ฟู้ดเซอร์วิสไทยโตแกร่ง! สตรีทฟู้ดขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง ดันตลาดอาหารไทยเด่นกว่าค่าเฉลี่ยโลก
25 Apr 2026

 

ข้อมูลจากดีลอยท์ (Deloitte) ระบุว่า อุตสาหกรรมบริการด้านอาหารของไทยมีอัตราการเติบโตในปี 2025 สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก และคาดว่าจะขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพต่อเนื่องไปจนถึงปี 2030 ในขณะที่ TUTTOFOOD ยกระดับบทบาทการเป็นศูนย์กลางของยุโรปในการเชื่อมโยงผู้ซื้อและห่วงโซ่อุปทานจากทั่วทุกมุมโลก


 

ตลาดธุรกิจบริการด้านอาหารทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงของการเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 2.98 ล้านล้านยูโรในปี 2025 ซึ่งถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากการฟื้นตัวหลังโควิด-19 สู่สภาพแวดล้อมธุรกิจที่มีความเสถียรภาพและมีการพัฒนาในเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

 

จากข้อมูลเบื้องต้นของรายงาน Foodservice Market Monitor 2026 โดยดีลอยท์ ซึ่งเปิดเผยล่วงหน้าให้กับ TUTTOFOOD พบว่า ตลาดโลกเติบโต +2.2% ในปี 2025 เมื่อเทียบกับปี 2024 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากทวีปยุโรป (+6.0%) และเอเชียแปซิฟิก (+3.2%) หากโฟกัสเฉพาะตลาดธุรกิจบริการด้านอาหารในประเทศไทย เผยให้เห็นว่าในปี 2025 มีมูลค่าแตะ 26.8 พันล้านยูโร โตแซงตลาดโลกและมีการขยายตัวถึง +4.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกลุ่มธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (Quick Service Restaurants หรือ QSR) ที่เติบโตโดดเด่นถึง 5.1%

จะเห็นได้ว่า กลุ่มธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน ถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่มาแรงที่สุดในไทยปี 2025 และถูกจับตามว่าเป็นเซกเมนต์ที่โตเร็วที่สุดในอนาคต ควบคู่ไปกับกลุ่มสตรีทฟู้ดที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย โดยในปี 2025 กลุ่มสตรีทฟู้ดสามารถสร้างมูลค่าตลาดในประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยมูลค่ากว่า 8.79 พันล้านยูโร ซึ่งตลาดในทวีปอเมริกาเหนือและเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นหัวเรือใหญ่ที่จะผลักดันการเติบโตของโลกด้วยกลุ่มธุรกิจสองรูปแบบนี้เช่นกัน

ทั้งนี้ ตลาดธุรกิจบริการด้านอาหารของไทยยังคงมีแนวโน้มที่จะรักษาความแข็งแกร่งไปจนถึงปี 2030 ซึ่งช่วยตอกย้ำโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมอาหารอย่างต่อเนื่อง

 

 

อันโตนิโอ เชลลี (Antonio Cellie) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Fiere di Parma ผู้จัดงาน TUTTOFOOD กล่าวว่า
“ธุรกิจบริการด้านอาหารกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนรูปแบบการบริโภคที่เปลี่ยนไปและความซับซ้อนของซัพพลายเชน ในบริบทนี้ TUTTOFOOD ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มธุรกิจอาหารชั้นนำของยุโรปตอนใต้ จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนอินไซต์ทางการตลาดให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเชื่อมโยงผู้ผลิตทั่วโลกกับผู้ซื้อระดับแนวหน้ากว่า 4,000 ราย โดยมีโปรแกรมผู้ซื้อ (Buyers Program) ที่มาช่วยสนับสนุนและจัดขึ้นร่วมกับสำนักงานพาณิชย์อิตาลี (ITA – Italian Trade Agency)”

 

 

