ถอดสูตรลับ “ปลุกพลัง คนทำงาน ให้ไปต่อ” เมื่อโลกการทำงานยุคใหม่ ต้องการการใช้ชีวิตและทำงานอย่างรู้จังหวะ
16 Apr 2026

 

ในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความคาดหวังของคนทำงานก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน วันนี้คนไม่ได้ต้องการเพียงตำแหน่งที่ดีหรือรายได้ที่มั่นคงเท่านั้น แต่ยังต้องการเห็นความหมายของงานที่ทำ และอยากรู้ว่าสิ่งที่ตนลงแรงไปในแต่ละวันกำลังสร้างคุณค่าอะไรให้กับชีวิต ทีมงาน และองค์กร ขณะเดียวกัน ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและแรงกดดันรอบด้าน ก็ทำให้คนจำนวนไม่น้อยรู้สึกเหนื่อยล้า และมีพลังในการไปต่อน้อยลงเรื่อย ๆ

 

 

ภายในงาน People Performance Conference 2026 คุณประกรรษ์ จันทร์ทอง ประธานผู้บริหารสายงานทรัพยากรบุคคล กลุ่มธุรกิจ TCP สะท้อนว่า “โจทย์สำคัญขององค์กรวันนี้ ไม่ใช่แค่ทำอย่างไรให้คนทำงานเก่งขึ้น แต่คือทำอย่างไรให้คนมีพลังไปต่อได้อย่างยั่งยืน”

 

 

Work-life Intelligence หัวใจของคนทำงานยุคใหม่

หากมองย้อนกลับไป โลกการทำงานเดินทางผ่านมาหลายยุค จาก Work Hard ที่คนทุ่มเทเต็มที่จน “สำเร็จแต่หมดแรง” มาสู่ Work-life Balance ที่พยายามสร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิต แต่ในความจริง หลายคนกลับพบว่าสมดุลนั้นเกิดขึ้นได้ยาก ก่อนจะพัฒนาไปสู่ Work-life Integration ที่งานและชีวิตเชื่อมเข้าหากันมากขึ้น ทว่าเมื่อจัดการไม่ดี ก็อาจกลายเป็นความยุ่งเหยิงที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนทำงานตลอดเวลา

 

ปัจจุบัน รูปแบบการทำงานมีพัฒนาการไปสู่ ‘Work-life Intelligence’ หรือการทำงานและบริหารชีวิตอย่างรู้จังหวะ เพื่อให้เราทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยยังมีพลังเหลือสำหรับการใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ แนวคิดนี้ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องสมดุล แต่ขยับจากการ “พยายามแบ่งให้เท่ากัน” ไปสู่การ “จัดจังหวะให้เหมาะกับช่วงเวลา” มากกว่า

 

เล่นเกมการทำงานให้เป็น เหมือนนักกีฬาที่รู้จังหวะ

Work-life Intelligence ในมุมของ TCP ไม่ใช่แค่การแบ่งเวลา แต่คือการออกแบบพลังงานอย่างรู้จังหวะและลื่นไหล เพื่อให้คนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” ประกรรษ์ กล่าว

 

โดย ประกรรษ์ เปรียบเทียบแนวคิดนี้กับการเล่นเทนนิส หาก Work-life Balance คือการพยายามประคองลูกให้อยู่บนไม้ให้นานที่สุด Work-life Intelligence คือการอ่านเกมให้ออก ว่าจังหวะไหนควรบุก จังหวะไหนควรผ่อน เพื่อรักษาพละกำลังและไปได้ไกลกว่าเดิม เพราะในโลกการทำงานยุคใหม่ คนที่ไปได้ไกล ไม่ใช่คนที่เร่งเครื่องได้ตลอดเวลา แต่คือคนที่รู้จักจัดการพลังของตัวเองอย่างมีชั้นเชิง เช่นเดียวกับองค์กรที่ดี ซึ่งไม่ใช่แค่องค์กรที่ดึง performance จากคนให้ได้มากที่สุด แต่ต้องเป็นองค์กรที่ช่วยเติมพลังให้คนทำงานต่อได้อย่างมีคุณภาพ

 

“เราให้ความสำคัญกับพลังของคนเป็นอันดับหนึ่ง เพราะถ้าคนของเราไม่มีพลัง เขาก็ไม่สามารถไปทำสิ่งที่ตั้งใจให้สำเร็จได้อย่างชัดเจนตามเป้าหมาย” ประกรรษ์ กล่าว

