"โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี" ชูโมเดลจัดการขยะ Zero Waste ปั้นโครงการ "หนอนแม่โจ้ ลดขยะ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์" หนุนเกษตรกรลดต้นทุน กู้วิกฤตปุ๋ยแพง
01 Apr 2026

 

วิกฤตความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องในหลายอุตสาหกรรม รวมถึงต้นทุนของภาคเกษตรอย่างรุนแรงโดยเฉพาะราคาปุ๋ยเคมีที่ปรับสูงขึ้น ทางรอดของเกษตรกรจึงต้องปรับตัวและหันมาพึ่งตนเองมากขึ้น ทั้งการวางแผนการเพาะปลูก การเดินหน้าสู่แนวทางความยั่งยืนอย่างการผลิตปุ๋ยจากวัตถุอินทรีย์เหลือทิ้งทางการเกษตร อย่างเศษซากพืชและมูลสัตว์ที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวหรือแปรรูป ไม่ว่าจะเป็นฟางข้าว ซังข้าวโพด ทะลายปาล์ม กากอ้อย ใบไม้กิ่งไม้ หรือมูลสัตว์

 

แม้โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) จะดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าในฐานะโรงไฟฟ้าฐานที่สำคัญที่ช่วยรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานไฟฟ้าให้กับประเทศ แต่อีกบทบาทสำคัญที่เดินควบคู่กัน คือ แนวทางการดำเนินงานที่ตอบโจทย์นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ชุมชน และบรรษัทภิบาล (ESG) อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะด้านการจัดการของเสียอย่างครบวงจร ด้วยแนวคิด “แปรของเสียให้เป็นประโยชน์ ลดผลกระทบ เพิ่มคุณค่าทางสังคมและสิ่งแวดล้อม” จึงได้จัดทำโครงการนำร่องต่างๆ ในด้านการกำจัดขยะและแปลงของเสียเป็นมูลค่าเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ให้มีความเข้มแข็งด้วยการมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง พร้อมเผยแพร่องค์ความรู้ของโครงการที่ประสบความสำเร็จอย่าง "นวัตกรรมดินพร้อมปลูกและโปรตีนทางเลือก" ที่ไม่เพียงช่วยลดก๊าซเรือนกระจก แต่ยังต่อยอดให้เป็นทางรอดแก่เกษตรกรไทยได้

 

 

จากนโยบายสู่การปฏิบัติจริงในการจัดการของเสียอย่างครบวงจร

โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี เริ่มต้นจัดการของเสียและขยะเหลือใช้ตั้งแต่ต้นทางด้วยการคัดแยกขยะ โดยแบ่งของเสียและสิ่งเหลือใช้ออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล และสิ่งเหลือใช้ที่เกิดขึ้นจากการผลิต อย่างเถ้าลอยและเถ้าหนัก ซึ่งถูกนำไปใช้ประโยชน์ด้วยการขายส่งต่อไปเป็นส่วนผสมในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ และ การทำกระถางต้นไม้ รวมแล้วกว่า 600,000 ตันต่อปี ส่วนน้ำที่เหลือใช้จากกระบวนการผลิตจะผ่านระบบบำบัดที่เข้มงวด และนำกลับมาใช้รดน้ำต้นไม้บริเวณโรงไฟฟ้าและฉีดพรมกองถ่านหินเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายอย่าง 100% โดยไม่ปล่อยกลับคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

 

ต่อยอด "ศาสตร์พระราชา" สู่ "โครงการหนอนแม่โจ้"

จากพื้นที่สีเขียวภายในโรงไฟฟ้าฯ กว่า 120 ไร่ ทำให้มีขยะใบไม้มากถึง 3-4 ตันต่อเดือน โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี จึงริเริ่มโครงการปุ๋ยใบไม้ขึ้นในปี 2565 โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงหรือ "ศาสตร์พระราชา" มาประยุกต์ใช้ร่วมกับชุมชน ทำให้ร่นระยะเวลาการหมักใบไม้ให้กลายเป็นปุ๋ยได้ในระยะเวลา 45 วัน พร้อมทั้งถ่ายทอดความรู้และวิธีการแก่หน่วยงานภาครัฐ ชุมชน และประชาชน จนประสบความสำเร็จในการช่วยลดการเผาและการแปลงสิ่งเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นดินพร้อมปลูกที่นำกลับมาใช้ได้ ทำให้เกษตรกรลดต้นทุนไปได้อย่างมากและยังปลอดภัยแก่ตัวเกษตรกรและผู้บริโภค ล่าสุดเทศบาลนครมาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคีเครือข่ายของ โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี ได้คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 "เทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน" ระดับประเทศ ประจำปี 2568 จากการนำองค์ความรู้จากโครงการการจัดการขยะใบไม้มาใช้ในการเปลี่ยนขยะใบไม้ในพื้นที่ได้มากขึ้น 35.49 ตัน ในระยะเวลาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายทั้งหมดอยู่ที่ 360 ตัน

 

