
ไฮเออร์ (ประเทศไทย) ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกและแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 17 ปีซ้อน เดินหน้ารุกตลาดปี 2569 อัดงบลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาท เร่งขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งดีลเลอร์ โมเดิร์นเทรด และออนไลน์ เพื่อเพิ่ม การเข้าถึงผู้บริโภคในทุกพื้นที่ พร้อมกันนี้ ยังเปิดตัวไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ครบทุกหมวดสินค้ากว่า 50 รายการ เพื่อยกระดับสู่ Smart Ecosystem ที่เชื่อมต่อทุกการใช้ชีวิตอย่างไร้รอยต่อ ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ในประเทศไทยผ่านกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมต่อยอดสู่การเป็น Global Brand อย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 เติบโต 25% หรือราว 14,000 ล้านบาท

มร. ต่ง เจี้ยนผิง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในปี 2568 จะได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ผันผวน แต่ถือเป็นปีที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสำคัญของอุตสาหกรรม โดยผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากขึ้น ทั้งในด้านความสะดวกสบาย การประหยัดพลังงาน และเทคโนโลยีอัจฉริยะที่สามารถเชื่อมต่อและเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานมากยิ่งขึ้น ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนานวัตกรรมของไฮเออร์ โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผสานเทคโนโลยี AI และฟังก์ชันด้านสุขอนามัย ที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ไฮเออร์ ประเทศไทย สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง แม้อยู่ในสภาวะตลาดที่ท้าทาย
โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 11,230 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 14% สะท้อนศักยภาพการเติบโตในทุกกลุ่มสินค้า เริ่มจากเครื่องปรับอากาศภายในบ้านที่ยังคงครองอันดับ 1 ของตลาดในเชิงปริมาณ ด้วยยอดขาย 4,600 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มตู้เย็นมียอดขาย 2,200 ล้านบาท เติบโต 39% และเครื่องซักผ้ามียอดขาย 1,540 ล้านบาท เติบโต 23% ด้านตู้แช่ยังคงครองอันดับ 1 ของตลาด ด้วยยอดขาย 1,100 ล้านบาท เติบโต 23% ส่วนเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์มียอดขาย 860 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มทีวีเติบโตโดดเด่นด้วยยอดขาย 760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% และเครื่องทำน้ำอุ่นมียอดขาย 170 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 52% สะท้อนความแข็งแกร่งของพอร์ตสินค้าและความสามารถในการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม
มร. ต่ง เจี้ยนผิง กล่าวเสริมว่า “สำหรับปี 2569 ไฮเออร์ยังคงเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม พร้อมขับเคลื่อนองค์กรด้วย AI Transformation โดยนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในทุกมิติทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การบริหารซัพพลายเชน และบริการหลังการขาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมงบลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาท เพื่อขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั่วประเทศ ผ่านการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ทั้งทาง ดีลเลอร์ โมเดิร์นเทรด และออนไลน์ พร้อมเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยจะมุ่งขยายสัดส่วนสินค้าพรีเมียม และพัฒนา Smart Ecosystem ที่เชื่อมต่อทุกผลิตภัณฑ์เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว โดยตั้งเป้าผลักดันรายได้ในปี 2569 เติบโตกว่า 25% หรือราว 14,000 ล้านบาท”
พร้อมกันนี้ ยังเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แนวคิด “AI Smart Living” ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้า สะท้อนถึงการยกระดับไฮเออร์สู่การเป็น AI Ecosystem Brand ที่เชื่อมต่อทุกอุปกรณ์ภายในบ้านเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ประกอบด้วย
นอกจากนี้ บริษัทยังวางกลยุทธ์การตลาดแบบบูรณาการ เพื่อยกระดับการรับรู้แบรนด์และสร้างการมีส่วนร่วมในทุก Touchpoint ผ่านสื่อโฆษณาครบวงจร ทั้งทีวี สื่อ Out of Home และแพลตฟอร์มดิจิทัล ควบคู่กับกิจกรรมออนไลน์อย่าง Haier Dream For Fans Season 6 โปรโมชัน ณ จุดขาย และ Roadshow ทั่วประเทศ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง ขณะเดียวกันยังเดินหน้ากลยุทธ์ Sport Marketing ผ่านกิจกรรมสำคัญ อาทิ การเป็น Official Partner ของทีมฟุตบอลระดับโลกอย่าง Liverpool F.C. และ Paris Saint-Germain F.C. อีกทั้งยังมีงาน Pop-up “Champion Your Haier Life” กิจกรรมวิ่งมินิมาราธอน และการจัดแข่งขันฟุตบอลครั้งแรกในปี 2569 เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคในรูปแบบไลฟ์สไตล์มากยิ่งขึ้น พร้อมต่อยอดภาพลักษณ์แบรนด์ระดับโลก ผ่านการต่อสัญญา ‘BamBam’ ในฐานะ Brand Ambassador ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยจะมีการสร้างสรรค์แคมเปญและกิจกรรมตลอดทั้งปี เพื่อเชื่อมต่อแบรนด์กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
“ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของไฮเออร์ในภูมิภาคอาเซียน และเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตในระดับโลก โดยในปี 2569 บริษัทมุ่งยกระดับองค์กรสู่การเป็น Global Brand อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการพัฒนาโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะที่เชื่อมต่อเป็นระบบเดียวกัน พร้อมยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภคให้ครอบคลุมในทุกมิติของการใช้งาน ควบคู่กับการขยายการเข้าถึงตลาดและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันรายได้สู่ 14,000 ล้านบาท และวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเติบโตที่สำคัญของไฮเออร์ในระดับโลกในระยะยาว” มร. ต่ง เจี้ยนผิง กล่าวสรุป
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมข้อมูลข่าวสาร โปรโมชัน และกิจกรรมอื่น ๆ จากไฮเออร์ได้ที่ Facebook: Haier Thailand, Instagram: @haierthailand_official, X (Twitter): @ThailandHaier, YouTube: @HaierThailandOfficial, TikTok: @haier_thailand และ Line OA : @haierthailand หรือดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://www.haier.com/th