 

 

จากประสบการณ์ 70 ปี สู่สูตรคิด 3 Step Energy Design

กลุ่มธุรกิจ TCP ใช้ประสบการณ์อันยาวนานกว่า 70 ปี ถอดบทเรียนเรื่อง “พลัง” ออกมาเป็นแนวคิด 3 Step Energy Design เพื่อใช้กับการออกแบบพลังการทำงานในองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม เริ่มจาก Design Self หรือการออกแบบพลังในระดับบุคคล โดยทำให้คนมองเห็น Meaningful Job หรือความหมายของงานที่ตัวเองทำ เช่น พนักงานฝ่ายผลิตไม่ได้เป็นเพียงคนคุมเครื่องจักร แต่คือคนที่กำลังส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพให้กับผู้คนจำนวนมาก เมื่อเห็นตัวเองอยู่ในภาพความสำเร็จนั้น เขาจะไม่ได้ทำงานด้วยหน้าที่เพียงอย่างเดียว แต่ทำด้วยใจที่อยากไปต่อ

 

ประกรรษ์ มองว่า “เมื่อคนทำงานมองเห็นว่างานของเขามีความหมาย เขาจะเชื่อมโยง passion ของตัวเองเข้ากับเป้าหมายขององค์กรได้ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของพลังที่ยั่งยืน”

 

ถัดมาคือ Design Team เพราะในโลกการทำงานจริง ไม่มีใครรักษาพลังไว้ได้เต็มร้อยตลอดเวลา ทีมที่ดีจึงต้องช่วยกันประคอง รับส่งพลัง และแก้ปัญหาไปด้วยกัน TCP เชื่อว่าทีมที่แข็งแรงไม่ใช่ทีมที่ทุกคนเก่งคนเดียว แต่คือทีมที่ประสานพลังกันได้อย่างไร้รอยต่อ

 

ส่วน Design Environment คือการออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานให้เอื้อต่อการมีพลัง ไม่ว่าจะเป็นวิธีทำงาน ระบบคิด หรือพื้นที่ให้คนได้ทดลองและเติบโต เพื่อให้คนไม่ต้องเสียพลังไปกับความไม่ชัดเจน แต่สามารถทุ่มพลังไปกับการสร้างคุณค่าได้อย่างเต็มที่

 

จากมุมมองนี้ TCP เชื่อว่า การบริหารคนให้เกิด Performance อย่างแท้จริง ต้องทำให้ DNA แบบ “รุก-บวก-สุดพลัง” ซึมอยู่ในวิธีคิดของพนักงาน เพื่อให้ทุกคนกล้าก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของตัวเอง และส่งต่อพลังเชิงบวกให้คนรอบข้างไปพร้อมกัน

 

 

AI ไม่ได้มาแทนคน แต่ช่วยให้งาน “ลื่นไหล” มากขึ้น

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ TCP นำมาใช้เพื่อยกระดับ Energy Design คือ AI โดยไม่ได้มองเป็นเพียงเครื่องมือด้านประสิทธิภาพ แต่เป็นตัวช่วยออกแบบการทำงานให้ “รู้ล่วงหน้า” และ “ลื่นไหล” มากขึ้น ตัวอย่างคือการใช้ Smart Manufacturing ที่โรงงานปราจีนบุรี ผ่าน Real-time Dashboard และระบบ “Alert ก่อน Alarm” ที่ช่วยให้ทีมเห็นความเสี่ยงก่อนเกิดปัญหาใหญ่จริงๆ

 

ในอีกมิติหนึ่ง AI ยังช่วยให้ทีมทำงานร่วมกันได้แม่นยำขึ้น เพราะทุกคนใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการตัดสินใจ ลดงานที่สูญเปล่า ลดความไม่แน่นอน และคืนพลังให้คนได้โฟกัสกับงานที่สำคัญจริง ๆ

 

“สำหรับเรา AI คือจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้การออกแบบพลังงานลื่นไหลขึ้น เทคโนโลยีที่ดีไม่ควรทำให้คนทำงานหนักกว่าเดิม แต่ต้องช่วยให้งานง่ายขึ้น ตัดสินใจได้ดีขึ้น และเปิดพื้นที่ให้คนใช้ศักยภาพของตัวเองได้มากขึ้น” ประกรรษ์ กล่าว

 

เมื่อการปลุกพลังไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด สิ่งสำคัญคืออย่าหยุดเรียนรู้