ความสำเร็จของโครงการการจัดการขยะใบไม้ ได้ถูกนำมาต่อยอดอีกครั้งในปี 2567 ภายใต้แนวคิดการจัดการขยะอินทรีย์จากเศษอาหารของโรงอาหารภายในโรงไฟฟ้า ด้วยโครงการหนอนแม่โจ้ หรือ หนอนแมลงวันลาย (Black Soldier Fly - BSF) โดยได้รับการสนับสนุนจากนายอดิศร วังมูล ผู้อำนวยการสายงานการเงินและบริหารองค์กร ดำเนินงานโครงการฯ โดย นางมะลิ สงขวัญ เจ้าหน้าที่บริหารสำนักงาน บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งจากการวิจัยพบว่าหนอนแม่โจ้มีประสิทธิภาพในการกินอาหารเร็วกว่าไส้เดือนถึง 5 เท่า สามารถย่อยสลายขยะอินทรีย์ได้มากถึง 3 กิโลกรัม ภายในเวลาเพียง 1 วัน และสามารถย่อยสลายเบื้องต้นได้ถึง 70% ของขยะอินทรีย์ทั้งหมดภายใน 12 ชั่วโมง โดยไม่ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น ปลอดภัย และไม่ก่อให้เกิดโรค

 

 

ผลสัมฤทธิ์เชิงโครงการฯ ลดขยะฝังกลบเป็นศูนย์

การดำเนินการทั้ง 2 โครงการควบคู่กัน ส่งผลให้ปัจจุบันโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี กำจัดขยะใบไม้และขยะอินทรีย์ภายในโรงไฟฟ้าได้ 100% โดยไม่มีของเสียเหลือทิ้ง ซึ่งโครงการปุ๋ยใบไม้ ช่วยลดขยะใบไม้ได้กว่า 130 ตัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 111.45 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2eq) นับตั้งแต่ปี 2565 ส่วนโครงการหนอนแม่โจ้ สามารถลดปริมาณขยะอินทรีย์ที่ต้องนำไปฝังกลบได้ถึง 20 ตันต่อปี และ ตัวหนอนแม่โจ้ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากโครงการฯ ยังนำมาเป็นอาหารสัตว์อย่าง ไก่ ปลา กบ ฯลฯ และ แปรรูปเป็นขนมสำหรับสัตว์เลี้ยงที่อุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพสูง (ไขมัน 30%, โปรตีน 40%) มีโอเมก้า 3, 6, 9 และกรดลอริกที่ช่วยยับยั้งเชื้อก่อโรคได้

 

ทางรอดเกษตรกรไทยยุคปุ๋ยแพง เปลี่ยน "มูลหนอน" เป็น "ปุ๋ยอินทรีย์"

ประเด็นที่น่าสนใจและสอดรับกับสถานการณ์โลกวันนี้ คือ การนำมูลของหนอนแม่โจ้มาใช้บำรุงดิน มูลของหนอนแม่โจ้ ที่ไม่ใช่แค่ปุ๋ยอินทรีย์ แต่คือดินที่มีชีวิต (Living Soil) ที่เต็มไปด้วยจุลินทรีย์ดีที่มีประโยชน์ต่อการย่อยสลายธาตุอาหารในดิน ทำให้พืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้ง่าย มีสารอาหารที่จำเป็นต่อพืชครบถ้วน ช่วยบำรุงพืชผัก ผลไม้ และไม้ดอกไม้ประดับให้เจริญเติบโตได้ดี ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน ทำให้ดินร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดี ป้องกันดินแน่นแข็ง ที่สำคัญคือมีความปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี เหมาะสำหรับการทำเกษตรแบบพึ่งตัวเอง ในภาวะวิกฤตความขัดแย้งและการสู้รบที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานของปุ๋ยเคมีทำให้ราคาสูงขึ้นการส่งเสริมให้เกษตรกรและชุมชนหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์จากโครงการหนอนแม่โจ้และปุ๋ยใบไม้

 

จึงเป็นทางออกที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง ในการทดแทนปุ๋ยเคมีด้วยปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนทางการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม แต่ยังเป็นการฟื้นฟูสภาพดิน ป้องกันสารเคมีตกค้าง ยกระดับ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ในระยะยาว ซึ่งการดำเนินโครงการต่างๆ ของโรงไฟฟ้า บีแอลซีพี ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่ประโยชน์ต่อองค์กรเท่านั้น แต่ยังขยายผลและส่งต่อองค์ความรู้จากโครงการเหล่านี้สู่หน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น และชุมชนอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

 

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) “มุ่งพัฒนาพลังงานที่มั่นคง เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” ผู้สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.blcp.co.th/web/index หรือ Facebook : โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี - BLCP Power Limited 

 

[อ่าน 49]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไอซีเอส ผนึก “Lotus’s Eatery” เปิดศูนย์รวมร้านอาหารดัง สู่ Food Destination ฝั่งธนบุรี
แอกซ่าประกันภัย สานต่อพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม “จากแม่น้ำสู่ท้องทะเล” เดินหน้าส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ
ครบรอบ 10 ปี “มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย.” ดึง “โจอี้ ภูวศิษฐ์” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ พร้อมกิจกรรมขอบคุณลูกค้าตลอดทั้งปี
"เซ็นทารา" จับมือ "OR" รุกตลาด Budget Hotel เปิดเกมใหม่ธุรกิจโรงแรมไทย ขยายพอร์ตสู่ทุกเซกเมนต์
"ทรู ดิจิทัล อคาเดมี" ผนึก "Thoughtworks" พัฒนาคนยุค AI เร่งสปีดองค์กรไทยสู่ AI-First Organization
"บีบีดีโอ กรุงเทพ" พลิกโฉมบทบาท CCO ร่วมกับ “เจิน – ภาธิดา อัครจินดานนท์” เผยวิถีครีเอทีฟยุคใหม่ สู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจของจริง
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved