลกก็ดี ไลฟ์สไตล์สายกรีนที่เริ่มได้จากกล่องพัสดุ
ใครว่าความรักษ์โลกต้องเริ่มจากเรื่องใหญ่ ไปรษณีย์ไทยทำให้การส่งของเป็นอีกหนึ่งวิธีดูแลโลกในชีวิตประจำวัน ผ่านกล่องพัสดุจากเยื่อรีไซเคิล ที่ช่วยลดคาร์บอนได้ถึง 40% เทียบเท่าการรักษาต้นไม้ผ่านแคมเปญ reBOX ภายใต้โครงการ Green Hub ที่ชวนประชาชนส่งคืนกล่อง ซอง และกระดาษเหลือที่ไม่ได้ใช้งานแล้วผ่านไปรษณีย์ทั่วประเทศ เพื่อนำไปรีไซเคิลและสร้างคุณค่ากลับคืนสู่สังคม ควบคู่กับการใช้ รถไฟฟ้าทดแทนรถใช้น้ำมันในอนาคต
ทั้งนี้ เสน่ห์ของไปรษณีย์ไทยเวอร์ชันไลฟ์สไตล์ คือการขยายตัวตนจากแบรนด์ขนส่งที่คุ้นเคย ให้กลายเป็นแบรนด์ที่อยู่ในบทสนทนา วันหยุด และความผูกพันของผู้คน และสิ่งนี้คือความบียอนด์ที่ไม่ต้องพูดดัง แต่ทำให้คนรู้สึกและอยากเดินไปรฯ ด้วยกัน