แน่นอนว่าในโลกของการทำงานจริง การปลุกพลังคนไม่ได้สำเร็จในทุกครั้ง บางสถานการณ์ผลลัพธ์อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย หรืออุปสรรคหน้างานอาจซับซ้อนกว่าที่ประเมินไว้ แต่สำหรับ TCP ความท้าทายเหล่านี้ไม่ใช่เหตุผลให้หยุดเดิน ตรงกันข้าม กลับเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้องค์กรเรียนรู้ว่าจะออกแบบพลังให้ดีขึ้นได้อย่างไร

 

ประกรรษ์ ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า “ความพยายามที่ไม่ได้ผล ไม่ใช่ความสูญเสีย แต่คือข้อมูลที่จะทำให้เราทำงานได้ intelligent ขึ้น”

 

เมื่อเจอสถานการณ์ที่ไม่ง่าย TCP จะกลับมาดูที่ Priority Impact เป็นสำคัญ โดยโฟกัส 80% ที่ยังเป็นหัวใจหลักและยังเดินหน้าได้ เพื่อรักษาโมเมนตัมและกำลังใจของทีม ขณะเดียวกันก็ re-design อีก 20% ที่ยังไม่เวิร์ก เปลี่ยนความผิดพลาดให้เป็นบทเรียน และใช้เป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน แทนที่จะทำให้กลายเป็นบทลงโทษ

 

“หากงานส่วนใหญ่ที่เป็นหัวใจหลักยังเดินหน้าไปได้ เราต้องชื่นชมทีมและรักษาจังหวะการ ‘รุก’ ต่อไป อย่าให้ความผิดพลาดเล็กน้อยมาทำลายขวัญและกำลังใจ” ประกรรษ์ กล่าว

 

 

คำว่า “ไปต่อ” ต้องไม่ใช่แค่ไปถึงเป้าหมาย แต่ต้องไปอย่างมีความหมาย

สำหรับ TCP คำว่า “ปลุกพลัง...ให้ไปต่อ” จึงมีความหมายมากกว่าการกระตุ้นให้คนฮึดสู้ในระยะสั้น หรือทำงานให้เสร็จตาม KPI แต่คือการสร้างเงื่อนไขที่ทำให้คนอยากตื่นขึ้นมาในทุกวัน แล้วรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำมีคุณค่า มีความหมาย และพาตัวเองเข้าใกล้เป้าหมายชีวิตไปพร้อมกับความสำเร็จขององค์กร

 

“คำว่า ‘ไปต่อ’ ของ TCP ไม่ใช่แค่การวิ่งให้ถึงเป้าหมาย แต่คือการเดินทางไปสู่จุดที่พนักงานทุกคนมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่ตัวเองทำ มี passion และมีความหมายในงานที่ทำจริง ๆ” ประกรรษ์ กล่าว

ท้ายที่สุด องค์กรที่แข็งแรง อาจไม่ใช่องค์กรที่มีคนเก่งที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่คือองค์กรที่ทำให้คนทุกคนมีพลังจะไปต่อได้ ในแบบที่มีความหมายต่อทั้งตัวเอง ทีมงาน และโลกที่อยู่รอบตัว

 

[อ่าน 64]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Mobility Data สงกรานต์ 69 ชี้อีสานครองแชมป์เดินทาง นักท่องเที่ยวจีนอันดับ 1
BAM โชว์ฟอร์มแกร่ง คว้า 19 รางวัลใน 1 ปี สะท้อนองค์กรโตจริง-โปร่งใส-ใส่ใจความยั่งยืน
“พฤกษา” เปิดพอร์ต 15 โครงการคุณภาพ รับดีมานด์ทำเลศักยภาพ ชูบ้านครบทุกระดับราคา ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่
'กนอ.' ผนึก 'แอสตร้าเซนเนก้า' ลงพื้นที่ GC และ เอสซีจี คัดกรอง–เอกซเรย์ AI ตรวจพบเร็ว รักษาไว
ไมเนอร์ โฮเทลส์ เปิดตัวโครงการรีสอร์ทและโรงแรม แห่งแรกในประเทศอินเดีย ภายใต้แบรนด์อนันตรา
หน้าร้อนนี้ ไทวัสดุ ชวนอัปเกรดบ้านสู่ Home Comfort Solution เปลี่ยนบ้านให้เย็น อยู่สบาย และประหยัดพลังงาน
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved