

จุดเด่นของหลักสูตรนี้คือการออกแบบเนื้อหาให้ใกล้ชีวิตจริง เริ่มตั้งแต่การทำความเข้าใจว่า AI คืออะไร ใช้อย่างไรในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการใช้งานอย่างปลอดภัย สร้างสรรค์ และมีจริยธรรม เพื่อให้ AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้น แต่เป็น 'ผู้ช่วยคู่คิด' ที่คนไทยสามารถใช้ได้อย่างมั่นใจในโลกดิจิทัล

ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายถึงภาพใหญ่ของความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า วันนี้มนุษย์จำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะ 'อยู่ร่วม ทำงานร่วม และใช้เทคโนโลยีอย่างมีวิจารณญาณ' เพราะ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมืออีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการใช้ชีวิตและการเรียนรู้ในยุคใหม่
จุฬาฯ จึงตั้งใจผลักดันองค์ความรู้ด้าน AI ภายใต้แนวคิด Responsible AI หรือ การใช้ AI อย่างรับผิดชอบ พร้อมระดมคณาจารย์จากหลายศาสตร์มาร่วมออกแบบหลักสูตร เพื่อให้เนื้อหาครบถ้วน รอบด้าน และนำไปใช้ได้จริง

ในมุมของภาครัฐ ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า AI Literacy กำลังกลายเป็นทักษะพื้นฐานใหม่ที่คนไทยจำเป็นต้องมี ไม่ต่างจากทักษะดิจิทัลในอดีต โดยกระทรวงให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือ Lifelong Learning ควบคู่กับการฝึกคิดวิเคราะห์และการใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม เพื่อสร้าง 'พลเมืองดิจิทัล' ที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต
และยังสะท้อนด้วยว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยขยายโอกาสไปสู่นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วประเทศ รวมถึงเตรียมความพร้อมให้กำลังคนในระบบอุดมศึกษากว่า 1.8 ล้านคน ได้ก้าวทันโลกที่ AI มีบทบาทมากขึ้นทุกวัน

ด้านภาคเอกชน นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS กล่าวว่า AIS ไม่ได้มอง AI แค่ในมุมของเทคโนโลยีหรือโครงข่ายเท่านั้น แต่กำลังเดินหน้าสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมโยงทั้งบริการ แพลตฟอร์ม และการพัฒนาทักษะให้คนไทย
โดยหลักสูตรนี้เป็นการต่อยอดจากโครงการ 'อุ่นใจไซเบอร์' ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 และ มีผู้เรียนแล้วกว่า 1.05 ล้านคน เพื่อขยับจาก Digital Literacy ไปสู่ AI Literacy อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมชวนให้คนไทยมอง AI เป็น 'My AI Buddy' หรือเพื่อนคู่คิด ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นและปลอดภัยขึ้นในเวลาเดียวกัน

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ หลักสูตรนี้ ไม่ได้ตั้งใจทำขึ้นเพียงเพื่อให้ 'เรียนจบคอร์ส' แต่ยังมีเป้าหมายต่อยอดในอนาคต โดยอยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อให้นิสิตนักศึกษาสามารถสะสมชั่วโมงการเรียนรู้ไปเทียบเป็นหน่วยกิตได้ด้วย
นั่นทำให้ 'อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy' ไม่ใช่แค่คอร์สสั้นๆ สำหรับคนอยากรู้เรื่อง AI แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเรียนรู้ใหม่ ที่เปิดโอกาสให้คนทุกวัยเข้าถึงความรู้ได้ยืดหยุ่นขึ้นกว่าเดิม

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเรียนหลักสูตรนี้ได้ฟรี
ผ่าน Thai MOOC (https://thaimooc.ac.th/instructor/ais )
LearnDi for Thais ( https://aunjaicyber.ais.th/pathway/162 )
และ แอปพลิเคชัน อุ่นใจ CYBER เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งสะท้อนชัดว่า ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้มุ่งแค่สร้างคนที่ 'ใช้ AI เป็น' แต่ต้องการสร้างคนที่ 'รู้เท่าทัน AI' และพร้อมใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบในระยะยาวด้วยเช่นกัน