ด้าน ทอมมาโซ นาสตาซี (Tommaso Nastasi) พาร์ทเนอร์จากดีลอยท์ และผู้นำด้านบริการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation Service) กล่าวว่า “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเติบโตของตลาดธุรกิจบริการด้านอาหารถูกขับเคลื่อนโดย 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การขยายรูปแบบธุรกิจโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน และการเติบโตของเชนร้านอาหาร ซึ่งพิสูจน์แล้วสามารถผสานทั้งบริการ คุณภาพ และประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ช่องทางนี้มีความน่าสนใจมากขึ้นสำหรับทั้งห่วงโซ่คุณค่า โดยความร่วมมือกับเชนร้านอาหารไม่เพียงแต่ช่วยให้ซัพพลายเออร์เพิ่มประสิทธิภาพด้านการขาย ลดต้นทุนในการให้บริการเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน เพื่อนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์เฉพาะด้านมากขึ้น และสร้างมูลค่าที่เหนือกว่าให้เกิดขึ้นทั่วทั้งอีโคซิสเต็มในที่สุด”

การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ “New Normal” ของอุตสาหกรรม ที่ให้ความสำคัญกับ ประสิทธิภาพการดำเนินงาน นวัตกรรมรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ และการเชื่อมโยงซัพพลายเชน ที่กำลังกลายเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนการแข่งขันทั่วทั้งอุตสาหกรรม

 

เทรนด์สำคัญของตลาดบริการด้านอาหารโลก

ในระดับโลก ผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยบรรจุภัณฑ์ระดับพรีเมียม กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของบริการเดลิเวอรี โดย 90% ของผู้บริโภคยินดีสั่งอาหารหลากหลายมากขึ้น หากมีบรรจุภัณฑ์ที่ดีรองรับ และ 53% ยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่ม ในขณะเดียวกัน ความคุ้มค่า กลายเป็นปัจจัยหลัก โดยที่ผู้บริโภคประมาณ 80% มีความต้องการด้านประสบการณ์ดิจิทัลตลอดการใช้บริการเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าระบบเหล่านี้จะยังไม่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในตลาดแต่ละประเทศก็ตาม

ในฝั่งของผู้ประกอบการ การเติบโตของการบริโภคนอกสถานที่ ส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบร้านค้า โดยผู้ประกอบการกว่า 41% วางแผนเพิ่มพื้นที่สำหรับบริการเดลิเวอรีและซื้อกลับบ้านโดยเฉพาะ และ 34% ของร้านอาหารบริการด่วน จะเน้นการเปิดสาขาสำหรับซื้อกลับบ้านเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ระบบอัตโนมัติ (Automation) ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย โดย 74% ของผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ แม้ว่าในปัจจุบันจะมีเพียง 28% ที่รายงานว่าได้รับผลกำไรที่เพิ่มขึ้น แต่ถือเป็นโอกาสที่ชัดเจนในการปรับปรุงประสิทธิภาพและสร้างนวัตกรรมต่อไปในอนาคต

 

[อ่าน 61]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คทีซี ผนึก แบรนด์ Flying Tiger Copenhagen รุกตลาดไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เมื่อความสุขราคาจับต้องได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
'NTT DOCOMO GLOBAL' จับมือ 'แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ' ขับเคลื่อนการตลาดยุคใหม่ มุ่งเน้นอีคอมเมิร์ซ และ 'Amaze'
ธ.ก.ส. ชวนฝากเงินกับ “เงินฝากช้อนทอง” รับดอกเบี้ยล่วงหน้าทันที ร้อยละ 1.15 ต่อปี
เลือกแท็บเล็ตเครื่องใหม่ปี 2026 รุ่นไหนที่ใช่สำหรับคุณ? เทียบสเปกตัวท็อปงบประหยัด สวย ครบ จบในเครื่องเดียว!
OPPO Find X9 Ultra สมาร์ตโฟนแฟลกชิปรุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมประสบการณ์สมาร์ตโฟนกล้องระดับอัลตรา
'เอ็นไอเอ' เปิดหลักสูตร PPCIL รุ่น 8 ติวเข้มออกแบบนโยบายแห่งอนาคต เพิ่มความได้เปรียบไทยในเวทีโลก
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved